ทหารไทยสังเวยขาที่ 13 พลทหาร เคราะห์ร้าย เดินเท้าไปห้องน้ำริมชายแดน พลาดท่าเหยียบทุ่นระเบิด ซุกไว้ใต้ดินบริเวณฐานเอราวัณ พื้นที่ช่องระยี อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ บึมสนั่นขาขวาขาดกระเด็น สะเก็ดระเบิดอัดขาซ้ายแหลก อาการสาหัส นำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่ง รพ.สุรินทร์ ให้แพทย์ผ่าตัดรักษาด่วน แม่ทัพภาคที่ 2 รุดลงพื้นที่เกิดเหตุ สั่งสแกนเข้มทุกตารางนิ้ว คาดเป็นระเบิดสังหารบุคคล PMN-1 ของเก่าฝังไว้สมัยอดีต ถูกสายฝนชะล้างหน้าดินออก “นายกฯ” สั่งดูแลสวัสดิการทหารผู้บาดเจ็บ โยนกองทัพแจ้งระเบิดเก่าหรือไม่ชายแดนไทย-กัมพูชายังระอุ ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเก่าที่ฝ่ายตรงข้ามฝังไว้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 27 ก.พ. เวลา 06.44 น. เกิดเหตุทหารสังกัด ร้อย.ร.233 (ร.23 พัน.3) ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล บริเวณเนิน 253 ฐานปฏิบัติการเอราวัณ ในพื้นที่ช่องระยี ต.ตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ผู้บาดเจ็บคือ พลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ แรงระเบิดส่งผลให้ขาขวาขาด สะเก็ดระเบิดทำให้ขาซ้ายและแขนซ้ายเป็นแผลฉีกขาด หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ในหน่วยได้เข้าปฐมพยาบาล ก่อนนำตัวออกจากฐานไปยัง รพ.กาบเชิง และส่งขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่จอดรออยู่ที่ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณแนวชายแดน ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ในเวลา 08.20 น. เพื่อส่งตัวเข้ารักษาที่ รพ.สุรินทร์ ขณะเดียวกันมีคำสั่งให้ทหารทุกหน่วย ตรวจสอบบังเกอร์ของตนในทุกฐานเพื่อความปลอดภัย ส่วนระเบิดที่เกิดขึ้นอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นชนิดใดและเป็นระเบิดที่ถูกวางใหม่หรือเป็นระเบิดเก่าฝังไว้นานแล้วเมื่อมาถึง รพ.สุรินทร์ เจ้าหน้าที่นำตัวผู้บาดเจ็บเข้าห้องฉุกเฉินทันที นพ.ชวมัย สืบนุการณ์ ผอ.รพ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า รพ.สุรินทร์ รับตัวพลฯเดชศักดิ์ ตรีคำ อายุ 24 ปี ตำแหน่งพลปืนเล็กกล ร้อย.ร.233 อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 3 ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ผู้บาดเจ็บมาจาก รพ.กาบเชิง ถูกลำเลียงมาโดยเฮลิคอปเตอร์มาลงสนามบินสุรินทร์ภักดี และขึ้นรถกู้ชีพส่งต่อยัง รพ.สุรินทร์ จากการประเมินอาการบาดเจ็บบาดแผลบริเวณขาข้างขวาที่ขาดต่ำกว่าหัวเข่าลงไป ต้องนำตัวเข้าห้องผ่าตัดโดยด่วนทันที หลังการรักษาเบื้องต้นพบว่าสัญญาณชีพดี กำลังใจดี ตอนนี้นำตัวเข้าสู่กระบวนการคลีนบาดแผลเบื้องต้น ก่อน รวมถึงบริเวณขาข้างซ้ายที่ถูกสะเก็ดระเบิดด้วยนพ.ชวมัยกล่าวต่อว่า จากการพูดคุยกับผู้บาดเจ็บ ตอบโต้พูดคุยได้ดี กำลังใจดี และใจสู้ ทีมแพทย์ได้ให้กำลังใจ พร้อมให้การรักษาพยาบาลตามมาตรฐานของโรงพยาบาลเหมือนกับทุกเคสที่ผ่านมา ได้ตั้งทีมศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญอย่างมาก คาดว่าการผ่าตัดและตกแต่งแผลของขาซ้ายข้างที่ถูกสะเก็ดระเบิด ต้องทำความสะอาด และมีกระบวนการตกแต่งบาดแผลให้ดีที่สุด อาจต้องเข้าห้องผ่าตัด 2-3 ครั้ง เพื่อให้มีความคลีนและปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนอื่น เนื่องจากขาข้างซ้ายมีบาดแผลจากสะเก็ดระเบิดด้วย ขอให้ประชาชน มั่นใจได้ว่าโรงพยาบาลจะดูแลรักษาอาการบาดเจ็บของพลทหารรายนี้ให้ดีที่สุดเวลา 11.00 น. ที่ห้องบริจาคเลือด รพ.สุรินทร์ มีทหารจาก มทบ.25 ทยอยเดินทางมาร่วมบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องให้กับพลฯเดชศักดิ์ ตรีคำ ผู้บาดเจ็บเหยียบกับระเบิดขาขาด พร้อมร่วมส่งกำลังใจให้พลฯเดชศักดิ์ ที่มีกำหนดจะเข้ารับการผ่าตัดใหญ่และมีความจำเป็นต้องใช้เลือดเพื่อทดแทนในการผ่าตัด และรับบริจาคเลือดทุกหมู่โลหิตด้วย ต่อมานางอำคา ตรีคำ มารดาพลฯเดชศักดิ์ หรือเป๊ก ตรีคำ พร้อมลูกหลานญาติพี่น้องกว่า 10 คน เดินทางจากบ้าน ใน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ด้วยรถกระบะ มาที่ รพ.สุรินทร์ เพื่อเยี่ยมอาการของลูกชายนางอำคา ตรีคำ มารดาพลฯเดชศักดิ์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ได้รับโทรศัพท์ช่วงเวลา 07.30 น. จากเจ้าหน้าที่ทหาร โทร.มาแจ้งหลังลูกชายเหยียบกับระเบิด รู้สึกตกใจมาก เพราะเมื่อคืนฝันเห็นลูกชายตกน้ำจะจมก็ไม่จม ก่อนได้รับข่าว ที่ผ่านมาตนได้คุยกับลูกชายแทบทุกวัน ลูกสมัครเข้าเป็นทหารปี 2567 เพราะรักในอาชีพทหารและอยากเข้าไปรับใช้ชาติ ล่าสุดพูดคุยกับลูกเมื่อเย็นวันที่ 26 ก.พ. ลูกชายถามว่าแม่กินข้าวหรือยัง กินอะไร สำหรับอาการของลูกชายขณะนี้ยังไม่ทราบ ต้องรอทีมแพทย์แจ้งอีกครั้งช่วงบ่าย พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุพลทหารเหยียบกับระเบิดด้วยตนเอง พร้อมสั่งการให้หน่วยปฏิบัติการตรวจค้นและเก็บกู้วัตถุระเบิด เข้าตรวจค้นพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อประเมินสถานการณ์และความปลอดภัย แม้ว่าฐานปฏิบัติการเอราวัณจะอยู่ภายใต้การควบคุมของทหารไทย ตั้งแต่การหยุดยิงครั้งที่ 2 และที่ผ่านมาได้ตรวจสอบไปแล้ว 2 รอบ เบื้องต้นคาดว่าวัตถุระเบิดอาจถูกฝังไว้ลึกใต้ดิน ทำให้ไม่สามารถตรวจพบได้ก่อนหน้านี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการตรวจพื้นที่ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาล เพื่อเยี่ยมอาการและให้กำลังใจกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามกำลังพลภายในฐานทราบว่าก่อนเกิดเหตุช่วงเช้า พลทหารผู้บาดเจ็บเดินตามมาเป็นคนที่ 3 ในเส้นทางเดินเท้ามุ่งหน้าไปยังห้องน้ำที่อยู่ไม่ห่างจากที่พัก เป็นเส้นทางที่ทหารในฐานเดินเป็นประจำทุกวัน จากการตรวจสอบในพื้นที่และเก็บวัตถุพยานต่างๆพบว่าเป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-1 ที่มีขนาดใหญ่กว่าทุ่น ระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 ที่ทหารกัมพูชาวางไว้บ่อยครั้งตามแนวชายแดน คาดว่าทุ่นระเบิดลูกนี้ถูกวางไว้นานแล้ว ตั้งแต่ก่อนทหารไทยเข้ายึดครองพื้นที่ เป็นทุ่นระเบิดเก่าที่ตกค้างตั้งแต่สมัยสงครามในอดีต สันนิษฐานทุ่นระเบิดลูกนี้ถูกฝังดินไว้ลึก มีเศษใบไม้ทับถมอยู่ ก่อนหน้าจะมีทหารเดินไปเหยียบได้เกิดฝนตกหนัก คาดว่าน้ำฝนได้ชะล้างหน้าดินด้านบนออกจนทุ่นระเบิดลอยขึ้นมา แต่ไม่มีใครพบเห็นเพราะถูกเศษใบไม้กองสุมทับไว้ กระทั่งพลทหารเดชศักดิ์ โชคร้ายเดินไปเหยียบเข้าจนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นกองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงว่าหลังเกิดเหตุพลทหารเหยียบทุ่นระเบิดบาดเจ็บ หน่วยได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำส่งเข้ารักษาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยเร่งด่วน ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของคณะแพทย์อย่างใกล้ชิด จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุพบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นดินปกคลุมด้วยเศษไม้ ใบไม้ และวัสดุธรรมชาติสะสมเป็นระยะเวลานาน วัตถุระเบิดอาจฝังตัวอยู่ในชั้นดินลึก ทำให้ยากต่อการตรวจพบ แม้ว่าหน่วยจะได้ตรวจสอบพื้นที่อย่างต่อเนื่องในห้วงที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอย่างละเอียดเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันมิให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก และหน่วยที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินมาตรการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและเสริมสร้างความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงาน พร้อมทั้งติดตามอาการผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด และจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไปเมื่อเวลา 14.25 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพลทหารเหยียบกับระเบิดขาขวาขาด แขนซ้ายกับขาซ้ายบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดว่า ได้รับรายงานเมื่อช่วงเช้า และแจ้งทางกองทัพว่าต้องดูแลอย่างเต็มที่ กองทัพยืนยันว่าต้องดูแลเพราะเป็นการปฏิบัติการที่อยู่หน้าแนว ส่วนตัวรู้สึกเสียใจและอยากให้ระมัด ระวังอย่างเต็มที่ รายละเอียดตอนนี้ทราบเพียงว่าช่วงนี้ฝนตกหนัก มีการชะล้างหน้าดิน แสดงว่าพื้นที่ที่เรายึดคืนมาได้ยังมีทุ่นระเบิดวางไว้อยู่ต้องเร่งเก็บกู้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เมื่อถามว่าจะปรับวิธีเก็บกู้ทุ่นระเบิดหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องถามกองทัพ ตนให้การสนับสนุนเต็มที่ในการสร้างความปลอดภัยและความมั่นคง รวมไปถึงประสิทธิภาพการทำงานของทหาร เมื่อถามอีกว่าเบื้องต้นเป็นทุ่นระเบิดเก่าที่ฝังอยู่ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องสอบถามกองทัพดู ตนได้รับรายงานและกำชับเรื่องการดูแลลูกน้องและสวัสดิภาพของเขาหลังเกิดเหตุที่เราไม่ต้องการให้เกิดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่