เรื่องราวของ “สุริยุปราคา” และ “สุริยุปราคาวงแหวน” ที่ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของดาราศาสตร์ หากแต่เป็นเรื่องของอาถรรพณ์ ศรัทธา และตำนานเล่าขานมาแต่โบร่ำโบราณนานมาแล้ว โดยเฉพาะเรื่องที่ว่ากันว่า... ราหูอมจันทร์น่ะเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้า “ราหูอมพระอาทิตย์” นี่สิเรื่องใหญ่!ตามตำราพิชัยสงครามและคติความเชื่อโบราณ สุริยุปราคาถูกมองว่าเป็น “อัปมงคลสถาน” หรือลางบอกเหตุร้ายแรงกว่าจันทรุปราคาหลายเท่านัก เพราะพระอาทิตย์คือตัวแทนของขัตติยราชา แสงสว่าง และพลังชีวิต เมื่อใด ที่จู่ๆกลางวันกลับกลายเป็นกลางคืน ท้องฟ้ามืดสลัว ลมพัดกระโชกเย็นเยือก โบราณท่านว่า...“บ้านเมืองจะเกิดอาเพศ” ตำนานพระราหูสุดคลาสสิก เมื่อครั้งกวนเกษียรสมุทร พระราหูแอบไปดื่มน้ำอมฤต แต่ถูกพระอาทิตย์กับพระจันทร์ “ฟ้อง” พระนารายณ์ จนถูกขว้างจักรตัดตัวขาดเป็นสองท่อน ด้วยความแค้นนี้เอง เมื่อมีโอกาส ราหูจึงคอยไล่ “อม” พระอาทิตย์เพื่อล้างแค้นคติความเชื่อชาวบ้าน...สมัยก่อนพอเกิดสุริยุปราคา ชาวบ้านจะรีบเอาไม้คานเคาะต้นไม้ เอาสากตำน้ำพริกเคาะกะลาหรือจุดประทัดส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ไม่ใช่อะไร... เขาทำเพื่อ “ช่วยพระอาทิตย์” ให้ราหูตกใจจนยอมคายแสงสว่างกลับคืนมานั่นเองที่พิเศษไปกว่าสุริยุปราคาเต็มดวง ก็คือ “สุริยุปราคาวงแหวน” หรือที่ฝรั่งเรียกว่า “Ring of Fire” เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ไม่มิด เหลือขอบสว่างล้อมรอบดูคล้ายแหวนทองคำกล่าวกันว่า...ในทางโหราศาสตร์ไทยนั้น บางตำราก็เรียกเหตุการณ์นี้ว่า “ราหูจับดวงแก้ว” เชื่อกันว่าเป็นช่วงเวลาที่ประตูมิติทั้งสามโลกเปิดออก พลังงาน “หยิน” และ “หยาง” ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ใครที่มีวิชาอาคมมักจะใช้ช่วงเวลานี้ในการ “อาบแสงสูรย์” เพื่อคัดของ หรือทำพิธีปลุกเสกเครื่องรางประเภท “สุริยประภา–จันทรประภา” เพื่อเน้นพุทธคุณทางด้านมหาอำนาจและเมตตามหาเสน่ห์“สุริยุปราคา” คือปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนเข้ามาอยู่ด้านหน้าดวงอาทิตย์ ทำให้แสงจากดวงอาทิตย์ถูกบดบังบางส่วนหรือทั้งหมด เหมือนกับฟ้าเปลี่ยนเป็นมืดกลางวันซึ่งในทางวิทยาศาสตร์เราเข้าใจแล้วว่าเป็นผลของตำแหน่งของโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ที่จัดเรียงกันลงตัวในระยะเวลาหนึ่ง แต่สำหรับมนุษย์ตั้งแต่สมัยโบราณ ปรากฏการณ์นี้...สะท้อนความเชื่อ ความศรัทธา และ...ความหมายทางจิตใจที่ลึกซึ้ง ในหลายวัฒนธรรมทั่วโลก ในอดีตนักคิดอย่าง ธาเลส สามารถทำนายสุริยุปราคาเพื่อหยุดศึกสงครามได้ ซึ่งแสดงให้ เห็นว่าความรู้ทางดาราศาสตร์มีคุณค่าแม้ในยุคโบราณ อีกทั้งสุริยุปราคาทำให้อุณหภูมิของพื้นโลกลดลงอย่างชัดเจน และสัตว์ต่างๆมักจะงงงวยกับแสงที่ลดลงในกลางวันแม้ทุกวันนี้เราจะมีวิทยา ศาสตร์อธิบายได้ แต่ความศรัทธาและเรื่องเล่าของมนุษย์เกี่ยวกับสุริยุปราคายังหลงเหลืออยู่ในหลายพื้นที่ทั่วโลกตั้งแต่ความหวาดกลัว ไปจนถึงบทเรียนชีวิต อาทิ...สมัยโบราณชาวจีนเชื่อว่ามีมังกรยักษ์กำลังกินดวงอาทิตย์ ทำให้ฟ้ามืดลง ผู้คนจะตีกลองเสียงดังเพื่อไล่มังกรไปขณะที่ชาวไวกิ้งเล่าถึงหมาป่าที่ไล่ล่าดวงอาทิตย์และเมื่อมันจับได้ก็เป็นเหตุให้ฟ้าครึ้ม หรือ...คนในกลุ่มชนพื้นเมืองอเมริกันมักมองว่าสุริยุปราคาคือ การสู้หรือการโอบกอดกันของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ซึ่งมีความหมายของชีวิต ความตาย และการเกิดใหม่ตอกย้ำในหลายวัฒนธรรม สุริยุปราคาไม่ได้หมายถึงแค่เหตุการณ์ทางธรรมชาติ แต่เป็นเวลาให้...สะท้อนใจ ตั้งจิตภาวนา หรือปรับสมดุลชีวิตขณะที่บางคนก็มองว่า...การที่ดวงอาทิตย์ ถูกปิดกั้นชั่วคราวเหมือนช่วงเวลาที่โลกกำลัง “พัก” และสามารถใช้ช่วงนี้เพื่อทำจิตใจให้สงบหรือขอพร ในอินเดียและเอเชียใต้หลายพื้นที่ การถือศีล งดอาหาร หรือทำพิธีกรรมถือเป็นการล้างใจและหวังป้องกันสิ่งไม่ดีจากพลังลึกลับของสุริยุปราคา แม้ปัจจุบันเราเรียนรู้แล้วว่าไม่มีอันตรายทางธรรมชาติใดจากการเกิดสุริยุปราคาโดยตรง ความเชื่อบางอย่างยังคงอยู่ เช่น หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารในช่วงสุริยุปราคา, เชื่อว่าสุริยุปราคานำพลังบางอย่างมาให้ หรือเป็น สัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงในชีวิตเชื่อไม่เชื่อก็อย่าได้ลบหลู่ ด้วยว่ามีข้อห้ามและข้อปฏิบัติที่ออกเตือนกันหนักแน่นว่าในช่วงเกิดคราสนั้น...ห้ามทำบุญขึ้นบ้านใหม่หรือมงคลสถาน เพราะถือว่าแสงสว่างถูกบดบัง พลังงานไม่บริสุทธิ์ อีกทั้ง คนท้องต้องติดเข็มกลัด โบราณว่าป้องกันราหูมาทำร้ายเด็กในครรภ์ แต่ถ้ามองในแง่กุศโลบาย ก็คือการเตือนสติให้คุณแม่ระมัดระวังตัวไม่ให้ตื่นตระหนกกับความมืดที่เกิดขึ้นกะทันหันที่สำคัญ...การแก้เคล็ด หากใครดวงตกหรือเป็นปีชง ท่านให้สวดพระปริตร หรือบทสวดพุทธชัยมงคลคาถา เพื่ออาศัยบารมีพระพุทธเจ้าคุ้มครอง ปรากฏการณ์บนท้องฟ้าจะเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์หรือไสยศาสตร์ สุดท้ายก็จะเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า “สว่างได้ ก็มืดได้” ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การกลัวราหูจะอมพระอาทิตย์ แต่คือการระวังอย่าให้ “กิเลส” มาอมใจเราจนมืดบอดก็พอ...“ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่อโปรดอย่าได้...“ลบหลู่”. รัก–ยมคลิกอ่านคอลัมน์ “เหนือฟ้าใต้บาดาล” เพิ่มเติม