ตอกย้ำโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ของบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ถล่มลงมาทับรถไฟขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 กรุงเทพฯ–อุบลราชธานี ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 32 คน บาดเจ็บ 69 คน...ทำให้เกิดคำถามหลายประเด็น ต่อการสร้างรถไฟความเร็วสูงสายแรกของไทย?ทีมข่าวสืบสวน “SEETRUE” ไทยรัฐทีวี ได้เดินทางลงพื้นที่สำรวจเส้นทางก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง 250.77 กิโลเมตร จากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ถึงสถานีนครราชสีมา ที่มีมูลค่าก่อสร้างสูงถึง 1.79 แสนล้านบาท และขอพลิกแฟ้มฉายภาพรายละเอียดอภิมหาโครงการเมกะโปรเจกต์แสนล้านนี้ให้ดูกันอีกครั้ง ย้อนกลับไปในปี 2560 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีขณะนั้น ใช้อำนาจหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่ง คสช.ตามมาตรา 44 เร่งรัดการสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนโดยให้การรถไฟแห่งประเทศไทยทำสัญญาจ้างรัฐวิสาหกิจของจีน ออกแบบงานโยธา งานที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง หรือคอนซัลต์ และงานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกลการก่อสร้างงานโยธา ถูกแบ่งออกเป็น 14 สัญญา โดยสัญญาที่ 1–1 ช่วงกลางดง–ปางอโศก การรถไฟมอบหมายให้กรมทางหลวงก่อสร้างที่เหลือ 13 สัญญา ใช้วิธีเปิดประมูลแบบ “อีบิดดิ้ง” ตั้งแต่ปลายปี 2561 ถึงต้นปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงปลายรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ 1ส่วนการลงนามสัญญา มีเพียงสัญญาเดียวที่ลงนามในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 1 คือสัญญา ที่ 2-1 ช่วงสีคิ้ว-กุดจิก ในเดือนมีนาคม 2562 สมัยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายวรวุฒิ มาลา รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟฯ อีก 9 สัญญา ตั้งแต่สัญญา 3-1 เป็นต้นไป ลงนามสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2 มีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายนิรุฒ มณีพันธ์ เป็นผู้ว่าการการรถไฟฯตอนนี้เหลืออีก 2 สัญญา ที่ยังไม่ได้ลงนามการก่อสร้างงานโยธา มีรัฐวิสาหกิจของจีนเป็นบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างงานโยธา หรือคอนซัลต์ คือ บริษัทไชน่า เรลเวย์ อินเตอร์แนชันนัล และบริษัทไชน่า เรลเวย์ ดีไซน์ คอร์ปอเรชันน่าสนใจว่า...ผู้ควบคุมงานไม่ควรรับงานก่อสร้างด้วย? แต่กลับพบว่า มีบริษัทชื่อคล้ายรัฐวิสาหกิจจีน แต่มีหมายเลขต่างๆต่อท้าย เข้ามารับงานก่อสร้างด้วยวิธีการต่างๆ เช่น เป็นกิจการร่วมค้ากับบริษัทไทย และการรับเหมาช่วงอย่างเช่นสัญญาที่ 3-1 ช่วงแก่งคอย-กลางดง และช่วงปางอโศก-บันไดม้า ระยะทาง 30 กว่ากิโลเมตร มูลค่า 9,300 ล้านบาท บริษัทไชน่าเรลเวย์ นัมเบอร์เท็น เข้ามาก่อสร้างด้วยการจับมือกับบริษัทอิตาเลียนไทย ในรูปแบบกิจการร่วมค้าซึ่งกิจการร่วมค้าอิตาเลียนไทยและไชน่าเรลเวย์นัมเบอร์เท็น คือผู้ที่สร้างตึก สตง. อีกสัญญาสำคัญ ที่ทีมข่าวสืบสวน “SEETRUE” พบว่า บริษัทจากจีนเข้ามารับช่วงก่อสร้างต่อจากบริษัทที่ทำสัญญากับการรถไฟแห่งประเทศไทย ก็คือสัญญาที่ 3-3 ช่วงบันไดม้า-ลำตะคองบริษัทจีนดังกล่าว คือ บริษัทไชน่า เรลเวย์ 11 บิวโร กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด กำลังติดตั้งเซ็กเมนต์หรือคอนกรีตสำเร็จรูป อยู่แถวลำตะคอง ซึ่งเครนที่ใช้ติดตั้งคอนกรีตสำเร็จรูป มีชื่อบริษัทเป็นภาษาอังกฤษชัดเจนเมื่อเข้าไปสอบถามในสำนักงานของบริษัทก่อสร้างไทย ซึ่งเป็นผู้ชนะประมูล และลงนามสัญญา มูลค่า 9,800 ล้านบาทว่าบริษัทไชน่าเรลเวย์ 11 เข้ามาทำงานกับบริษัทไทยที่ลงนามสัญญาในรูปแบบใดได้ข้อมูลว่า...บริษัทไทยจ้างเฉพาะค่าแรงบริษัทไชน่าเรลเวย์ 11 ส่วนอุปกรณ์และวัสดุก่อสร้างเป็นของบริษัทไทยเองแต่ด้วยความสงสัย ทีมข่าวสืบสวน SEETRUE จึงเดินทางไปที่สำนักงานของบริษัท ไชน่าเรลเวย์11ฯ ที่อาคารแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ แต่...พนักงานบริษัทที่เป็นคนไทยบอกว่า ถ้าไม่ได้นัดไว้ไม่อนุญาตให้เข้าไป ทำให้ไม่ได้ข้อมูลในส่วนนี้แต่...จากการตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุไว้ว่า จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 ด้วยทุนจดทะเบียน 48 ล้านบาท มีรายชื่อกรรมการ 2 คน คือ นายหวัง เสี่ยวหมิง และ นายเลี่ยว เต๋อจวินความน่าสนใจในเรื่องนี้ยังคงมีประเด็นสลับซับซ้อนน่าค้นหาถึงความเชื่อมโยงความข้องเกี่ยวที่เกิดขึ้น ทีมงาน “SEETRUE” ต้องลุยตรวจสอบการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนโครงการแสนล้านนี้กันต่อไปโดยเฉพาะประเด็นสำคัญที่ต้องค้นหา คือ...พบ การก่อสร้างในอีกสัญญาหนึ่ง ที่บริษัทชนะประมูล 7,700 ล้าน แต่มีทุนจดทะเบียนแค่ 5 ล้านบาทและ...ยังจ้างเหมาช่วงให้ “บริษัทจากจีน” เข้ามาทำงานโครงสร้างหลัก และ “บริษัทของคนไทย” ที่เข้าไปรับงานแล้วพบความไม่ปกติบางอย่าง?คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม