เศรษฐกิจโลกยังอยู่ในความไม่แน่นอน ถึงแม้ปลายสัปดาห์ก่อน ศาลฎีกาสหรัฐอเมริกา มีคำพิพากษาว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใช้อำนาจเกินขอบเขตในการใช้ พ.ร.บ.อำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act) ในการเรียกเก็บภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากประเทศต่างๆคำพิพากษาดังกล่าวดูเหมือนจะทำให้ประเทศต่างๆ ที่ถูกเรียกเก็บภาษีอัตราที่สูงจะได้รับอานิสงส์ แต่ผู้นำสหรัฐฯ ได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.การค้าเป็นทางเลือกเรียกเก็บภาษีศุลกากรชั่วคราว 5 เดือนทันที และปรับอัตราภาษี 2 รอบ ชั่วข้ามคืน จาก 10% เป็น 15% เท่ากันทุกประเทศ เพื่อคงอัตราภาษีให้ใกล้เคียงกับที่เคยประกาศไว้ให้มากที่สุดและล่าสุดประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังประกาศอย่างแข็งกร้าวไม่ยอมรับคำพิพากษาศาลสูงสุด ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยยืนยันว่าจะหาวิธีการ หรือกลไกด้านภาษีอื่นๆ มาเป็นเครื่องมือในการจัดเก็บรายได้เช่นเดิม เช่น ภาษีเฉพาะเจาะจงรายประเภทสินค้า ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต รวมทั้งมาตรการอื่นๆที่คล้ายการจัดเก็บภาษีถึงตรงนี้ประเทศต่างๆ ต้องจับตา เพราะต่างได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนจากอัตราภาษีที่ยังไม่ชัดเจน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ความปั่นป่วนวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น สำหรับประเทศ ไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ได้รีบเรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจ และประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยนายกฯ ได้กำชับให้ทีมเศรษฐกิจรัฐบาล ติดตามผลกระทบทางภาษีอย่างใกล้ชิด รวมทั้งประเมินสถานการณ์ความได้เปรียบเสียเปรียบทางการแข่งขันจากมาตรฐานภาษีที่เท่าเทียมกับประเทศเพื่อนบ้าน ไทยจึงต้องมีมาตรการต่างๆเพิ่ม อาทิ เตรียมเจรจาด้านภาษีกับสหรัฐฯรอบใหม่หลังจากการตั้งรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมาตรการเน้นการดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนตรงจากต่างประเทศ เร่งการเจรจาการค้ากับประเทศคู่ค้าในรูปแบบทวิภาคี ทำข้อตกลงการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ กับกลุ่มประเทศและประเทศต่างๆ การเปิดตลาดส่งออกใหม่ๆ เพื่อเพิ่มทางเลือก จากตลาดหลัก รวมทั้งศึกษาการปลดล็อกอุปสรรคทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ฯลฯเรียกได้ว่าผลกระทบจากความไม่แน่นอนเรื่องอัตราภาษีของประเทศสหรัฐฯ สร้างความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจไปทั่วโลก เช่นเดียวกับการประกาศของผู้นำสหรัฐฯ จะยังเดินเกมสงครามการค้า ทั้งหมดจึงเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลที่ต้องพร้อมนำเศรษฐกิจไทยฝ่าคลื่นลมแรงและความผันผวนของเศรษฐกิจโลกไปให้ได้อย่างปลอดภัย.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม