รองอธิบดีกรมคุกยันเรือนจำทุกแห่งปลอดภัยไม่มีการแพร่ระบาดโรคฝีดาษลิง แต่ที่เรือนจำพิเศษธนบุรียังเฝ้าระวังตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ.ไปอีก 21 วัน ถึงแม้ไม่มีใครมีอาการเข้าข่าย แต่ในวันนี้จะนำวัคซีนฉีดให้ผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่กลุ่มเสี่ยงใกล้ชิดผู้เสียชีวิต ด้านอธิบดีกรมการแพทย์ยันโรคนี้ส่วนใหญ่หายเองใน 2-4 สัปดาห์ แต่รุนแรงได้ในเด็กและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ขอประชาชนตื่นตัวอย่างเข้าใจ อย่าตื่นตระหนก เพราะไม่ได้ติดต่อง่ายกรณีกรมราชทัณฑ์พบผู้ต้องขังในเรือนจำพิเศษธนบุรีติดเชื้อฝีดาษลิง 1 คน ประสานกรมควบคุมโรควางมาตรการดูแลพื้นที่ คัดกรองผู้ต้องขัง รวมทั้งระดมวัคซีนเข้าไปฉีดให้ผู้เกี่ยวข้อง มีผู้เข้าข่ายกว่า 100 คน หลังตรวจสอบโรคเชื่อว่าติดเชื้อจากนอกคุก สาเหตุที่อาการหนักเพราะป่วยโรคร้ายสารพัด ล่าสุดแจ้งข่าวผู้ต้องขังคนดังกล่าวเสียชีวิตไปตั้งแต่วันที่ 11 ก.พ. แต่ยังไม่มีคนเข้าข่ายป่วยเพิ่ม ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดไปอีก 21 วัน ตามที่เสนอข่าวไปนั้นความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 15 ก.พ. นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีผู้ต้องขังเสียชีวิตจากโรคฝีดาษลิงว่า ขณะนี้เรือนจำพิเศษธนบุรีได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค เข้าควบคุมและเฝ้าระวังป้องกันการติดเชื้อดังกล่าวอย่างใกล้ชิดตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ. พร้อมเร่งตรวจหาอาการผิดปกติของผู้ต้องขังในเรือนจำพิเศษธนบุรีอย่างต่อเนื่อง โดยจะเฝ้าระวังตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ. ไปอีก 21 วัน เบื้องต้นยังไม่มีผู้ต้องขังรายใดมีอาการเข้าได้กับโรคฝีดาษลิง อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 16 ก.พ. กรมราชทัณฑ์ได้ประสานกับกรมควบคุมโรค เพื่อนำวัคซีนเข้ามาฉีดให้กับผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่ ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและใกล้ชิดกับผู้เสียชีวิตโฆษกกรมราชทัณฑ์ยังย้ำว่า ทั้งนี้ เรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่งได้เฝ้าระวังและถือปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติ การวินิจฉัย การดูแลรักษาและเฝ้าระวังป้องกันโรคฝีดาษลิง (MPox) ที่กรมราชทัณฑ์สั่งการตามมาตรการของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ขอยืนยันว่าเรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่ง มีความปลอดภัย และไม่มีการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงแต่อย่างใดวันเดียวกัน นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคฝีดาษลิง (MPox) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่แพร่จากสัตว์สู่คน และคนสู่คนผ่านการสัมผัสใกล้ชิดสารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของผู้ติดเชื้อ อาการเด่นคือไข้ ปวดเมื่อย ต่อมน้ำเหลืองโต และผื่นตุ่มหนองตามร่างกาย ส่วนใหญ่หายเองได้ภายใน 2-4 สัปดาห์ แต่สามารถรุนแรงได้ในเด็กและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่อาการเริ่มแรกที่มีไข้ แต่ระยะออกผื่นมักจะเป็นช่วงที่แพร่เชื้อได้มาก การป้องกันคือเลี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย ล้างมือบ่อยๆ มีระยะฟักตัว 5-21 วัน แต่ส่วนใหญ่ 10-14 วัน เริ่มจากมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลืองโต ตามด้วยผื่น มักพบบริเวณหน้า ฝ่ามือ ฝ่าเท้า แต่ยังสามารถพบผื่นได้ที่บริเวณอื่นของร่างกาย เช่น ช่องปาก อวัยวะเพศ ส่วนใหญ่หายเองได้ภายใน 2-4 สัปดาห์อธิบดีกรมการแพทย์กล่าวต่อว่า สำหรับการรักษาโรคฝีดาษวานรเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ในผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง ปัจจุบันยังไม่มียารักษาเฉพาะ ส่วนใหญ่รักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ และดูแลผิวหนังให้สะอาด การป้องกัน คือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ป่วย สัตว์ที่เป็นพาหะโดยเฉพาะลิง และสัตว์ฟันแทะ หมั่นล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่ง แผล ตุ่มหนอง หรือตุ่มน้ำใส จากผู้มีประวัติเสี่ยงหรือสงสัยว่าติดเชื้อ ทั้งนี้ขอให้ประชาชนตื่นตัวอย่างเข้าใจ อย่าตื่นตระหนก เพราะโรคฝีดาษวานรไม่ติดต่อง่าย ต้องสัมผัสใกล้ชิด ส่วนใหญ่หายได้เองรักษาตามอาการของโรคอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่