สหรัฐฯ เตรียมแผนเจรจาหย่าศึก ยื่น 6 ข้อเสนอผ่านประเทศคนกลางส่งถึงอิหร่าน อีกฝ่ายยื่นกลับ 6 เงื่อนไขเช่นกันยังไม่รับข้อตกลงหยุดยิง หวั่นซ้ำรอยสงคราม 12 วัน “ทรัมป์” ขีดเส้นตาย 48 ชม. เปิดช่องแคบฮอร์มุซเต็มรูปแบบ ขู่โจมตีโรงไฟฟ้าให้ราบคาบ ฝ่ายอิหร่านไม่สนถ้ายิงมาก็ยิงกลับ ด้านอิสราเอลระบบป้องกันภัยทางอากาศล้มเหลว ถูกขีปนาวุธอิหร่านถล่ม 2เมืองย่อยยับ ผู้คนบาดเจ็บกว่า 150 คน เผยเป็นปฏิบัติการล้างแค้นที่ถูกโจมตีศูนย์พัฒนานิวเคลียร์ ด้านไออาร์จีซีโชว์คลิประบบต่อต้านอากาศยานอิหร่านสอยเครื่องบินรบมะกัน “เอฟ-15” ขณะบินเหนือน่านฟ้าเกาะฮอร์มุซ แต่ไม่มีข้อมูลว่าหลังถูกยิงบินกลับฐานได้หรือต้องสละเครื่องผ่านไปแล้วกว่า 3 สัปดาห์ในการทำสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่าน ปฏิบัติการสู้รบโดยการส่งเครื่องบินรบ โดรนสังหาร และขีปนาวุธ ยิงถล่มใส่กันยังเดือดระอุต่อเนื่อง ขณะที่อิหร่านยังคงสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก ส่งผลให้เกิดวิกฤติการขาดแคลนพลังงานขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ“ทรัมป์” ยื่น 6 ข้อเตรียมแผนหย่าศึกท่ามกลางสงครามที่ยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด สำนักข่าวแอกซิออสของสหรัฐฯรายงานเมื่อวันที่ 22 มี.ค.ว่า ทีมเจรจาของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เริ่มเตรียมแผนเจรจาหย่าศึกกับรัฐบาลอิหร่าน โดยมีรายละเอียดเบื้องต้น 6 ข้อคือ 1.รัฐบาลอิหร่านจะต้องไม่พัฒนาโครงการขีปนาวุธต่างๆเป็นเวลา 5 ปี 2.อิหร่านจะต้องไม่เพิ่มความเข้มข้นของแร่ยูเรเนียมทั้งหมดที่อยู่ในความครอบครอง 3.อิหร่านต้องรื้อถอนศูนย์พัฒนาโครงการนิวเคลียร์ทั้งหมดในเมืองนาทานซ์ อิสฟาฮาน และฟอร์โดว์ 4.อิหร่านต้องเปิดทางให้คณะผู้ตรวจสอบอิสระเข้าสังเกตการณ์กระบวนการทั้งหมดที่มีความเกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ที่อาจนำไปสู่การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ 5.อิหร่านต้องลงนามทำข้อตกลงกับชาติต่างๆในภูมิภาคตะวันออกกลาง เรื่องการจำกัดจำนวนขีปนาวุธในความครอบครองให้อยู่ที่ไม่เกิน 1,000 ลูก และ 6.อิหร่านต้องยุติการสนับสนุนทางการเงินแก่เครือข่ายกองกำลังติดอาวุธในภูมิภาคตะวันออกกลางทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอน ฮามาสในฉนวนกาซา หรือฮูตีในเยเมนทีมประสานผ่านประเทศคนกลางสำนักข่าวแอกซิออสยังระบุด้วยว่า ทีมหลักในการเจรจายังคงเป็นชุดเดิมคือนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายจาเรด คุชเนอร์ ลูกเขยของนายทรัมป์ ข้อมูลจากรัฐบาลสหรัฐฯยังบ่งชี้ด้วยว่า แม้รัฐบาลสหรัฐฯยังไม่ได้ติดต่อประสานงานกับรัฐบาลอิหร่านโดยตรง แต่เริ่มมีการประสานงานผ่านประเทศคนกลางอย่างอียิปต์และกาตาร์ รวมถึงอังกฤษ ทีมทำงานของนายทรัมป์ผู้ไม่ประสงค์ออกนามรายหนึ่งยังเผยกับผู้สื่อข่าวแอกซิออสว่า รัฐบาลสหรัฐฯเริ่มมีมุมมองว่าการโจมตีตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ยับยั้งการเติบโตของอิหร่านในระดับที่เหมาะสม และคิดว่าอิหร่านจะยอมกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจา“อิหร่าน” ยื่นกลับ 6 เงื่อนไขเช่นกันในทางกลับกัน สำนักข่าวอัล-มายาดีนของเลบานอนยังรายงานอ้างข้อมูลจากรัฐบาลอิหร่านว่า รัฐบาลอิหร่านได้รับการประสานงานจากประเทศตัวกลางในเรื่องเงื่อนไขการหย่าศึกของสหรัฐฯ แต่อิหร่านก็มีเงื่อนไข 6 ข้อด้วยเช่นกันคือ 1.การให้หลักประกันความมั่นคงแก่อิหร่านว่าสงครามจะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต 2.กองทัพสหรัฐฯจำเป็นต้องถอนฐานทัพทั้งหมดออกไปจากภูมิภาคตะวันออกกลาง 3.ชาติผู้รุกรานจำเป็นต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงคราม ชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ชีวิตและทรัพย์สินทั้งหมด 4.ชาติผู้รุกรานจำเป็นต้องยุติสงครามในแนวรบอื่นๆทั้งหมดในภูมิภาคตะวันออกกลาง 5.จัดตั้งหน่วยงานทางกฎหมายมากำกับดูแลช่องแคบฮอร์มุซ และ 6.ดำเนินคดีสื่อมวลชนที่เป็นศัตรูกับอิหร่านอย่างชัดเจน พร้อมส่งตัวผู้รับผิดชอบมารับโทษในประเทศอิหร่านไม่รับข้อตกลงหยุดยิงหวั่นซ้ำรอยนายอับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเกียวโดนิวส์ของญี่ปุ่นว่า จุดยืนของรัฐบาลอิหร่านในขณะนี้คือ ไม่รับข้อตกลงหยุดยิง เพราะไม่อยากให้ซ้ำรอยกับสงคราม 12 วันในเดือน มิ.ย.2568 ที่เจรจากันแล้วสุดท้ายเสียเปล่า รัฐบาลอิหร่านต้องการข้อตกลงยุติสงครามที่มีความสมบูรณ์ ครอบคลุมทุกด้าน และยั่งยืนในระยะยาว การจบสงครามต้องหมายความว่าสงครามจะจบจริงๆ ต้องมีหลักประกันให้ว่าประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำรอย และค่าเสียหายทุกอย่างจะต้องได้รับการชดใช้ขีดเส้น 48 ชม.เปิดช่องแคบฮอร์มุซด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังคงแสดงความเกรี้ยวกราดต่อสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากไม่สามารถเกลี้ยกล่อมให้ชาติพันธมิตรส่งกองเรือรบมาช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้สำเร็จ โดยกล่าวผ่านโซเชียลมีเดียในลักษณะยื่นคำขาดว่า หากอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ และไม่ยอมยุติท่าทีคุกคามในช่องแคบฮอร์มุซภายในเวลา 48 ชั่วโมง กองทัพสหรัฐฯจะปฏิบัติการทิ้งระเบิดโจมตีโรงไฟฟ้าต่างๆของอิหร่านให้ราบคาบ เริ่มจากโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่านขู่ตอบโต้ยิงถล่มโรงไฟฟ้าสหรัฐฯสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่านคือ โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติดามาวานด์ ในจังหวัดปักดาชต์ ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของอิหร่าน รองลงมาคือเขื่อนผลิตไฟฟ้ามัสยิด สุไลมาน ในจังหวัดคูเซสถาน ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ติดกับพรมแดนอิรัก ส่วนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของอิหร่านมีอยู่แห่งเดียวคือ โรงไฟฟ้าเมืองบูเชห์ร ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ติดกับอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาถูกทิ้งระเบิดโจมตีอาคารห่างจากเตาปฏิกรณ์ไปราว 350 เมตร และทำให้รัฐบาลรัสเซียประกาศอพยพเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของบริษัทพลังงานรอสอะตอม 480 คน ต่อมารัฐบาลอิหร่านได้ชี้แจงสั้นๆผ่านสำนักข่าวของรัฐบาลอิหร่านว่า หากโครงสร้างพลังงานของอิหร่านถูกโจมตี กองทัพอิหร่านก็จะโจมตีโครงสร้างพลังงานของสหรัฐฯในภูมิภาคกลับคืนอังกฤษส่งเรือดำน้ำจู่โจมถึงอิหร่านวันเดียวกัน สำนักข่าวเดลีเมล์ของอังกฤษรายงานว่า เรือดำน้ำจู่โจมพลังงานนิวเคลียร์ เอชเอ็มเอส แอนสัน บรรทุกจรวดร่อนพิสัย 1,600 กิโลเมตร สำหรับการจู่โจมภาคพื้นดินได้เดินทางถึงทะเลอาระเบียนทางภาคใต้ของประเทศอิหร่าน แต่กรณีนี้รัฐบาลอังกฤษยังไม่ชี้แจงรายละเอียดของภารกิจแต่อย่างใด กระนั้นการมาถึงของเรือดำน้ำนิวเคลียร์อังกฤษเกิดขึ้นประจวบเหมาะกับเหตุการณ์กองทัพอิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยไกล 4,000 กิโลเมตรจำนวน 2 ลูกโจมตีฐานทัพดิเอโก การ์เซียของอังกฤษในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของฝูงบินทิ้งระเบิดขนาดหนักของกองทัพสหรัฐฯ แต่ขีปนาวุธขัดข้อง 1 ลูก ขณะที่อีก 1 ลูกถูกยิงสกัดกั้นโดยจรวดต่อต้านขีปนาวุธของเรือรบสหรัฐฯไอเอ็มโอปกป้องเรือสินค้าต่างชาติขณะที่นายอาลี มูซาวี ผู้แทนรัฐบาลอิหร่านประจำองค์การทางทะเลระหว่างประเทศของสหประชาชาติ (IMO) ยืนยันว่าเรือสินค้าต่างชาติสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ผ่านการประสานงานกับทางการอิหร่าน ทั้งนี้ อิหร่านพร้อมให้ความร่วมมือกับองค์การไอเอ็มโอและประเทศต่างๆ เพื่อให้การเดินทางผ่านช่องแคบมีความปลอดภัย ลูกเรือไม่ได้รับอันตราย แต่สำหรับชาติศัตรูกับอิหร่านนั้น ขอย้ำตามเดิมว่าไม่อนุญาตให้ผ่าน และสหรัฐฯ-อิสราเอลถือเป็นตัวการก่อปัญหาครั้งนี้ขีปนาวุธถล่ม 2 เมืองยิวเจ็บกว่า150ต่อมาสำนักข่าวอัลจาซีราในภูมิภาคตะวันออกกลางรายงานว่า รัฐบาลอิสราเอลได้เปิดการสอบสวนภายในว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบต่อต้านอากาศยานและระบบต่อต้านขีปนาวุธในเมืองอารัดและเมืองดิโมนา ทางภาคใต้ของประเทศ หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา 2 เมืองดังกล่าวในพื้นที่ทะเลทรายเนเกฟถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่านจนเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง เบื้องต้นมีรายงานชาวอิสราเอลได้รับบาดเจ็บมากกว่า 150 คน โรงพยาบาลในพื้นที่ประกาศใช้แผนรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินที่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจำนวนมาก ขณะที่สำนักข่าวของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า เป้าหมายของกองทัพอิหร่านคือบังเกอร์หลบภัยของนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์อิสราเอล และเมืองดิโมนายังถือเป็นศูนย์พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิสราเอล การโจมตีที่เกิดขึ้นช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ยังถือเป็นปฏิบัติการล้างแค้นเพราะก่อนหน้านี้ 1 วัน กองทัพอากาศอิสราเอลได้ปฏิบัติการโจมตีศูนย์พัฒนานิวเคลียร์เมืองนาทานซ์ของอิหร่านอิสราเอลปิดข่าวโดนถล่มหนักนายซามาห์ วาตัด ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราที่ตระเวนอยู่ในพื้นที่ทางภาคกลางของอิสราเอลรวมถึงนครเทลอาวีฟยังรายงานด้วยว่า แม้กองทัพสหรัฐฯและอิสราเอลจะพยายามชี้แจงว่ากองทัพอิหร่านถูกทำลายอย่างหนัก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการโจมตีของกองทัพอิหร่านต่อเป้าหมายในอิสราเอลช่วงนี้ทวีความหนักหน่วงมากขึ้น ภายในกรอบเวลา 30 นาทีได้รับการแจ้งเตือนภัยทางมือถือ 3 ครั้ง หากเทียบกับช่วงสัปดาห์แรกของสงครามแล้วถือว่าเป็นการโจมตีที่ถี่ขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าศูนย์พัฒนานิวเคลียร์ของอิสราเอลได้รับความเสียหายหรือไม่ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลอิสราเอลในตอนนี้กำลังปิดข่าวอย่างหนักในเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นอิหร่านเพิ่มอาวุธหนักต่อเนื่องก่อนหน้านี้ ศูนย์วิจัยนโยบายระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (CSIS) รวบรวมข้อมูลจากสำนักข่าวของอิสราเอลและชาติอาหรับในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประเมินปริมาณขีปนาวุธและโดรนพิฆาตที่กองทัพอิหร่านใช้ไปแล้วในสงครามครั้งนี้ โดยระบุว่าในวันแรกของสงคราม (28 ก.พ.) อิหร่านยิงขีปนาวุธมากถึง 350 ลูก ใช้โดรนพิฆาต 294 ลำ และยังคงปล่อยอาวุธในปริมาณไล่เลี่ยกันตลอดช่วง 3 วันแรก ก่อนมาใช้อาวุธน้อยที่สุดในช่วงวันที่ 8 ของสงคราม (7 มี.ค.) มีการยิงขีปนาวุธเพียง 15 ลูก ปล่อยโดรนพิฆาต 12 ลำ อย่างไรก็ตาม จำนวนอาวุธในตอนนี้กำลังเป็นกราฟขาขึ้น กองทัพอิหร่านได้กลับมาใช้อาวุธเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 ของสงคราม (17 มี.ค.) จำนวนการใช้ขีปนาวุธกลับมาอยู่ที่วันละกว่า 50 ลูก และใช้โดรนพิฆาตวันละกว่า 200 ลำไออาร์จีซีโชว์คลิปสอยเอฟ-15ต่อมาช่วงเย็นวันเดียวกัน กองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) เปิดเผยว่า ระบบต่อต้านอากาศยานของอิหร่านได้ประสบความสำเร็จในการสอยเครื่องบินรบอเนกประสงค์ F-15 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ในพื้นที่น่านฟ้าใกล้กับเกาะฮอร์มุซ ในช่องแคบฮอร์มุซ ทางตอนใต้ของอิหร่าน กองทัพไออาร์จีซียังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอระบบการล็อกเป้าภาพขาวดำใส่เครื่อง F-15 ของสหรัฐฯ ที่คล้ายกับช่วงที่ระบบต่อต้านอากาศยานสร้างความเสียหายแก่เครื่องบินรบพรางเรดาร์ F-35 ของสหรัฐฯก่อนหน้านี้ โดยในคลิปดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเครื่องบินรบของสหรัฐฯได้ปล่อยพลุแฟลร์และหลบหลีกจรวดต่อต้านอากาศยานได้อย่างน้อย 2 ลูก ก่อนถูกยิงได้รับความเสียหาย แต่ไม่ได้อธิบายอะไรต่อว่าเครื่องบิน F-15 บินกลับฐานได้ หรือนักบินต้องดีดตัวสละเครื่องหรือไม่“CENTCOM” ยังไม่ยืนยันข้อมูลนอกจากนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันจากกองบัญชาการกองทัพสหรัฐฯประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง (CENTCOM) แต่ก่อนหน้านี้ทางกองทัพสหรัฐฯยืนยันว่า เครื่องบินรบและเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดหนักของกองทัพอากาศสหรัฐฯอยู่ระหว่างปฏิบัติการโจมตีอย่างหนักหน่วงต่อพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน โดยเฉพาะในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อทำลายฐานยิงจรวดต่างๆของอิหร่านที่เป็นภัยต่อเรือสินค้าที่แล่นผ่านช่องแคบอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่