“ในเดือน มี.ค.2569 การประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนชุดที่ 14 ครั้งที่ 4 และการประชุมสภาปรึกษาการเมืองแห่งชาติจีนชุดที่ 14 ครั้งที่ 4 ได้จัดขึ้นอย่างประสบความสำเร็จ ณ กรุงปักกิ่ง การประชุมทั้งสองสภาของจีนได้หารือกันอย่างลึกซึ้งในประเด็นสำคัญ เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การพัฒนาพลังการผลิตรูปแบบใหม่ การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการเปิดประเทศในระดับสูง”“จาง เจี้ยน เว่ย” เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย อธิบายถึง “การประชุมสองสภา” ซึ่งปีนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นจุดสตาร์ตของ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ของจีน ซึ่งเป็นการกำหนดทิศทางสำคัญของการพัฒนาจีนในยุคใหม่ และเป็นโอกาสสำคัญสำหรับทั่วโลกในการทำความเข้าใจถึงการพัฒนาของจีนและแบ่งปันโอกาสต่างๆใจความสำคัญแบ่งได้เป็น 5 ข้อหลัก ประการแรก เป้าหมายการพัฒนาคือการบรรลุความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพ การประชุมสองสภากำหนดภารกิจหลักของการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงไว้ชัดเจน ตั้งเป้าหมายเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ในขอบเขตที่เหมาะสม 4.5% ถึง 5% และให้ความสำคัญกับการจ้างงานที่มั่นคง ราคาที่มั่นคง และความคาดหวังที่มั่นคงเป็นทิศทางสำคัญของนโยบายเศรษฐกิจมหภาคเป็นแนวทางการพัฒนาของจีนที่มุ่งเน้นความก้าวหน้าควบคู่ไปกับรักษาเสถียรภาพในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน จีนจะวางรากฐาน ที่มั่นคงสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงในระยะยาว สร้างความเชื่อมั่นและแรงผลักดันให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจโลกผ่านยุทธศาสตร์ต่างๆ เช่น การขยายอุปสงค์ในประเทศ การส่งเสริมนวัตกรรมทางเทคโนโลยี การพัฒนาพลังการผลิตรูปแบบใหม่ และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างต่อเนื่องประการที่สอง คือ การวางผังอุตสาหกรรม ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและการยกระดับ การประชุมสองสภาจีนระบุชัดเจนว่า นวัตกรรมทางเทคโนโลยีควรเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยมีเศรษฐกิจภาคการผลิตเป็นรากฐาน เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงและการยกระดับอุตสาหกรรมดั้งเดิม การพัฒนาและการขยายตัวของอุตสาหกรรมเกิดใหม่ การวางผังอุตสาหกรรมในอนาคตที่มุ่งไปข้างหน้า เพื่อเร่งการสร้างระบบอุตสาหกรรมที่ทันสมัย ตั้งแต่ความเป็นผู้นำระดับโลกในด้านยานยนต์พลังงานใหม่และอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ ไปจนถึงความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง เช่น ปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีควอนตัม และอุตสาหกรรมมุ่งสู่อนาคต การผลิตทางชีวภาพ ปัญญาประดิษฐ์แบบมีร่างกาย นวัตกรรมกำลังกลายเป็นกลไกขับเคลื่อนหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจของจีน ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งจาก “ผลิตในจีน” ไปสู่ “การผลิตอัจฉริยะในจีน”ประการที่สาม มีนโยบายด้านการดำรงชีวิตที่มุ่งส่งเสริมความมั่งคั่งร่วมกัน จีนยึดมั่นในปรัชญาการพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลางมาโดยตลอด โดยถือว่าความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนเป็นค่านิยมพื้นฐานจีนได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนและสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของประชาชน เช่น การจ้างงาน การศึกษา การดูแลสุขภาพ และการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมความมั่งคั่งร่วมกันอย่างต่อเนื่องประการที่สี่ ยุทธศาสตร์การเปิดประเทศที่เป็นประโยชน์ร่วมกันและได้ประโยชน์ทุกฝ่าย การประชุมสองสภาในจีนได้ส่งสัญญาณอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการขยายการเปิดประเทศในระดับสูง การปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง การขยายการเปิดกว้างเชิงสถาบัน การยึดมั่นในระบบการค้าพหุภาคี และการร่วมกันพัฒนาโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางที่มีคุณภาพสูงตั้งแต่มาตรการยกเว้นวีซ่าฝ่ายเดียวแก่ 50 ประเทศ ไปจนถึงการดำเนินการยกเว้นภาษีศุลกากร 100% สำหรับสินค้าจากแอฟริกาอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การเติบโตอย่างต่อเนื่องของจำนวนวิสาหกิจต่างชาติที่ลงทุนในจีน ไปจนถึงการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้ากับหลายประเทศอย่างต่อเนื่อง จีนได้เปิดรับโลกด้วยทัศนคติที่เปิดกว้างเสมอมา ทำให้ตลาดจีนเป็นตลาดโอกาสร่วมกันสำหรับทั่วโลกประการที่ห้า จีนยึดมั่นในแนวทางที่ถูกต้องในการดำเนินนโยบายการทูตในฐานะประเทศขนาดใหญ่ เมื่อเผชิญกับความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นอีกครั้งในตะวันออกกลางและการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทางเลือกทางการทูตของจีนยังคงแน่วแน่ โดยปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างเด็ดเดี่ยว ยึดมั่นในหลักนิติธรรมระหว่างประเทศ ต่อต้านการใช้อำนาจบาตรใหญ่และการข่มขู่รังแกประเทศที่อ่อนแอกว่า ปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ และยืนหยัดอย่างมั่นคงบนเส้นทางที่ถูกต้องของประวัติศาสตร์ปี 2569 เป็นปีแห่งเอเปกของจีน จีนจะใช้ประโยชน์จากการเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเอเปกอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อส่งเสริมการสร้างประชาคมเอเชียแปซิฟิก โดยร่วมมือกับประเทศอื่นๆ ในการแก้ไขปัญหาความท้าทายระดับโลก และสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงให้กับโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนและวุ่นวายจีนและไทยเป็นญาติที่ดี มิตรที่ดี และเป็นหุ้นส่วนที่ดี ปีที่แล้ว พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯเยือนจีนอย่างเป็นทางการ และประมุขของทั้งสองประเทศได้บรรลุฉันทามติที่สำคัญเกี่ยวกับการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โครงการความร่วมมือกำลังเร่งดำเนินการและมีความคืบหน้าต่อเนื่อง ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อยู่ในระดับสูง และความสัมพันธ์ทวิภาคีอยู่ในช่วงที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ จีนสนับสนุนไทยอย่างแน่วแน่ในการดำเนินเส้นทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับสภาพของประเทศ และยินดีที่จะเป็นหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ของไทยเสมอ เพื่อร่วมกันส่งเสริมการสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกันเสียงสะท้อนจากการประชุมสองสภาของจีน แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของจีน และเป็นการเชิญชวนให้ทั่วโลกร่วมมือกันซึ่งจะนำมาซึ่งโอกาสใหม่ๆ ในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทยอย่างแน่นอน จีนยินดีที่จะเสริมสร้างการประสานยุทธศาสตร์การพัฒนากับไทย ส่งเสริมการพัฒนาโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางอย่างมีคุณภาพ และสร้างความร่วมมือที่โดดเด่นยิ่งขึ้นในสาขาเกิดใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจสีเขียว และเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนของทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และร่วมมือกันเพื่อก้าวไปสู่ 50 ปีทองข้างหน้าแห่งมิตรภาพของความสัมพันธ์จีน–ไทย.วีรพจน์ อินทรพันธ์คลิกอ่านคอลัมน์ “7 วันรอบโลก” เพิ่มเติม