คนไทยเชื้อสายจีนทั่วประเทศ จัดพิธีไหว้เจ้าเนื่องในเทศกาลตรุษจีน 2569 สุดคึกคัก พร้อมเข้าสักการะเทพเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามศาลเจ้ากันเนืองแน่น ส่วนใหญ่ต่างขอพรเน้นเรื่องปากท้อง ทำมาหากินคล่อง สุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัย ด้านมูลนิธิเมาไม่ขับ ร่วมกับเหล่าพันธมิตรทำเหรียญเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ยแจกเตือนสติ เป็นสิริมงคลรับตรุษจีน ด้าน “หมอแท้จริง” เตือนเมาแล้วขับเป็นคดีอาญา มีโทษจำคุก ปรับเงิน ที่สำคัญศาลหลายแห่งอาจใช้โทษหนักด้วยการจำคุก ไม่รอลงอาญา เพื่อ ให้ผู้เมาแล้วขับหลาบจำบรรยากาศเทศกาลตรุษจีน วันที่ 16 ก.พ.ที่ถือเป็นวันไหว้ ตามชุมชนคนไทยเชื้อสายจีนต่างตั้งโต๊ะประกอบพิธีเซ่นไหว้ ขอพรเทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ รำลึกถึงบรรพบุรุษ ตามประเพณีกันอย่างคึกคัก โดยที่จังหวัดเชียงใหม่ ภายในศาลเจ้าปุงเถ่ากง ตลาดวโรรส อ.เมืองเชียงใหม่ เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่สุดที่มีอายุถึง 150 ปี ของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ช่วงเช้าคนไทยเชื้อสายจีนเดินทางมาไหว้เทพเจ้าขอพรตามขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวจีน มีทั้งอาหารคาวหวาน ผลไม้ และเครื่องดื่ม เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญในช่วงปีใหม่ของชาวจีน และมีการบนบานขอพรให้กับตัวเอง รวมทั้งญาติมิตร รวมถึงเหล่าบรรพบุรุษที่ล่วงลับ จากนั้นจะจัดเครื่องเซ่นไหว้ไปวางตามจุดต่างๆที่มีศาลเจ้าตั้งอยู่ให้ครบทุกจุด บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักที่โรงเรียนเจริญศิลป์ อ.เมืองแพร่ นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผวจ.แพร่ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวันตรุษจีน ประจำปี 2569 มีคณะผู้บริหาร คณะครู นักเรียน และผู้ปกครองเข้าร่วม ภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลายและสร้างสรรค์ อาทิ การแสดงเชิดสิงโต การแสดงรำจีน การร้องเพลงจีน การพูดสุนทรพจน์ภาษาจีน การคัดลายมือจีน การกล่าวบทประพันธ์จีน การเขียนคำอวยพร และการประดิษฐ์ผลงานฝีมือ เช่น การวาดภาพพู่กันจีน และการทำพวงกุญแจอักษรจีน ได้รับความร่วมมือจากคณะครูและนักเรียนทุกระดับชั้นเป็นอย่างดี โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่กล่าวชื่นชมการจัดกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมทักษะทางภาษาและความเข้าใจในวัฒนธรรมนานาชาติ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานและความประทับใจของผู้ร่วมงานขณะที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือ คุณย่าโม อ.เมืองนครราชสีมา ประชาชนและนักท่องเที่ยวหลั่งไหลนำเครื่องเซ่นไหว้มงคล อาทิ หัวหมู เป็ด ไก่ ผลไม้มงคล ขนมเข่ง และขนมเทียน มาถวายสักการะเพื่อขอพรความเป็นสิริมงคล เช่นเดียวกับที่ศาลเจ้าพ่อไฟ (ฮ่วยตี่) ตั้งอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามกับอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีมีประชาชนจำนวนมากต่อแถวเข้ากราบขอพรเทพเจ้าอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่กับลานย่าโมมาอย่างยาวนาน เชื่อกันว่าการมาไหว้ศาลเจ้าพ่อไฟในช่วงขึ้นปีใหม่จีน จะช่วยปัดเป่าทุกข์โศกโรคภัย และนำพาความโชติช่วงชัชวาลมาสู่ชีวิตและครอบครัวนอกจากนี้ ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ถนนจอมพล ยังมีครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนนำเครื่องเซ่นไหว้ขอพรเทพเจ้าอย่างไม่ขาดสาย ทำให้บรรยากาศย่านเศรษฐกิจใจกลางเมืองโคราชกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง อย่างไรก็ตามในปีนี้ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และศาลเจ้าต่างๆขอความร่วมมือให้ผู้ที่มาสักการะงดการจุดธูปและเทียนอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหามลพิษและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้มีจิตศรัทธาเป็นอย่างดี และจากการสอบถามประชาชนที่มาขอพร ส่วนใหญ่ระบุว่าในปีนี้ตั้งใจมาขอพรให้คนในครอบครัวมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ปราศจากโรคระบาด และขอให้สถานการณ์ต่างๆคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่อยากให้ฟื้นตัวโดยเร็ว เพื่อให้การประกอบอาชีพ ธุรกิจการค้า และการลงทุนมีความเจริญรุ่งเรืองและประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ส่วนที่ศาลเจ้าปุงเฒ่ากงม่า เทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดชาวไทยเชื้อสายจีนทั้งหมด 5 ก๊ก 5 ภาษา ประกอบด้วย จีนแคะ จีนแต้จิ๋ว จีนกวางตุ้ง จีนฮกเกี๊ยน และจีนไหหลำ ต่างรวมใจเป็นหนึ่งเดียว พาครอบครัวนำเครื่องเซ่นไหว้มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบริเวณศาลเจ้าปุงเฒ่ากงม่าอย่างเนืองแน่น และในปีนี้มีการเปิดจุดเช็กอินถ่ายภาพบริเวณศาลเจ้า เพื่อดึงดูดกลุ่มวัยรุ่นให้รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีจีนมากขึ้นอีกด้วยด้านนายสุชาติ ตรีรัตวัฒนา ประธานกิตติมศักดิ์ถาวรแม่สอดมูลนิธิสามัคคีการกุศล กล่าวว่า ชาวไทยเชื้อสายจีนรวมไปถึงชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนแม่สอดมาอย่างยาวนาน ทั้ง 5 ก๊ก 5 เหล่า เริ่มก่อตั้งรวมตัวกันมาอย่างยาวนาน เริ่มที่ก่อตั้งสุสานจีน จากนั้นมีความห่วงใยลูกหลานเชื้อสายจีน จึงก่อตั้งโรงเรียนจีนขึ้นในนามโรงเรียนราษฎร์วิทยา (ตี่มิ้ง) สอนตั้งแต่ก่อนระดับชั้นก่อนอนุบาลไปจนถึงมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 และได้ก่อตั้งศาลเจ้าจีนปุงเฒ่ากงม่าตั้งแต่ปี พ.ศ.2512 จนถึงปัจจุบันที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองจังหวัดสงขลา บรรยากาศวันไหว้เนื่องในเทศกาลตรุษจีนเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า ชาวไทยเชื้อสายจีนรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่จีน หลายครอบครัวจัดเตรียมเครื่องไหว้อย่างครบครัน ทั้งหมู เป็ด ไก่ ผลไม้มงคล ขนมเข่ง ขนมเทียน และกระดาษเงินกระดาษทอง เพื่อประกอบพิธีตามประเพณีอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางเสียงประทัดและกลิ่นธูปที่เพิ่มบรรยากาศของเทศกาล ภายในศาลเจ้ามีการจัดพื้นที่อย่างเป็นระเบียบ พร้อมเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าสักการะได้อย่างราบรื่นนางประภา สุขอนันต์ อายุ 61 ปี เดินทางมาพร้อมสมาชิกในครอบครัว เปิดเผยว่า มาร่วมกราบไหว้เจ้าพ่อหลักเมืองเป็นประจำทุกปี เนื่องจากอาศัยและทำมาหากินอยู่ใน จ.สงขลา มีความศรัทธาและต้องการขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตและครอบครัว ในปีนี้อธิษฐานขอให้สุขภาพแข็งแรง การงานการเงินมีความเจริญรุ่งเรือง รวมถึงขอให้บุตรหลานประสบความสำเร็จและทำมาหากินได้อย่างราบรื่น พร้อมกล่าวคำอวยพร “ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้” แก่พี่น้องชาวสงขลา และหวังให้ทุกคนมีความสุขตลอดปีใหม่จีน นอกจากนี้ ชาวไทยเชื้อสายจีนที่ จ.ตราด จ.ชัยนาท และ จ.นครนายกต่างออกมาขอพรเทพเจ้าเสริมสิริมงคลสำหรับในกรุงเทพมหานคร ศาลเจ้าหลายแห่งทั่วเยาวราช ตลอดช่วงเช้ายังค่อนข้างเงียบ มีประชาชนมาไหว้สักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่มากนัก คาดว่าส่วนใหญ่ตั้งโต๊ะไหว้เทพเจ้าและบรรพบุรุษที่บ้าน และจะเข้ามาสักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามศาลเจ้าต่างๆในช่วงกลางคืน ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงงดจุดธูป เพื่อป้องกันการเกิดฝุ่น PM 2.5ส่วนที่วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) ถนนเจริญกรุง เวลา 12.00 น. มูลนิธิเมาไม่ขับร่วมกับเหล่าพันธมิตรและภาคีเครือข่าย จัดพิธีปลุกเสกเหรียญเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย โดยพระคณาจารย์จีนธรรมวชิรานุวัตร เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส และมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส เพื่อแจกให้ผู้ที่เกิดปีมะเมีย (ม้า) และเตือนสติผู้ขับขี่ยวดยานที่จะออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ว่าต้องไม่ประมาท ที่สำคัญคือ เมาไม่ขับนายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เปิดเผยว่า เทศกาลตรุษจีน พ.ศ.2569 ระหว่างวันที่ 15-17 ก.พ.เป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่มีประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนเดินทางบนท้องถนนเป็นจำนวนมาก จากสถิติพบว่าเทศกาลตรุษจีนเป็นเทศกาลที่มีประชาชนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน รองจากเทศกาลสงกรานต์ และเทศกาลปีใหม่ มูลนิธิเมาไม่ขับ จึงร่วมกับบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ (สสส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และภาคีเครือข่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุภาครัฐ ภาคเอกชน รณรงค์ให้คนที่เดินทางฉลองเทศกาลตรุษจีน ขอให้งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด ถ้ายังฝ่าฝืน อาจตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา ฐานเมาแล้วขับ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000- 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ที่สำคัญศาลหลายแห่งอาจใช้โทษหนักด้วยการจำคุก ไม่รอลงอาญา เพื่อให้ผู้ที่มีพฤติกรรมเมาแล้วขับหลาบจำเลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังร่วมกันจัดทำเหรียญเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ยแจกฟรีให้กับประชาชนเพื่อเตือนสติ และเป็นสิริมงคลในโอกาสเทศกาลตรุษจีน โดยประชาชนที่ต้องการรับเหรียญเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย ต้องเป็นผู้ที่เกิดในปีมะเมีย คือปี พ.ศ.2461, 2473, 2485, 2497, 2509, 2521, 2533, 2545, 2557, 2569 ขอให้เขียนชื่อ นามสกุล จ่าหน้าซองถึงตัวท่านเองติดแสตมป์ 6 บาท พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชน ส่งมาที่มูลนิธิเมาไม่ขับ เลขที่ 21 ซอยสามัคคี 58 ถนนสามัคคี ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 (ขอเหรียญเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย) หมดเขตวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่