ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ งานเลี้ยงมีวันเลิกราฉันใด ชีวิตคนก็ไม่ต่างไปจาก วงจรนี้คือมีเกิดมีดับไม่มีอะไรแน่นอน นั่นเป็นวิถีโลกและวิถีธรรมชาติ นักการเมืองก็อยู่ในวงจรนี้คือขึ้นสู่สูงสุดได้ก็ตกต่ำได้ล้วนเป็นอนิจจังอย่างที่พูดกันว่าสูงสุดคืนสู่สามัญ หากใครฝืนก็มีสิทธิเจ็บตัว เพราะไม่ยอมรับความจริง“ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีผู้โด่งดัง เป็นเจ้าของพรรคไทยรักไทยจนถึงพรรคเพื่อไทยนั้น ต้องยอมรับว่าประสบความสำเร็จสูงในฐานะนักการเมืองด้วยกันเขาใช้แนวทางชูนโยบายทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและเชื่อถือ ทำให้ประชาชนศรัทธาที่เรียกกัน“คนเสื้อแดง”!เป็นพลังทางการเมืองที่สำคัญสำหรับเขาและพรรคพูดง่ายๆว่า “ไทยรักไทย” สามารถชนะการเลือกตั้งด้วยเสียงมากสุด 300 กว่าเสียง จนสามารถตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้กลุ่มคนเสื้อแดงทุกวันนี้ก็ยังจงรัก ภักดีต่อ “ทักษิณ” และพรรค “เพื่อไทย”แต่เมื่อใหญ่มากจนคับบ้านคับเมือง ทำให้คนธรรมดาคนหนึ่งคิดว่าตัวเองเป็น ผู้วิเศษเป็นเทวดาเหนือกว่าคนทั่วๆไปด้วยความโลภ หลง ลำพองทำให้ชีวิตของเขาต้องพลิกผันไป อย่างไม่คาดฝันเมื่อเขาถูกข้อหา “โกง” จนต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศถึง 17 ปีได้เรียนรู้รสชาติของคนที่ไม่สามารถกลับประเทศได้ความจริงกลับได้แต่กลัวติดคุก!แต่เนื่องจากมีทุนรอนมากและยังมีผู้คนศรัทธา ทำให้พรรคการเมืองและคนการเมืองในสังกัดยังสามารถดำรงวิถีการเมืองต่อไปได้พูดง่ายๆว่ามีความพร้อมทุกอย่างจนกระทั่งเขาตัดสินใจเดินทางกลับประเทศไทย ยอมสารภาพผิดทุกอย่าง บอกว่าต้องการกลับมาเลี้ยงหลานเขาพูดอย่างนี้ทุกครั้งแต่ไม่เคยทำตามที่พูดไว้เขาได้รับการอภัยโทษจาก 8 ปี เหลือเพียง 1 ปี แต่ก็ยังไม่วายสร้างปัญหา คือไม่ยอมเข้าคุก อ้างว่าป่วยหนักต้องไป รักษาตัวที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจแต่ก็ถูกจับได้ไล่ทันจนต้องติดคุกจริงๆ จำนวน 1 ปีหลังจากออกจาก รพ.ก็เล่นการเมือง เต็มรูปแบบ โดยมี “แพทองธาร ชินวัตร” ลูกสาว เป็นนายกรัฐมนตรี มี “พ่อ” เป็นคนครอบงำทุกอย่างเขาแสดงตัวว่า “ประเทศ” นี้ ถ้า ไม่มีเขาอยู่ไม่ได้อวดบารมีทุกรูปแบบหวังฟื้นระบอบ “ทักษิณ” ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งแต่การเมืองได้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปตามโลก สิ่งที่เขาคิดเขาทำมันไม่ได้อย่างนั้นเสียแล้ว พรรค “เพื่อไทย” จึงเบ่งบานได้ไม่เหมือนแต่ก่อนหลังจากที่เขาต้องติดคุก ลูกสาวต้องพ้นจากตำแหน่ง พรรคการเมืองของเขาก็ตกต่ำอย่างชัดเจน ล่าสุดได้ สส.เพียงแค่ 74 คนเท่านั้นนี่เป็นความจริงที่เกิดขึ้น และโอกาส ที่จะโอ่อ่าแบบเก่าคงเป็นไปได้ยากวันที่ 11 พ.ค.2569 เป็นวันที่เขาจะออกจากคุก เนื่องจากรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 จึงได้รับการพักโทษ ซึ่งลูกสาว ที่ไปเยี่ยมบอกว่า“คุณพ่อ” จะวางมือทางการเมือง!เลยเกิดคำถามว่าเชื่อได้หรือไม่?ฝ่ายที่เชื่อก็บอกว่าหลังติดคุกคงคิดอะไร ทำให้ “ปลงตก” ได้แล้วอีกฝ่ายบอกว่าไม่เชื่อ เพราะคนนี้ ไม่น่าเชื่อถือแต่ฝ่ายตรงกลางบอกว่าเวทีนี้ “เขาจบแล้ว”!"ลิขิต จงสกุล"คลิกอ่านคอลัมน์ “สับรางวันอาทิตย์” เพิ่มเติม