ผู้รู้ทั่วโลกกำลังวิตกวิจารณ์อาการของ ฯพณฯ ทรัมป์ ท่านหนึ่งว่า ฯพณฯ ป่วยเป็นโรคหลงตัวเอง...ระดับอาการขั้นสาหัส...ตาขวางพูดกับใครไม่รู้เรื่อง แต่ผมจะขอนำ ฯพณฯ เข้าคลินิกสำนักเจ้าเข้าทรงเมืองไทยครั้งหนึ่งว่ากันว่ามีสำนักนับหมื่น...แล้วก็ขอเดา...ท่านพ่อ ท่านแม่คงบอกว่าอาการอย่างนี้หนีไม่พ้น...“ถูกของ” หรือไม่ก็ “ผีเข้า”งาน “ถูกของ” ราวปี 2523 ผมเคยทำข่าวขึ้นหน้าหนึ่ง...สำนักอยู่ซอยสวนพลู เลยบ้านอาจารย์หม่อมคึกฤทธิ์ เข้าไปนิดหนึ่ง...ของที่ถูกเข้าเป็น “ตะปู” ตอนอาจารย์ทำพิธีถอนตะปูพิลึกพิลั่น ท้าพิสูจน์กันขั้นออกทีวีมาแล้วส่วนงาน “ผีเข้า” นั้น ครูบาอาจารย์ท่านไล่ได้หลายวิธี แต่วิธีที่ผมอึ้ง...นึกไม่ถึง วิธีของหลวงปู่ชา วัดหนองป่าพงเรื่องนี้อ่านมาจาก “ชวนม่วนชื่น” เล่มแรก พระอาจารย์พรหม เล่าเองว่า ผู้ใหญ่บ้านลูกบ้านช่วยกันฉุดลากผู้หญิงที่กำลังถูก “ผีเข้า” เจ้าเก่าจนมาถึงกุฏิหลวงปู่ขา...หลวงปู่ท่านไม่ได้ตั้งท่าเสกน้ำมนต์ หรืองัดเอาหวายเสก...ออกมาเหมือนที่วัดอื่นๆทำ แต่ท่านหันไปสั่งพระเณรให้ช่วยกันเอาน้ำใส่กาตั้งบนเตา แล้วติดไฟต้มไปเรื่อยๆ“ผี” ก็ตัวสั่น บิดตัวไปมา หลวงปู่เห็นน้ำเดือดไม่ทันใจก็หันสั่งให้พระเณรให้ช่วยกันพัดเร่งไฟ ปากท่านก็ว่า ผีมันกลัวน้ำร้อน ราดใส่พักเดียวมันก็ออกงานผีเข้าจบง่าย ชั่วเวลาน้ำเดือด...ประเดี๋ยวอาการสั่นของผีเข้าก็ค่อยๆลดลงจนนิ่งเงียบ หลวงปู่ท่านอธิบาย...ไม่ว่าคนหรือผี มีวิธี “เอาตัวรอด” กลัวน้ำเดือดเหมือนๆกันแต่ถ้าใช้ทุกวิธีแล้วอาการท่านทรัมป์ยังไม่บรรเทา...มีวิธีที่พระพุทธเจ้าของเรานิยมใช้...คือเทศน์ อธิบายเหตุผล ต้นปลาย...พระอาจารย์พรหมท่านก็เอาอย่างมาใช้...เล่าเรื่อง...ต่อไปนี้ศาสตราจารย์ สอนวิชาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยดัง สหรัฐอเมริกา ใช้ช่วงเวลาเช้า พักผ่อนไปนั่งดูชาวประมง ขนปลาที่จับได้จากเรือขึ้นขายบนฝั่ง ที่หมู่บ้านชาวประมงเม็กซิโก เงียบสงบแห่งนั้นเขาเหลือบตาไปที่ชาวประมงคนหนึ่ง นั่งจับเจ่าอยู่ใกล้ๆ แล้วทัก “นี่นาย ทำไม เลิกจับปลาเสียตั้งแต่ยังเช้า”“ผมจับปลา ได้เพียงพอแล้วครับ ซินยอร์” สีหน้าคนถามไม่เข้าใจ เขาต้องพูดต่อ “ผมมีปลาเป็นอาหารเลี้ยงครอบครัว แล้วก็ยังเหลือขาย เดี๋ยวผมก็จะกลับไปกินอาหารกลางวัน บ่ายก็งีบหลังอาหารเย็น ผมดื่มเตกีล่าสักหน่อย เล่นกีตาร์กับเพื่อน... ทั้งหมดนี้ พอเพียงกับชีวิตผมแล้ว”แต่ท่านศาสตราจารย์ยังสนใจที่ให้วิชาต่อ “นี่แน่ะ! สหาย ถ้านายหาปลาในทะเลจนถึงบ่ายแก่ๆ นายจะได้ปลาเพิ่มขึ้นสองสามเท่า หกเดือนนายจะขายปลาได้เงินมากพอซื้อเรือลำใหญ่ ทีนี้นายจะจับปลาได้อีกสี่เท่าหกเจ็ดปี นายจะมีกองเรือประมงใหญ่ ย้ายสำนักงานไปอยู่เม็กซิโกซิตี้ หรือไปที่แอลเอก็ได้ แค่สามสี่ปีนายเอาบริษัทเข้าตลาดหุ้น ตั้งตัวเองเป็นซีอีโอ รับเงินเดือนหรือเอาเป็นหุ้นก็ได้ อีกปีสองปี นายก็เริ่มแผนซื้อหุ้นบริษัทคืนแล้วนายก็จะกลายเป็นมหาเศรษฐี”ชาวประมงฟังท่านศาสตราจารย์จบ แล้วถาม “แล้วผมจะเอาเงินหลายๆล้าน...ไปทำอะไร?”“สหาย...” ท่านศาสตราจารย์หัวเราะ “มีเงินมากขนาดนั้น ก็เลิกทำงาน ใช่เลย เลิกตลอดชีวิต ซื้อวิลล่าสักหลัง เลือกหมู่บ้านที่งามราวกับภาพวาดเช่นหมู่บ้านของนาย...”ศาสตราจารย์ บรรยายการใช้ชีวิตคนร่ำรวยต่อไป แต่ชาวประมงก็ทัก “ทั้งหมดที่คุณพูดๆออกมา ผมกำลังทำทุกอย่างอยู่แล้ว”เรื่องเล่าเรื่องนี้มีคำสอนต่อท้าย...ถ้ารู้จักชีวิตที่พอเพียง รู้จักหยุด รู้จักวาง...ความสุขก็มาใกล้ตัว โดยไม่ต้องดิ้นรนไขว่คว้าไปหามาจากไหน...รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ หรือคำชมอะไร ก็ไม่ใช่สักอย่างพระอาจารย์พรหม ท่านจบจากเคมบริดจ์ ครับ...ฝรั่งด้วยกัน กึ๋นทันกัน...นิมนต์ท่านไปเทศน์ให้ทรัมป์ฟังสักกัณฑ์ เผื่อ ฯพณฯบรรลุธรรม โลกที่กำลังจะรุ่มร้อนกลายเป็นไฟประลัยกัลป์ จะได้สงบเย็นเป็นสุขเสียที.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม