“อนุทิน” รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกฯให้คำมั่นจะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สุขประชาชนชาวไทย จะกำกับควบคุม ครม. ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐให้ซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส ตั้งอยู่บนหลักนิติรัฐนิติธรรม ยันจะเร่งแถลงนโยบายโดยเร็ว รับส่งชื่อ ครม.ตรวจประวัติแล้ว โบ้ยไม่รู้จักงูเห่าส้ม “วีระยุทธ” แย้มจ่อจับดองงูเห่าอุดรฯ อดีต สส.ปชน. ส้มฉะ “บักยอดชั่วงูเห่า” “แสวง” ท่องคาถาจัดเลือกตั้งลับๆ เผยอนุฯสอบฮั้ว สว.สรุปความเห็นแล้ว “ชนินทร์” ตีมึนจำอะไรไม่ได้ กกต.ตั้งแท่นสอบยุบ ปชน. ต่อ ดีเอสไอ เล่นแรงเรียก “กำนันป้อ” แจงคดีรุกที่รัฐ เจ้าตัวยันมีเอกสารสิทธิ เชื่อเป็นเกมการเมืองนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ให้คำมั่นสัญญาต่อประชาชน จะใช้ความรู้ความสามารถปฏิบัติหน้าที่นายกฯ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยอย่างเต็มกำลัง“อนุทิน” หยอดหวานพบรักเก่า อสม.เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 20 มี.ค. ที่โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ท อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดงานวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติประจำปี 2569 และมอบรางวัลเชิดชูเกียรติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ดีเด่น มีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ประธานชมรม อสม. อสม. และภาคีเครือข่ายกว่า 2,000 คนเข้าร่วม นายอนุทินกล่าวเปิดงานว่า ดีใจเหมือนได้มาพบกับคนรักเก่า ตนเป็น อสม.บุรีรัมย์ ขออนุญาตรายงานตัว ถือว่าพวกเราเป็นนักรบชุดเทาเหมือนกัน เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขทำหน้าที่ดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชนในช่วงโควิด ความสำคัญของพี่น้อง อสม.อยู่ในความคิดตลอดเวลา มั่นใจว่าประเทศนี้นอกจากบุคลากรสาธารณสุข พยาบาล เภสัชศาสตร์แล้ว พี่น้อง อสม. เป็นผู้ช่วยที่สำคัญขาดไม่ได้ ขอบคุณในความทุ่มเทเสียสละ ขอให้มีความภาคภูมิใจรับส่งชื่อ ครม.ตรวจประวัติแล้วนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังเริ่มมีคดีกับผู้ที่คาดว่าจะมีชื่อ ในโผ ครม. ต้องตรวจสอบประวัติเข้มข้นขึ้นหรือไม่ นายอนุทินพยักหน้าก่อนตอบว่า มีหลักเกณฑ์อยู่ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร เมื่อถามว่าจะทำให้การจัด ครม. ล่าช้าหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ในส่วนของพรรค ภท.ไม่มีปัญหา ส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลได้รับรายชื่อมาแล้ว จะมีการตรวจสอบตามกระบวนการ โดยสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เป็นผู้ประสานหน่วยงานต่างๆกว่า 10 หน่วยงานตรวจสอบอย่างละเอียด เราต้องรอผลการตรวจสอบใครที่มีปัญหาจะแจ้งกลับไปยังต้นสังกัดของผู้ที่เสนอมา เมื่อถามว่าขั้นตอนการส่งรายชื่อประวัติเสร็จสิ้นแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินพยักหน้า เมื่อถามถึงกรณีเมื่อวันที่ 19 มี.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายพาดพิงนายกฯ ว่าขาดคุณสมบัตินายกฯเนื่องจากเกี่ยวข้องกับคดี ฮั้ว สว. และนำเรื่องนี้มาโจมตีตลอด นายอนุทินหัวเราะแต่ไม่ได้ตอบคำถามโบ้ยไม่รู้จักงูเห่าส้มไม่มีตอบแทนนายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีงูเห่าสีส้มมาโหวตนายกฯ มาจากงูดูดงูด้วยเงิน 20 ล้านบาท บวกเงินเดือนอีกเดือนละ 4 แสนบาทว่า เงินเดือนนายกฯยังแสนเดียวเอง ไม่ทราบว่ามาจากไหน ไม่รู้จักเขา ทราบว่าเป็นสมาชิกพรรคประชาชนแต่ยังไม่เคยเห็นตัวจริง น่าจะเป็น สส.สมัยแรก มีข้อมูลเพียงเท่านี้ ไม่ทราบว่าเหตุผลที่ลงมติให้ด้วยเหตุอะไร แต่เรื่องแรงจูงใจหรือค่าตอบแทนรับรองว่าไม่มีแน่นอน เมื่อถามว่าเสียงพรรค ภท.มั่นคงแล้ว การจะเพิ่มใหม่อีกหนึ่งเสียงก็ไม่ช่วยอะไร นายอนุทินตอบว่า คำตอบ อยู่ในคำถาม ถ้าเจอก็ต้องเข้าไปขอบคุณที่เลือกตนรับสนองพระบรมราชโองการฯต่อมาเวลา 13.35 น.ที่พรรคภูมิใจไทย นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อัญเชิญพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ไปยังสถานที่รับสนองพระบรมราชโองการฯ จากนั้นเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรอ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายกฯ ความว่า “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร รามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า โดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเมื่อวันที่ 19 มี.ค.69 เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้ง นายอนุทินเป็นนายกฯ ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายอนุทิน เป็นนายกฯ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 19 มี.ค.2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร”น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณจากนั้นนายอนุทินกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์หลังเสร็จพิธี นายอนุทินคุกเข่าก้มกราบนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดา นางทัศนีย์ ชาญวีรกูล มารดา ก่อนจะเข้าไปโอบกอดนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา น.ส.นัยน์ภัค ชาญวีรกูล บุตรสาว นายเศรณี ชาญวีรกูล บุตรชาย และบุคคลในครอบครัว ก่อนเดินทักทาย สส.พรรคร่วมรัฐบาล เช่น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ และพรรคเล็กอื่นๆ และ สส.พรรค ภท.ที่มาแสดงความยินดีและร่วมพิธี ก่อนถ่ายภาพร่วมกับครอบครัวให้คำมั่นยึดประโยชน์ประชาชนนายอนุทินแถลงว่า รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ขอให้คำมั่นสัญญาต่อประชาชนว่าจะใช้ความรู้ความสามารถปฏิบัติหน้าที่นายกฯ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยอย่างเต็มกำลัง และจะควบคุมกำกับดูแลให้รัฐบาลอันประกอบไปด้วย คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ เจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต คำนึงถึงประโยชน์ประชาชนเป็นลำดับแรก เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับการพัฒนาประเทศ การทำงานของภาครัฐต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจริงจังจากทุกภาคส่วน การบริหารงานที่โปร่งใส ตั้งอยู่บนหลักนิติรัฐ นิติธรรม สุดท้ายนี้ขอให้การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลในครั้งนี้สร้างบรรยากาศใหม่ๆ เป็นบรรยากาศของการมองไปข้างหน้าร่วมกัน และให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานใหม่ๆที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ในรายละเอียดและเป้าหมายของสิ่งที่จะดำเนินการในเทอมของรัฐบาลนี้ ในส่วนที่เป็นนโยบายและมีรายละเอียดนั้น จะเร่งแถลงเป็นวาระการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาด้วยความรวดเร็วต่อไปย้ำตั้ง ครม.เสร็จก่อนสงกรานต์กระทั่งเวลา 16.40 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงทิศทางการจัดทำนโยบายรัฐบาลว่า จะมีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาให้เร็วที่สุด ตอนนี้ได้รายชื่อรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยแล้ว จะได้ให้ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เร่งตรวจสอบคุณสมบัติ เมื่อถามว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะเสร็จสิ้นก่อนสงกรานต์หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า น่าจะเป็นอย่างนั้น การตรวจสอบคุณสมบัติต้องใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ อันนี้เร็วที่สุดแล้ว เพราะต้องผ่านการตรวจสอบ 17 หน่วยงานโควตา รมช.เพื่อไทยไม่นิ่งยังมีขยับผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีช่วยโควตาพรรคเพื่อไทย ที่มี 3 ตำแหน่งนั้น จะเป็นการแบ่งโควตาไปแต่ละภาค คือ ภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคกลาง โดยภาคอีสาน ที่เดิมมีชื่อนายพัฒนา สัพโส สส.สกลนคร โอกาสสูง แต่ตอนนี้เหมือนมีอาการแผ่วปลาย คนที่มาแรงแซงโค้งคือนายวิเชียร ขาวขํา อดีตนายก อบจ.อุดรธานี เนื่องจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา สส.ในภาคอีสานหายไปหลายพื้นที่ แต่ จ.อุดรธานี ยังคงรักษาพื้นที่ได้ สส.มาถึง 4 เก้าอี้ ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่จังหวัดที่ได้สส.มาเป็นกอบเป็นกำ ขณะที่ภาคเหนือมีชื่อ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย เนื่องจากมีผลงาน โดดเด่นที่สามารถครองพื้นที่ไว้ได้ในภาวะที่ภาคเหนือตอนบนถูกตีแตก เหลือ สส.เข้าสภาฯแค่ไม่กี่ตำแหน่ง ขณะที่ภาคกลางยังคงต้องลุ้นว่าตำแหน่งจะตกเป็นของใคร เพราะรายชื่อที่อยู่ในข่ายถูกพิจารณาประกอบด้วย นายศุภชัย นพขำ สส.ปทุมธานี และนายอนุชา นาคาศัย สส.ชัยนาท สุดท้ายต้องรอดูว่าผู้บริหารพรรคจะให้ใครเข้าไปทำหน้าที่รัฐมนตรี เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการปลุกกระแสความนิยมของพรรคในพื้นที่ภาคกลาง โดยพรรคจะส่งประวัติผู้ถูกเสนอชื่อให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตรวจสอบต่อไปปชน.จ่อจับดองงูเห่าสีส้มอุดรฯที่พรรคประชาชน (ปชน.) นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวถึงมาตรการดำเนินการกับนายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี สส.งูเห่าที่โหวตสวนมติพรรคเลือกนายกฯว่า อดีตเคยมีบทเรียนมาแล้ว การขับออกไม่เป็นประโยชน์เสมอไป สามารถวิ่งหนีไปลงพรรคอื่นได้ทันที ยิ่งสนับสนุนปรากฏการณ์งูดูดงูเข้าไปอีก ควรต้องเป็นมาตรการที่ลงโทษแล้วได้ผลมากที่สุด ขอรอข้อสรุปจากที่ประชุม สส.พรรคก่อน แต่โดยหลักการคือต้องเป็นการลงโทษจริง ไม่ใช่การให้ประโยชน์ ขณะนี้ทางพรรคพยายามติดต่อนายสุริยาอยู่ เมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรคเตรียมผลักดันขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค และให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค สลับมาเป็นเลขาธิการพรรคนั้น นายวีระยุทธตอบว่า การตัดสินใจเรื่องตำแหน่งบริหาร ต้องดำเนินการในที่ประชุมใหญ่พรรค ปลายเดือน เม.ย. ขอให้รอจังหวะเวลานั้น ต้องรอมติจากที่ประชุม ไม่สามารถพูดล่วงหน้าได้อดีต สส.ส้มฉะ “บักยอดชั่วงูเห่า”ขณะที่นายคำพอง เทพาคำ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “เป็นสส.มา 2 สมัย เคยถูกติดต่อเสนอซื้องูเห่ากี่ครั้ง? ครั้งแรก 3 ล้าน ครั้งที่สอง 30 ล้าน เงินรายเดือนเดือนละ 2 แสน พร้อมตำแหน่งขุนพลอีสาน (มาติดต่อถึงบ้านที่อุบลฯ) ครั้งที่สาม 20 ล้าน ครั้งที่สี่ 40 ล้าน ครั้งที่ห้า 30 ล้าน (ให้ไปรับเงินที่ราบ 11 มีรถตู้มารับไป) นี่ก่อนโหวตประธานสภาฯ และโหวต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ครั้งที่หก 80 ล้าน พร้อมรถหรู ป้ายแดง 1 คัน (หลังยุบพรรคอนาคตใหม่) ครั้งที่เจ็ด 15 กิโล (หลังยุบพรรคก้าวไกล) ทุกครั้งติดต่อผ่านคนรู้จัก เช่น เพื่อนที่ทำงานเก่า มีต่อตรงคือครั้งที่สอง หกและเจ็ด มันเกิดขึ้นจริง แบบบักยอดชั่ว”“แสวง” ท่องคาถาจัดเลือกตั้งลับๆที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมคณะแถลงชี้แจงตอบข้อซักถามสื่อมวลชน คดีบัตรเลือกตั้งหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งว่า เป็นคดีที่อยู่ในกระบวนการ ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้เราชี้แจงในประเด็นอะไร และเวลาใดบ้าง แต่ยืนยันทำตามหน้าที่ให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม เป็นไปโดยตรงและลับ เป็นกระบวนการที่เราต้องไปชี้แจงว่าเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้หรือไม่ เมื่อถามว่าอาจต้องมีการจำลองเหตุการณ์ในการเลือกตั้ง โดยการใช้บาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดในการสแกนต้องพิสูจน์ให้เป็นที่ประจักษ์หรือไม่ว่ามันไม่สามารถนำสู่ต้นขั้วได้จริงๆ นายแสวงตอบว่า เราทำหน้าที่ตามกฎหมายคือการลงคะแนนต้องเป็นไปโดยลับ ในตอนนี้มันยังลับ เราทำตามหน้าที่แล้ว ไม่มีความเห็นเรื่องการจำลองการเลือกตั้ง เป็นเรื่องของการต่อสู้คดี แต่ข้อดีคือการไปถึงศาลรัฐธรรมนูญจะเกิดความชัดเจนไม่ตอบพิมพ์บัตรใหม่ไม่ใส่รหัสเมื่อถามถึงคดีที่ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน ยื่นฟ้องดำเนินคดี กกต. ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 นายแสวงตอบว่า น่าจะถูกฟ้องอยู่หลายคดี แต่สำนักงานฯยืนยันว่าเราทำตามกฎหมายและหน้าที่ เมื่อถามว่ามั่นใจว่ากระบวนการเป็นความลับแต่ทำไมบัตรเลือกตั้งครั้งใหม่ถึงไม่มีรหัสที่ขั้วบัตรออกมา นายแสวงไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว ระบุเพียงว่า บัตรเลือกตั้งเป็นอำนาจของ กกต. เพียงแต่เราต้องปกป้องการเลือกตั้ง สำหรับผู้ที่ไปพิสูจน์ว่าสามารถสแกนได้หรือไม่ ก็ไม่ใช่ผู้ที่มีหน้าที่พิสูจน์ เมื่อถามว่าหากมีการจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไป คือการเลือกผู้ว่าฯ กทม. จะมีบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งหรือไม่ นายแสวงตอบว่า ความจริงตอนปี 2566 ก็มีมาอยู่แล้ว ตรงนี้ยังตอบไม่ได้อยู่ที่ กกต.เผยอนุฯสอบฮั้ว สว.สรุปความเห็นนายแสวงยังกล่าวถึงความคืบหน้าคดีฮั้ว สว.ว่า ยืนยันว่าสำนักงาน กกต.ทำตามกฎหมาย ขั้นตอน อนุกรรมการใช้เวลา 90 วันน่าจะมีความเห็นไปแล้ว อยู่ระหว่างส่งมาให้สำนักงาน กกต.ก่อนเสนอคณะกรรมการ กกต.พิจารณาต่อไป ส่วนเรื่องที่เป็นข่าวไม่ว่าจะชั้นกรรมการสอบสวน หรือชั้นอนุกรรมการ ไม่มีใครทราบ ยืนยันว่า กกต. หรือตนก็ไม่มีใครทราบ เมื่อถามว่าหากสุดท้ายยกคำร้อง จะส่งผลทางการเมืองอย่างไรบ้าง เพราะ กกต.บางส่วน ถูกมองว่ามาจากการแต่งตั้งของ สว.สีน้ำเงิน นายแสวงตอบว่าผลทางการเมืองคงตอบไม่ได้ แต่การทำงานไม่ว่าผลไปซ้าย หรือขวา ยกหรือลง มีคนได้ประโยชน์ทั้งนั้น กกต.ก็รับแรงกระแทกทุกฝ่าย ไม่มีใครไปบิดเบือนได้ เมื่อถามว่าสุดท้ายแล้ว กกต.ยังมีความเป็นอิสระหรือไม่ นายแสวงตอบว่า นั่นเป็นความเห็น สังคมมองอยู่ จริงๆเราทำตัวตามปกติ แต่ต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น ให้คนเห็นว่าเราทำตรงไปตรงมา ส่วนความเห็นของสังคมเป็นได้ทุกทาง“ชนินทร์” ตีมึนจำอะไรไม่ได้แล้วเมื่อถามย้ำถึงคำวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 36 ออกมาคนละทิศทางกับที่ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เคยให้ทิศทางไว้ ทำให้ กกต.ถูกสังคมมองว่าเป็นเครื่องมือฟอกขาว ร.ต.อ.ชนินทร์ตอบว่า ยังไม่เห็นความเห็นของคณะอนุกรรมการสืบสวนฯ คณะที่ 36 ส่วนผลวินิจฉัยชุดที่ 26 ในความเห็นของตนก็จำไม่ได้แล้วว่าให้ความเห็นอะไรไว้บ้าง ทำให้นายแสวงรีบกล่าวเสริมว่า เรื่องการทำงานเป็นความลับ คณะกรรมการฯชุดที่ 26 พูดไม่ได้เพราะเป็นความลับ ส่วนคณะอนุกรรมการสืบสวนฯ คณะที่ 36 จะมีความเห็นอย่างไร ก็ไม่มีใครทราบ มีเพียงที่เป็นข่าว แต่ไม่มีใครออกมายืนยัน ไม่มีใครเปิดเผยได้อยู่แล้ว ต้องรอว่าไปถึงชั้นสุดท้ายในการพิจารณาของ กกต. จะมีทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย ความเห็น และมติตั้งแท่นสอบยุบพรรค ปชน.ต่อด้านนายเกรียงไกร พานดอกไม้ รองเลขาธิการกกต. กล่าวถึงกรณีมีผู้ร้องขอให้ยุบพรรคประชาชน จากเหตุข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกพรรคเกิดการรั่วไหลว่า มีผู้ยื่นคำร้องรวมทั้งสิ้น 3 ราย เรื่องยังอยู่ในขั้นตอนของสำนักงาน กกต. ที่กำลังดำเนินการก่อนส่งต่อให้คณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92 เป็นบทบัญญัติที่อาจนำไปสู่การยุบพรรคได้นายแสวงกล่าวเสริมว่า ปกติผู้ยื่นคำร้องมักยื่นในข้อหาหนักไว้ก่อน และในกรณีที่เกี่ยวกับพรรคการเมือง มักมีการร้องขอให้สั่งยุบพรรคไว้ล่วงหน้า ในข้อเท็จจริงอาจไม่ได้เป็นไปตามที่ร้องเสมอไป เนื่องจากทุกอย่างต้องพิจารณาตามข้อ กฎหมายและพยานหลักฐานเป็นสำคัญ การร้องเรียนเกี่ยวกับพรรคขนาดใหญ่มักเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคม และอาจทำให้เกิดกระแสหรือความรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาได้ แต่การพิจารณาของ กกต. ยึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกพรรคดีเอสไอเรียก“กำนันป้อ”พบรุกที่รัฐวันเดียวกัน เวลา 09.10 น. นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีต รมช.คมนาคม พร้อมทีมกฎหมาย เข้าพบเจ้าหน้าที่กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตามหมายเรียกให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ, ประมวลกฎหมายที่ดิน และประมวลกฎหมายอาญา ในฐานความผิดร่วมกันบุกรุก ยึดถือ ครอบครองที่ดินของรัฐและที่สาธารณประโยชน์ ในคดีพิเศษที่ 154/ 2562 กรณีเจ้าหน้าที่รัฐออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบในที่ดินทำเลเลี้ยงสัตว์หาดสวนยา ต.ศรีวิเชียร อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เพื่อประโยชน์ของเอกชน จากพยานหลักฐานพบว่า บริษัท แป้งมันเอี่ยมอีสาน จำกัด ขุดบ่อกักเก็บน้ำ 3 บ่อ เนื้อที่กว่า 16 ไร่ เพื่อใช้ประโยชน์ในโรงงานแป้งมัน เนื่องจากที่ดินดังกล่าวติดแม่น้ำลำคลอง โดยอ้างเอกสารสิทธิที่ออกโดยมิชอบยันมีโฉนด–ปัดตอบสกัดเก้าอี้ รมต.นายวีรศักดิ์ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าพบเจ้าหน้าที่ ว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด แต่พร้อมให้ความร่วมมือตามกระบวนการ หลังใช้เวลาให้ถ้อยคำกว่า 3 ชั่วโมง นายวีรศักดิ์เปิดเผยอีกครั้งว่าปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เป็นเรื่องของบริษัท ยืนยันว่ามีโฉนดทุกแปลง เมื่อถามว่าคดีมีการสอบสวนมาตั้งแต่ปี 2562 แต่เพิ่งมาเป็นประเด็น มองว่าเป็นเกมการเมืองหรือไม่ นายวีรศักดิ์ตอบว่า น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่มองว่าไม่ได้ถูกกลั่นแกล้ง และไม่ใช่การสกัดเก้าอี้รัฐมนตรี เมื่อถามว่า น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย บุตรสาว และนางยลดา หวังศุภกิจโกศล ภรรยา จะเข้ามาพบพนักงานสอบสวนหรือไม่ นายวีรศักดิ์รีบปฏิเสธว่า ต้องรีบกลับบ้านที่ จ.นครราชสีมา น้ำมันยิ่งไม่ค่อยมีเดี๋ยวกลับไม่ถึงบ้าน ก่อนยกมือไหว้และขอบคุณสื่อมวลชน พร้อมย้ำทิ้งท้ายว่า พื้นที่ใน 3 บ่อ มีเอกสารสิทธิหมดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่