แค่ต้นฤดูอากาศเมืองไทยยังร้อนเหมือน “ซ้อมตกนรก”ดีกรีระอุเดือดตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์นั่นก็ไม่ต้องพูดถึงช่วงพีกสุดในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม มีหวังร้อนแบบวัวตายควายล้ม แต่ที่แน่ๆอารมณ์ของคนไม่กลัวอุณหภูมิองศาเดือด จังหวะฝ่าดีกรีร้อนทางการเมือง 7 อรหันต์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินหน้าปฏิบัติการลุยไฟล้อมรอบทิศ มีมติประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งรวดเดียว 396 เขตทั่วประเทศจ่อตามด้วยการประกาศรับรอง 100 สส.บัญชีรายชื่อในสัปดาห์ถัดไป“ปล่อยผี” กันยิ่งกว่ามหกรรมล้างป่าช้าพรวดพราดแบบที่ว่า สำนักงานเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎรแทบตั้งตัวไม่ติด จัดเตรียมเอกสาร ไปจนเคลียร์ลานจอดรถเตรียมสถานที่รับ สส.ใหม่กันฉุกละหุกประมูลจัดซื้อจัดจ้างบัตรประจำตัวสมาชิกผู้แทนราษฎรไม่ทันนั่นเพราะเพิ่งผ่านวันหย่อนบัตรไปแค่ 17 วัน ตามรัฐธรรมนูญให้เวลา กกต.ในการประกาศรับรองผล สส.ได้ภายใน 60 วันเหลือเวลาอีกกว่า 40 วัน แต่ 7 อรหันต์โชว์สปีดขั้นเทพอาการ “ลุยไฟ” หนีเพลิงไหม้ สวนแรงปะทะกระแส “โกงเลือกตั้ง” ที่โหมกระหน่ำ สังคมส่วนใหญ่รุมโห่ฮา กังขา กกต.จัดเลือกตั้งได้ต่ำกว่ามาตรฐานย้อนกลับเทียบการเลือกตั้งสกปรกสุดในประวัติศาสตร์ปี พ.ศ.2500“ร่องรอยพิรุธ” เต็มไปหมด ไม่ว่าจะ “บัตรเขย่ง” ที่ยอดพุ่งเป็น “บัตรกระโดดค้ำถ่อ” ปิดกล่องไม่ลง เปอร์เซ็นต์ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งที่ยอดเพี้ยนไปเพี้ยนมา ย้อนแย้งกับภาพข่าวคนแห่กาบัตรกันคึกคักในวันที่ 8 กุมภาพันธ์หักมุมกับกระแสตื่นตัวคิวเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรและใช้สิทธิล่วงหน้าประกอบกับลีลา “ดึงเช็ง” สำนักงาน กกต.ภายใต้กำกับของ “แหวง เซราะกราว” นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แสดงจุดอ่อนวิชาคณิตศาสตร์ ใช้เวลาสรุปยอดคะแนนดิบนานมากเหมือนใช้ “ดีดลูกคิด” ในยุคเอไอ ไม่ได้ประมวลผลด้วยระบบดาต้ามันก็ไม่น่าแปลกใจที่ กกต.จะตกอยู่ในสถานะ “ผู้ต้องสงสัย” และแทนที่จะเร่งเคลียร์ความโปร่งใสสลัดจากความหวาดระแวง 7 อรหันต์ กกต.กับ “แหวง เซราะกราว” กลับเลือกวิธีสู้กลับกระแสด้วยมาตรการทางกฎหมาย “ปิดปาก”ไล่ฟ้องดำเนินคดี “อั้งยี่” กับขบวนการจ้อง “จับผิด”โชว์ฤทธิ์เดชอำนาจ กระชับกระบองในมือฟาดดะ ไม่สนกระแสไม่แคร์สื่อ ภายใต้ความเชื่อว่าพลังต่อต้านที่ลุกฮือคงแผ่วปลาย เพราะสุดท้ายคดีโกงเลือกตั้งก็ต้องลากไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ สถานีปลายทาง “สว.สายน้ำเงิน”“จุดไต้ตำตอ” วนไม่พ้นค่ายกล “รัฐพันลึก”หรืออาจจะนึกเสียววาบขึ้นมาหน่อย ก็ตรงที่กองทัพส้ม พรรคประชาชน มอบธงให้ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรค พร้อมทีมนักกฎหมายรุ่นใหม่ลากคดีไปว่ากันที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางยื่นฟ้อง 7 อรหันต์ กกต.พ่วง “แหวง เซราะกราว” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ในฐานะเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปล่อยให้มีการทุจริตเลือกตั้งเดิมพัน “คุกตะราง” แบบที่รุ่นพี่ “กกต.ยุค 3 หนา” เจอวิบากกรรมแต่นั่นก็ต้องว่ากันอีกยาวๆ ตามกระบวนยุติธรรมในศาลใช้เวลาสู้กันอีกนาน ฟาดฟันข้อกฎหมายกันอีกหลายยกเผลอๆเทอมสภาจะหมดไปก่อน คดียังไม่จบด้วยซ้ำทั้งหมดทั้งปวง ตามเงื่อนไขสถานการณ์เชื่อมโยงเป็น “คนละเรื่องเดียวกัน” แต่ต้องแยกมุมของประเด็นโกงเลือกตั้งออกจากกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลกระบวนการตามรัฐธรรมนูญต้องเดินหน้าไปตามไทม์ไลน์ในเมื่อ กกต.ลุยไฟประกาศรับรองผลเลือกตั้ง จังหวะขยับตามพิธีกรรมทางกฎหมาย เข้าเหลี่ยม “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผู้นำค่ายอันดับหนึ่งที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดในสนามเลือกตั้งถือสิทธิอย่างชอบธรรมในการเดินหน้ารวบรวมเสียงจัดรัฐบาลนับเป็นสัญญาณระฆังยกแรก โดยสถานการณ์ “แชมป์แต้มขาด” ก๊วนเซราะกราว กวาด สส.ทะยานไปถึง 193 ที่นั่ง ยังไม่นับปฏิบัติการรวบรวมเสียงพรรคเล็กที่กระจัดกระจายมารวมอยู่หน้าตักอีกเกือบ 30 เสียงเกินคำว่า “เพียงพอ” กับการการันตีสถานะ “แกนนำ”ด้วยวิถีธรรมชาติการเมืองแบบไทยๆ เว้นไว้แค่เหตุฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย ไม่มีทางที่ “นายกฯหนู” กับบรมกุนซืออย่าง “เนวิน ชิดชอบ” ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณา จักรเขากระโดง จะพลาดเกมล็อกอำนาจภายใต้บรรยากาศที่ฝุ่นตลบอบอวลจากพวกวิ่งเกาะขบวนรถไฟในสายตาของระดับโคตรเซียนการเมืองด้วยกัน จะสังเกตได้ถึงลูกเขี้ยวเบอร์ใหญ่การเมืองไทยตัวจริงเสียงจริง สิ่งที่สะท้อนจากลีลาเด้งเชือกของ “นายกฯหนู” ที่แฝงไว้ด้วยซิกสัญญาณจากบรมกุนซือ “เนวิน”เดินหมาก “กินตัว” คู่แข่งไปทีละนิด จนหมดทางสู้“งูเหลือม” รัดเหยื่อจนหมดแรงขัดขืน โดนกลืนกินในที่สุด สภาพแบบที่ปราบม้าพยศอย่าง “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า บิ๊กบราเธอร์ค่ายกล้าธรรม ค่อยๆหมดฤทธิ์ หมดฟอร์มบู๊ หมดมุกขู่กลายเป็นต้องตั้งรับผวาเกมดูด “งูเขียว” ย้อนศร “หมองู”เปอร์เซ็นต์สูงที่จะตกขบวนรถไฟ ไปนั่งเหงาในปีกฝ่ายค้านสถานการณ์ของพรรคกล้าธรรมมาถึงจุดที่ได้ลุ้นแค่สถานะของ “อะไหล่” เอาไว้ขู่ “ก๊วนนายใหญ่” ไม่ให้ย่ามใจ ไม่มีหลักประกัน “เกมพลิก” อาจถูกเขี่ยตกขบวนนาทีสุดท้ายในอาการที่พรรคเพื่อไทยยังพยายามอัปราคา “เรียกของ” ราคาแพงปล่อยโพย ปั่นโผกันรายวัน โดยเฉพาะเก้าอี้ รมว.เกษตรฯ ทั้งที่รู้ทั้งรู้เป็นของรักของหวง “เนวิน” ต้องออกแรงแย่งมาจาก “ผู้กองนัส” แล้วมีหรือที่จะเตะหมูเข้าปากพรรคเพื่อไทยง่ายๆกลายเป็นพรรคที่ปั่นป่วนสุดตั้งแต่นาทีแรกๆที่ได้รับตั๋วร่วมขบวนปรากฏการณ์กระฉอกภายนอก กระเพื่อมภายใน เขย่ากันแรงๆแบบที่กระพือชนวนต้านชื่อ “สมศักดิ์ เทพสุทิน–สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” เบอร์ใหญ่ยึดโควตารัฐมนตรีถ้ายังเก็บอาการดิ้นเกินราคาไม่อยู่ “ผู้กองนัส” อาจถูกหวยนาทีสุดท้ายหล่อเลือกได้ ใหญ่มีสิทธิเลือกจิ้มด้วยแต้มหน้าตักหนาๆ สถานะ “นายกฯหนู” กัปตันทีมเขากระโดง ยังมีสิทธิปรับผู้ร่วมขบวนรถไฟได้ตามอำเภอใจจัดสมการรัฐบาลชั้นเดียวง่ายๆ ตัวแปรพร้อมให้ย้ายข้างได้ตลอดเวลาแดงขืนซ่า เขียวพร้อมเสียบ ฟ้ารอสำรอง สถานการณ์เข้าล็อก แบบที่เจ้าตัวประกาศ “โป้งเดียวจอด” สามารถทำคลอดรัฐบาลได้ทันทีที่ กกต.ประกาศรับรองผล สส.เข้าสู่กระบวนการโหวตในสภาฯนั่นหมายถึงว่า เตรียมแผนการไว้ล่วงหน้าวางหมุดพร้อมหมดแล้วแนวโน้มโจทย์ยากจริงๆของรัฐบาล “อนุทิน 2 พลัส” ไม่ได้อยู่ที่หมากการเมืองเรื่องจัดขั้วรัฐบาล แต่มันอยู่ที่เกมการบริหารราชการแผ่นดินที่สองข้างทางเบื้องหน้าเต็มไปด้วยด่านวิบากมากกว่าจากเงื่อนไขสถานการณ์โลกท้าทายและปัจจัยเชิงลบในประเทศเศรษฐกิจปากท้องคนไทยอยู่ในภาวะลูกผีลูกคน ผลจากวิกฤติตกท้องช้าง เกมอำนาจการเมืองเน่าๆฉุด รั้งการพัฒนาประเทศมากว่า 30 ปี จากเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย กลายเป็นแมวป่วยอาเซียนไทยต้องโซซัดโซเซในศึกภูมิรัฐศาสตร์ ประคองตัวในภาวะการจัดระเบียบโลกใหม่ไหนจะเสี่ยงกับลูกบ้าของ “คาวบอย” โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ที่จ้องงัดมาตรการภาษีมหาโหดกับไทยแลนด์ ฐานเป็นประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากไต้หวันแต่นั่นก็ยังไม่นับสภาพความเสี่ยงถูกจัดในโซน “แผ่นดินแดนบาปเงินเทา”ผลพวงจากการปล่อยให้แก๊งอาชญากรสแกมเมอร์ ของจอมโจรเขมรแดง “ฮุน เซน” ข้ามชายแดนเข้ามานัวเนียกับแก๊งบิ๊กการเมืองและก๊วนนักธุรกิจขาใหญ่ในกรุงเทพฯโดนแกะรอยเงินแก๊งอาชญากรฟอกในระบบเศรษฐกิจไทย จนนักลงทุนโลกผวาณ จุดที่ตัว “นายกฯหนู” เองต้องตกเป็นเป้าโฟกัสชัดกว่าใคร จากสภาพโดนป้ายคราบเทา เจอแฉภาพถ่ายร่วมเฟรมสนิทใกล้ชิดกับ “เบน สมิธ” ประจานคอนเนกชัน เครือข่ายเงินบาปรอบนี้จำเป็นต้องแสดงให้เห็น “ปลอดคราบ” โจรสแกมเมอร์เบอร์ใหญ่โลกการตั้งรัฐมนตรีมัวหมองต้องไม่ซ้ำรอย โดนโยงแก๊งเงินเทาเหมือนรอบก่อนที่ถอยไขก๊อกกันไม่ทันสำคัญคือการฟอร์ม ครม.ต้องตอบโจทย์ความจำเป็นเร่งด่วนในเชิงการบริหารเพื่อ “เนื้องาน” ประคองวิกฤติบ้านเมือง มาก่อนการตอบสนองยุทธศาสตร์การเมือง เรื่องของการสมนาคุณผลงานบ้านใหญ่ขืนเอาแต่การเมือง สลัดไม่พ้นเรื่องเงินเทา ปล่อยเสือหิวเสือโหยปล้นเพ่นพ่าน บริหารบ้านเมืองห่วย“แต้มขาด” ช่วยลากไม่ไหว รัฐบาลจอดป้ายได้ง่ายๆ.“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม