เรื่องเล่า “ปีศาจกินความโกรธ” ของพระอาจารย์พรหมใน ชวนม่วนชื่น ธรรมะบันเทิงหลายเรื่องเล่า ผมว่าควรเอามาเล่าอีกครั้ง...เผื่อคนผิดหวัง อารมณ์เดียวกับคนกรุงหลังผลการเลือกตั้ง เข้าใจ จะจูนคลื่นอารมณ์ให้สงบระงับอย่างน้อยก็ระดับหนึ่งครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในท้องพระโรงอาณาจักรแห่งหนึ่งวันเวลาที่พระราชาไม่อยู่ ปีศาจตนหนึ่งก็เดินเข้ามาภาพที่ทหารวังเห็นแว่บแรกมันน่าเกลียดมาก พอเข้าใกล้กลิ่นตัวมันยังเหม็นร้ายกาจ เติมด้วยกลิ่นอาหารที่มันสำรอกออกจากปาก ทหารวังทุกคนกลัวจนตัวแข็งทื่อเจ้าปีศาจจึงเดินผ่านประตูวังหลายชั้น เข้าไปถึงท้องพระโรงชั้นใน แล้วมันก็ทำสิ่งที่คาดไม่ถึง มันหย่อนก้นลงนั่งบนบัลลังก์พระราชา ดูๆมันซี!ทหารวังตั้งสติ แต่ก็ทำได้แค่ตะโกนไล่ เริ่มจากประโยคเบาๆ ...ที่นี่ไม่ใช่ที่นั่งของเจ้า เจ้าต้องย้ายก้นออกไปให้พ้น...ไปจนถึงแกว่งไกวดาบใส่ ทหารที่พกกริชก็ดึงขึ้นขู่ แล้วเติมประโยคหนัก ข้าจะแล่เนื้อเจ้าออกเป็นชิ้นๆแต่ละคำพูดโกรธๆตัวเจ้าปีศาจก็โตขึ้นทีละสอง สามนิ้ว หน้าตาก็ยิ่งน่าเกลียด กลิ่นเหม็นๆก็ยิ่งฉุนรุนแรงจนเมื่อพระราชากลับมาถึง หัวเจ้าปีศาจก็สูงขึ้นจนชนเพดาน พอๆกับกลิ่นตัวมันที่ยิ่งเหม็นตลบอบอวลขึ้นชื่อพระราชา ตำแหน่งนี้ไม่ได้มาง่ายๆ ทรงมีพระสติปัญญาสูงส่งกว่าทุกคน ในสถานการณ์ประหลาดพิสดาร ตรงหน้า “ขอโทษ ที่พูดคำยินดีต้อนรับท่านช้าไป” พระสุรเสียงพระราชาอบอุ่นนุ่มนวล“นี่ยังไม่มีใครเอาเครื่องดื่ม และอาหารมาให้ท่านเลยหรือ?”ด้วยกิริยาและวาจาที่แสนสุภาพ ขนาดตัวเจ้าปีศาจหดเล็กลงไปทันทีสามถึงสี่นิ้วทหารวังนำชาฝรั่งยี่ห้อชั้นเลิศ กลิ่นหอมกรุ่นมายื่นให้ ตัวเจ้าปีศาจก็ลดเล็กลงไป พร้อมๆกับความน่าเกลียด กลิ่นตัวที่เหม็นก็ลดลง ทหารวังโทรศัพท์สั่งพิซซ่าขนาดครอบครัว เหมาะสำหรับเจ้าปีศาจยักษ์ทหารวังอีกคนใจกล้า เข้าไปนวดที่ต้นคอมันอย่างเบามือ มีเสียงอุทานเบาๆ “อืม!สบายจัง”ทุกๆเวลาของบริการที่สุภาพ การกระทำที่เอื้อเฟื้อ ในสีหน้าแววตาที่เป็นมิตรจากคนรอบตัว ตัวเจ้าปีศาจก็เล็กลงๆ น่าเกลียดน้อยลง เหม็นน้อยลงไปทุกทีก่อนที่เด็กส่งพิซซ่าขนาดครอบครัวมาถึง ร่างเจ้าปีศาจก็เล็กลง เท่ากับตอนที่มันเริ่มนั่งบัลลังก์พระราชา จนคนสั่งพิซซ่า ใจเสียว่า มันจะกินพิซซ่าแผ่นใหญ่หมดได้ไง?และด้วยไมตรีจิตมิตรภาพที่แสนดีของพระราชา เมื่อตัวเจ้าปีศาจเล็กลงจนเหลือตัวจิ๋วเต็มที...ขณะที่ทหารแสดงน้ำใจดูแลมัน อีกครั้งเดียวเจ้าปีศาจ แขกไม่ได้รับเชิญน่าประหลาดตัวนั้นก็หายวับไปกับตาปัญหาใหญ่ตรงหน้าคลี่คลาย พระราชาตรัสสอนทหารวัง และขุนนางอีกบางคนที่เพิ่งมาว่า ผู้รู้ท่านเรียกเจ้าตัวประหลาดตัวนี้ว่า “ปีศาจกินความโกรธ”ทรงสอนย้ำว่า ความเจ็บปวดก็เป็นปีศาจกินความโกรธตัวหนึ่ง เมื่อเราคิดโกรธด่า เจ้าความเจ็บปวดจงไปให้พ้น ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเจ้า มันกลับจะรุนแรงขึ้น ยากนักต่อการจะทำความดีกับความเจ็บปวดและสิ่งที่น่าเกลียด แต่หลายครั้งชีวิตก็ไม่มีทางเลือกแต่เมื่อเรายอมรับความเจ็บปวด ความน่าเกลียดอย่างจริงใจ มันจะเจ็บน้อยลง ก่อปัญหาน้อยลงวิธีต่อกรกับเจ้าปีศาจ...ของพระอาจารย์พรหม ลองเอาไปใช้ดู...ไม่แน่ว่า พวกโจรปล้นเมือง อาจจะแสดงปาฏิหาริย์กลายเป็นพระราชาผู้เปี่ยมไปด้วยไมตรีจิตรมิตรภาพ...ปราบเจ้าปีศาจยักษ์ให้หายวับไปกับตาได้ มีทางเลือกไหน? จะดีไปกว่านี้อีกเล่า!กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม