สุดสยองฆ่าหั่นศพหนุ่มรัสเซียฝังดินในเมืองพัทยา หลังแม่ผู้ตายบินด่วนมาไทยตามหาลูกชายหายตัวไปอย่างลึกลับเพราะถูกขู่รีดเงินกว่า 3.7 ล้านบาท กระทั่งพบศพในป่ารกร้างชิ้นส่วนถูกหั่นแยกอวัยวะรวม 7 หลุม รวมทั้งเสื้อผ้าและทรัพย์สินอื่นๆ ขณะที่ตำรวจจับกุมชายชาวรัสเซีย 2 คนคาดเป็นผู้ก่อเหตุฆ่าสยอง คาดปมเหตุฆ่าล้างหนี้เกี่ยวพันค้าเฮโรอีนจากเหตุที่นางโอลกา ลาซาเบนโก อายุ 51 ปี ชาวรัสเซีย เดินทางมาประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 ม.ค. เข้าแจ้งความกับตำรวจที่ สภ.เมืองพัทยาว่า นายมิคาอิล เอเมเลียนอฟ อายุ 30 ปี ลูกชายชาวรัสเซียหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหวั่นจะเกิดอันตราย ก่อน หน้านี้ลูกถูกเพื่อนสัญชาติเดียวกันส่งข้อความข่มขู่ให้ใช้หนี้เป็นเงิน 1.2 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 3.7 ล้านบาท ตำรวจเร่งสืบสวนออกติดตามตัวความคืบหน้าเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 1 ก.พ. พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุพบศพถูกฝังหลายจุดที่ริมบ่อน้ำภายในซอยพัฒนาการ 4 หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง ไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.พงษ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผกก.สส.ภ.จ.ชลบุรี ตำรวจฝ่ายสืบสวน ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 2 ชลบุรี แพทย์เวรโรงพยาบาลบางละมุง และอาสากู้ภัยสว่างที่เกิดเหตุเป็นที่ดินรกร้างมีเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ตรวจสอบพบเศษชิ้นส่วนมนุษย์ถูกฝังดิน 7 หลุมระยะห่างกัน 1-2 เมตร แยกเป็นชิ้นส่วนมนุษย์ประกอบด้วย ส่วนหัวถูกตีที่ใบหน้า แขน 2 ข้าง ขา 2 ข้าง มีรอยสักที่ข้อเท้า ลำตัวถูกหั่นแยกส่วนอย่างสยดสยองห่อด้วยถุงดำ เจ้าหน้าที่นำร่างมาจัดเรียงพบว่าส่วนหน้าท้องหายไป นอกจากนี้ยังพบกระเป๋าสีขาว หมวกแก๊ปสีดำ เสื้อคอกลมสีดำและกางเกงขายาวสีเขียวอ่อนเป็นชุดเดียวกับนายมิคาอิล เอเมเลียนอฟ ใส่ออกจากที่พักในซอยเขาพระตำหนัก พัทยาใต้ แล้วขี่รถ จยย.ไปธุระก่อนจะหายตัวไป ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ จากหลักฐานในที่เกิดเหตุและภาพจากกล้องวงจรปิดยืนยันคือนายมิคาอิลที่หายตัวไปนานกว่า 23 วันแนวทางการสืบสวนนางโอลกา ลาซาเบนโก อายุ 51 ปี ให้ข้อมูลว่า นายมิคาอิล เอเมเลียนอฟ อายุ 30 ปี ลูกชายมาทำธุรกิจที่เมืองพัทยาประมาณ 2 ปี เมื่อวันที่ 7 ม.ค.เป็นวันสุดท้ายที่คุยกัน ลูกวิตกกังวลเรื่องจะเดินทางไปเจรจาธุรกิจค้ากัญชากับชายชาวรัสเซีย 2 คน ทั้งคู่มีท่าทีเป็นอันตราย ระหว่างที่เดินทางไปพบกับชาวรัสเซีย 2 คน ลูกส่งโลเกชันมาให้ตลอด กระทั่งช่วงเย็นลูกชายติดต่อหาอีกครั้ง พร้อมกับทิ้งข้อความสุดท้ายว่าจะเดินทางไปกรุงเทพฯ กับชายชาวรัสเซีย 2 คน ระบุว่า “ผมรู้สึกไม่ปลอดภัย หากขาดการติดต่อไปเกิน 2 ชั่วโมง แสดงว่าผมตกอยู่ในอันตรายแล้ว อาจจะถูกอุ้มไปทำร้ายร่างกายอย่างแน่นอน ให้แม่ไปแจ้งความกับตำรวจออกตามหาได้เลย” เมื่อเห็นข้อความลูกชาย หัวอกความเป็นแม่รู้สึกเป็นห่วงและกังวลอย่างมาก จากนั้นลูกชายไม่ติดต่อกลับมาอีกเลยนางโอลกาให้ข้อมูลอีกว่า ตนพยายามติดต่อลูกชายก็ไม่สามารถติดต่อได้ ติดต่อหาเพื่อนรุ่นพี่ ให้ช่วยออกตามหาที่ร้านจำหน่ายกัญชาที่ลูกชายเป็นหุ้นส่วน กระทั่งไปพบกับชายรัสเซีย 2 คนที่ลูกชายกล่าวถึง 1 ในนั้นถือโทรศัพท์มือถือของลูกชายไว้ เพื่อนรุ่นพี่แอบมองแต่ไม่กล้าเข้าไปสอบถามข้อมูล ก่อนหน้านี้ลูกขอเงินเพื่อไปลงทุนธุรกิจ 10,000 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 3 แสนบาท ตนยังไม่รู้ว่าเงินก้อนนี้อยู่ที่ไหน ส่วนเรื่องความขัดแย้งนั้นไม่ทราบว่าเรื่องอะไรขณะเดียวกันตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่นายมิคาอิลพักอยู่ในซอยเขาพระตำหนัก พัทยาใต้พบว่า เมื่อเวลา 15.04 น. วันที่ 7 ม.ค. นายมิคาอิลเดินออกมาจากห้องพักใส่เสื้อยืดสีดำ กางเกงขายาวสีเขียวอ่อน ใส่หมวกแก๊ปสีดำ สะพายเป้สีขาวขี่รถ จยย.ออกจากที่พัก เมื่อเทียบกับหลักฐานในจุดเกิดเหตุตรงกัน เชื่อว่านายมิคาอิลถูกฆ่าหั่นศพ คนร้ายนำชิ้นส่วนมาแยกฝังอำพรางคดีมีรายงานว่า ตำรวจสืบสวน ภ.จ.ชลบุรี จับกุมชาวรัสเซีย 2 คนที่กรุงเทพฯ อยู่ระหว่างควบคุมตัวสอบสวน ปมฆ่าสังหารโหดในครั้งนี้คาดว่าน่าจะเป็นการฆ่าล้างหนี้ เนื่องจากมีแชตข้อความข่มขู่เรื่องเงิน 1.2 แสนดอลลาร์เกี่ยวพันกับการค้าเฮโรอีน หากไม่นำเงินมาคืนจะฆ่านำอวัยวะไปขายอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่