“อนุทิน” ลุยบ้านเกิดเมีย โชว์ขับสองแถวแดงตระเวนขอบคุณชาวระนองที่เทเสียงให้ ประกาศลั่นคุมความมั่นคง-เศรษฐกิจเบ็ดเสร็จ ด้วยทีมหลัก “อนุทิน-เอกนิติ-ศุภจี-สีหศักดิ์” ฉุดประเทศขึ้นจากหล่ม ภท.บีบหนักกล้าธรรมให้รับกระทรวงเกรดบี จับตาดัน “โสภณ ซารัมย์” มือขวา “เนวิน” นั่งประธานสภาฯ คุมฝ่ายนิติบัญญัติเบ็ดเสร็จ “จุลพันธ์” ยันร่วมรัฐบาลไม่ใช่การถูกกลืน ย้ำมีขอบเขต-จุดยืนชัดเจน อ้างผลเลือกตั้งที่ออกมาทำคดีฮั้ว สว.-เขากระโดงชะงัก “ปิยบุตร” ย้ำภาพการเมืองสองขั้วประลองกำลัง “เก่า vs ใหม่” เปรียบเปรย ภท.-พท.เผ่าพันธุ์เดียวกัน ทร.แฉกัมพูชาลอบวางทุ่นระเบิดใหม่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ใช้ช่วงวันหยุดลงพื้นที่บ้านเกิดภริยา โชว์ขับรถสองแถวแดงตระเวนขอบคุณชาวระนองที่เทเสียงให้ ขณะที่การเจรจาจัดตั้งรัฐบาลยังคงนิ่ง ท่ามกลางกระแสข่าววางตัวนายโสภณ ซารัมย์ ว่าที่ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร“อนุทิน” โชว์ขับสองแถวบ้านเกิดเมียเมื่อวันที่ 15 ก.พ. ที่ จ.ระนอง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล และนายวราวุธ ศิลปอาชา ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่พบปะและขอบคุณชาวระนองที่ลงคะแนนเลือกให้กับนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ว่าที่ สส.ระนอง พรรค ภท.ทั้งนี้นายอนุทินโชว์ขับรถสองแถวไม้ สีแดง รถโดยสารประจำท้องถิ่นระนอง หมายเลขทะเบียน THAILAND 81 10-1035 ระนอง ตระเวนขอบคุณโบกมือทักทาย และยกมือทำท่าอุลตร้าแมนสัญลักษณ์พลัสให้ชาวระนอง ช่วงหนึ่งมีประชาชนตะโกนว่า “ภูมิใจไทย ภูมิใจเธอ อัดเขมรให้เต็มที่เลยท่านนายกฯ” ลั่นกลองพลาดไม้สะบัดเข้าหน้าทั้งนี้ระหว่างตระเวนขอบคุณชาวระนอง นายอนุทินและคณะได้แวะที่ศาลเจ้าต่ายเต๊เอี๋ย เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และตีกลองประจำศาลเจ้า ขณะที่โชว์ลีลาตีกลองอยู่นั้นกลับพลาดทำไม้สะบัด โดนหน้าตัวเองเต็มๆ แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ทั้งนี้นายอนุทิน และภริยาเคยมาสักการะและลั่นกลองมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อครั้งมาลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามตลอดการตระเวนขอบคุณ มีประชาชนตะโกนต้อนรับคึกคัก โบกมือเรียก และขอถ่ายภาพที่ระลึกจำนวนมาก นายอนุทินกล่าวว่า ขอบคุณประชาชนที่มอบความเชื่อมั่น ย้ำว่าทีมงานจะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อนำเสียงประชาชนไปสู่การพัฒนาพื้นที่ และผลักดันนโยบายที่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการขอบคุณ แต่เป็นการยืนยันความตั้งใจที่จะทำงานรับใช้ประชาชนทุกจังหวัด หวังให้ประเทศเดินหน้าอย่างมั่นคง เศรษฐกิจเข้มแข็ง และบ้านเมืองรุ่งเรืองต่อไปตระเวนขอบคุณชาวระนองเทเสียงต่อมานายอนุทินโพสต์เฟซบุ๊กเป็นภาพขณะขับรถสองแถวพร้อมข้อความระบุว่า “มากราบขอบพระคุณพี่น้องระนอง ในช่วงรอผลอย่างเป็นทางการ พวกเราจะเดินทางไปขอบพระคุณพี่น้องทุกจังหวัด ที่ให้ความเมตตากับพรรคภูมิใจไทยครับ”ขณะที่บรรยากาศที่พรรค ภท.ในช่วงวันหยุดไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ท่ามกลางการจับตาการพูดคุยกับพรรคกล้าธรรม (กธ.) หลังมีกระแสข่าวว่าพรรค ภท.ต้องการโควตาในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามาดูเองภท.บีบกล้าธรรมรับกระทรวงเกรดบีผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวการรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทยว่า ขณะนี้ต้องจับตาการพูดคุยระหว่างแกนนำพรรคภูมิใจไทย กับพรรคกล้าธรรม หลังจากที่พรรคภูมิใจไทยยื่นเงื่อนไขคุมกระทรวงด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงทั้งหมด โดยต้องการเกลี่ยโควตากระทรวงเกรดบีให้กับพรรคกล้าธรรม แทนกระทรวงเกรดเอที่รับผิดชอบอยู่ในขณะนี้ ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อยู่ที่การพูดคุยว่าจะสามารถตกลงกันได้หรือไม่ ท่ามกลางกระแสกดดันภายในพรรคภูมิใจไทยเองที่ต้องการให้เสียงรัฐบาลอยู่ที่ไม่เกิน 300 เสียง ก็ถือว่ามีเสถียรภาพทำให้รัฐบาลอยู่ยาวครบ 4 ปีได้แล้ว เช่นเดียวกับทางพรรคเพื่อไทยและพรรคเล็ก ที่ยังไม่มีการเกลี่ยกระทรวงจนกว่าภาพรวมจะลงตัวแล้วจับตา “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภานอกจากนี้ ระหว่างรอกระบวนการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล ภายในพรรคภูมิใจไทยได้มองไปถึงการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก ที่ต้องเลือกทำการเลือกตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร บุคคลที่ถูกจับตามองมากที่สุด คือ นายโสภณ ซารัมย์ ว่าที่ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย อดีต รมว.คมนาคม และอดีตรองประธานสภาฯ มือขวานายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย ให้มาทำหน้าที่ เนื่องจากมีความครบเครื่องทั้งประสบการณ์ทางการเมือง และเป็นที่ไว้ใจของนายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย เหมาะนั่งประมุขฝ่ายนิติบัญญัติพท.ได้ดูแล “ศธ.-กษ.-อว.-แรงงาน”มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ความคืบหน้าในการเกลี่ยกระทรวงดูแล เบื้องต้นพรรคเพื่อไทยจะรับผิดชอบ 4 กระทรวงคือ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงแรงงาน รวมถึงอีก 4 ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย“หนู” โพสต์ ภท.คุมความมั่นคงเบ็ดเสร็จกระทั่ง เวลา 19.35 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจอย่างท่วมท้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศ ยืนยันว่าจะไม่ทำให้ผู้ที่ลงคะแนนผิดหวัง เสียใจจะทำงานตอบแทนทุกคะแนนด้วยความสำนึกในความไว้วางใจที่มอบให้ ทุกนโยบายที่นำเสนอช่วงหาเสียงยืนยันจะปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้นทุกประการ พรรคภูมิใจไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบด้านการบริหารงานความมั่นคง ด้วยมาตรการทางการทูต และการทหาร ยืนยันที่จะปฏิบัติในทุกรูปแบบและทุกวิธีการ เพื่อรักษาดินแดนและอธิปไตยของชาติ ตลอดจนเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศ การปิดด่านชายแดนจะดำเนินต่อไป และจะเพิ่มความเข้มข้นยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างกำแพงความมั่นคงตามแนวชายแดน รวมถึงการยกเลิก MOU44 เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชนที่มั่นใจในพรรคภูมิใจไทย ตนและนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว สัญญาจะนำประเทศไทยกลับคืนสู่เวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ให้ใครกล้ามาข่มเหง รังแก ข่มขู่ คุกคาม ให้คนไทยต้องรำคาญใจอีกดูแลเศรษฐกิจฉุด ปท.ขึ้นจากหล่มนายอนุทินกล่าวต่อว่า พรรคภูมิใจไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย นำเศรษฐกิจไทยที่ตกอยู่ในหล่มมายาวนาน ขึ้นมาจากหล่มให้ได้ การทำงานด้านเศรษฐกิจต้องทำงานแบบมืออาชีพ เป็นทีมเดียวกัน คือทีมประเทศไทยที่มีส่วนผสมหลักคือ อนุทิน เอกนิติ ศุภจี สีหศักดิ์ ทุกพรรคที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นทีมเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้พี่น้องประชาชนมีรายได้ดีขึ้น ทั้งผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ท่องเที่ยว บริการ และอาชีพอิสระ ทั้งหมดนี้จะอยู่ในนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา ขอสัญญาว่าจะทำให้ทุกคะแนนที่มอบให้พรรคภูมิใจไทยมีคุณค่าสูงสุด และเป็นพลังที่จะพัฒนาประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ยั่งยืน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กินดี อยู่ดี สุขภาพดี มีรายได้ มีความสุข ให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ถือว่าทุกคะแนนที่ได้รับคือข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชาที่ต้องปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จโดยเร็ว และจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังแน่นอน“จุลพันธ์” ยันร่วม รบ.ไม่ใช่การถูกกลืนด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พรรคเพื่อไทยทำงานอย่างเต็มกำลัง นำเสนอนโยบายให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประชาชนมีโอกาส มีความมั่นคง และมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง ด้วยความหวังว่าคนไทยจะให้ความไว้วางใจอย่างชัดเจนกับเรา เพื่อพาเราไปสู่อำนาจรัฐ และเปิดโอกาสให้นำนโยบายเหล่านั้นไปปฏิบัติจริง แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา เราได้เสียงไม่มากพอ พรรคภูมิใจไทยมาเป็นอันดับ 1 และมีเสียงทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างมีนัยสำคัญ คือการตัดสินใจที่เราต้องเคารพด้วย ในฐานะพรรคอันดับ3 ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน โดยตั้งคำถามกับตนเองว่าทางใดจะทำให้เราสามารถทำหน้าที่เพื่อประชาชนได้อย่างแท้จริง เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว การร่วมรัฐบาลทำให้มีโอกาสทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนได้มากกว่าการเป็นฝ่ายค้าน เสียงประชาชนไม่เทา การทำงานร่วมกับพรรคภูมิใจไทยก็คือการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนของประชาชน และการร่วมรัฐบาลไม่ได้หมายความว่ากลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าเรากลายเป็นส่วนหนึ่งของพรรคภูมิใจไทย เรายังคงมีความเป็นอิสระ ในจุดยืน อุดมการณ์ และมีขอบเขตของการร่วมอย่างชัดเจนอ้าง ปชช.ทำฮั้ว สว.–เขากระโดงชะงักนายจุลพันธ์กล่าวว่า ในประเด็นเรื่องคดีฮั้วสว.และเขากระโดง ยังคงเดินหน้าทำต่อภายใต้ความตระหนักว่าเราไม่ได้เป็นเสียงข้างมากของสภาฯ และไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หากประชาชนต้องการให้เรามีอำนาจเต็มในการดำเนินการเรื่องนี้ พวกเขาคงมอบเสียงให้เราอย่างถล่มทลาย แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้สะท้อนว่าเรื่องนี้อาจไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก หลักการของประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาเป็นเช่นนี้ และต้องเคารพความจริงนั้น หลักการสำคัญของพรรคเพื่อไทยคือการเคารพการตัดสินใจของประชาชน และภายใต้ข้อจำกัดของเสียงที่ได้รับ เราจะใช้ทุกเสียงนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด หากเราตัดสินใจผิดหรือทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และเราตระหนักดีว่าทุกการตัดสินใจมีความรับผิดชอบต่อประชาชนที่เลือกเรามา“ปิยบุตร” ชี้วันนี้คือการเมืองสองขั้ววันเดียวกัน นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ได้ตระเวนปราศรัยหลายเวที ยืนยันว่าสภาพการเมืองไทยในเวลานี้ มิใช่ “การเมือง 3 ก๊ก” อันประกอบไปด้วย พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย “การเมือง 3 ก๊ก” เป็นแค่ “นิทานหลอกเด็ก” ของนักการเมือง ของนักโต้วาทีที่มาเป็นนักการเมือง เป็นการวิเคราะห์แบบตื้นเขิน เอาจำนวนที่นั่งในสภามาวัดพลังกัน แต่หากใช้ลักษณะธาตุแท้เป็นตัววัด มันคือ “การเมือง 2 ขั้ว” ประลองกำลังกันระหว่าง “เก่า” vs “ใหม่” การเมืองแห่งอดีต vs การเมืองแห่งอนาคต การเมืองแห่งความกลัว vs การเมืองแห่งความหวัง การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยไปร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยในวันนี้ คือประจักษ์ พยานชัดเจน ความขัดแย้งของพวกเขามิใช่ความขัดแย้งเรื่องอุดมการณ์ แนวคิด แต่เป็นเพียงความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์เปรียบ ภท.–พท.เผ่าพันธุ์เดียวกันนายปิยบุตรระบุอีกว่า หากตกลงกันได้ก็ย่อมกลับมาดีกันได้ หากมีผลประโยชน์ของพวกตนเองใหญ่กว่า ย่อมกลับมาจูบปากกันได้ หากต้องเผชิญกับภัยคุกคามและการเปลี่ยนแปลง ย่อมกลับมารวมพลังต้านการเปลี่ยนแปลงนั้นได้ พันธกิจของพรรคประชาชนในเวลานี้ คือการขีดเส้นแบ่งระหว่าง เก่า vs ใหม่ / อดีต vs อนาคต ให้แจ่มชัด ให้ประชาชนได้เห็นว่าพวกเขาเหล่านั้นต่างก็เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน เติบโตบ่มเพาะมาจากเบ้าหลอมเดียวกัน อยู่ภายใต้ผู้กำกับเดียวกัน พรรคประชาชนต้องทำหน้าที่หลอมรวมพลังของประชาชน ก่อร่างสร้างประชาชนขึ้นมาใหม่ เพื่อแสดงพลังอย่างพร้อมเพรียง ระเบิดพลังออกมาเมื่อโอกาสมาถึงทร.แฉกัมพูชาลอบวางทุ่นระเบิดอีกเรื่อง พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือ (นปท.ทร.) ตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 สภาพใหม่ จำนวน 6 ทุ่น ในพื้นที่บ้านชำราก อ.เมืองตราด ระหว่างปฏิบัติการยึดคืนและเคลียร์พื้นที่ตามแผน “ตราดพิฆาตไพรี” เมื่อวันที่ 14 ก.พ.2569 จากการตรวจสอบยืนยันว่าเป็นทุ่นระเบิดที่ถูกนำมาวางใหม่ โดยฝ่ายตรงข้าม ไม่ใช่ทุ่นตกค้างเดิม อีกทั้งในพื้นที่ใกล้เคียงยังพบทุ่น PMN-1 จำนวน 3 ทุ่น และ POMZ อีก 1 ทุ่น ระหว่างการพัฒนาเส้นทางทางยุทธวิธีตามแนวชายแดน กองทัพเรือยืนยันว่าฝ่ายไทยปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2568 อย่างเคร่งครัด ยึดหลักมนุษยธรรม ไม่ใช้และไม่สนับสนุนการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในทุกกรณี การใช้ทุ่นระเบิดดังกล่าว โดยเฉพาะ PMN-2 สภาพใหม่ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และพันธกรณีด้านการห้ามใช้ทุ่นระเบิดอย่างร้ายแรง ฝ่ายไทยขอประณามการกระทำดังกล่าว และจะบันทึกหลักฐานอย่างเป็นระบบ พร้อมดำเนินการตามกรอบกฎหมาย และกลไกระหว่างประเทศต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่