มหากาพย์ “โครงการกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง” เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว หลังรายงาน EIA ยันไม่กระทบสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศคาดปลายปี 69 ได้ฤกษ์ปักเสาต้นแรก ก่อนทยอยก่อสร้างจนครบ 12 เสา ใช้งบประมาณกว่า 1 พันล้านบาท พร้อมเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวได้ปลายปี 2570 หากก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นกระเช้าไฟฟ้าแห่งแรกของไทยที่สร้างในเขตอุทยานแห่งชาติ ส่งผลประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวของ จ.เลย และพื้นที่ใกล้เคียงเมื่อวันที่ 18 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความพยายาม ก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงว่า ที่ห้องประชุมศรีสองรัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดเลย เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 17 ม.ค. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานประชุมความคืบหน้าการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง มีนายประยูร อรัญรุท รอง ผวจ.เลย สำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเลย (อพท.เลย) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงแนวคิดก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง เพื่อนำนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวสูงวัยและชาวต่างชาติที่มีเวลาน้อย สามารถนั่งกระเช้าขึ้นเที่ยวชมธรรมชาติบนภูกระดึงได้อย่างสะดวก แนวคิดนี้มีมานานกว่า 15 ปีแล้ว แต่ที่ผ่านมาถูกกลุ่มนักอนุรักษ์คัดค้าน เพราะเกรงจะเป็นเครื่องมือในการตัดไม้ทำลายป่า รวมทั้งสร้างมลพิษให้กับระบบนิเวศบนภูกระดึง และยังทำให้อาชีพ “ลูกหาบ” ขนสิ่งของขึ้นภูกระดึงให้นักท่องเที่ยวขาดรายได้และตกงานต่อมาเมื่อวันที่ 21 ก.พ.2555 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมกับองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ศึกษาความเหมาะสมโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ต่อมาวันที่ 23 ก.พ.2559 ครม.มีมติรับทราบผลการศึกษาความเป็นไปได้ ตามที่ อพท. เสนอและ ทส.รับฟังความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาดำเนินการ เพื่อให้ได้ข้อสรุปแนวทางการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จ.เลย ที่ชัดเจน รวมทั้งผลกระทบต่อระบบนิเวศและธรรมชาติ ในการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงจนเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2566 ครม. มีมติมอบหมาย สำนักงบประมาณ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณางบประมาณเป็นค่าจ้างออกแบบโครงการ เพื่อประกอบการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จำนวน 28 ล้านบาท จากงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น กระทั่งปี 2565 อพท.ได้รับงบประมาณ 7,941,000 บาท เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง รวมถึงประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อพท.ได้จ้างมหาวิทยาลัยบูรพา เป็นที่ปรึกษาโครงการ แต่งบประมาณที่ได้รับยังไม่ครอบคลุมการจัดทำ แบบก่อสร้าง เพื่อใช้ในการประกอบรายงาน EIAสำหรับกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงแห่งนี้ หากก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นกระเช้าไฟฟ้าแห่งแรกของประเทศไทย ที่สร้างในเขตอุทยานแห่งชาติ ส่งผลประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดเลย และจังหวัดใกล้เคียง เส้นทางเดินของกระเช้าไฟฟ้าจะไม่กระทบต่อป่าไม้ สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อม เป็นประโยชน์ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลดผลกระทบทางระบบนิเวศในการเดินเท้าขึ้นยอดภู ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างโอกาสให้ท้องถิ่นส่วนความคืบหน้าโครงการ ขณะนี้ผ่านขั้นตอนต่างๆเกือบครบแล้ว คาดว่าสามารถทราบรายละเอียดการก่อสร้างได้ในช่วงกลางปี 2569 ทั้งงบประมาณการก่อสร้าง ผู้อนุมัติโครงการ บริษัทผู้ก่อสร้าง ผู้รับเหมาก่อสร้าง เบื้องต้นคาดว่าโครงการนี้ใช้งบประมาณการก่อสร้าง 1,000 ล้านบาท พร้อมระบบกระเช้าไฟฟ้าแบบเคเบิลเคลื่อนที่จำนวน 32 ตู้ รองรับผู้โดยสาร 8 คนต่อตู้ สถานีต้นทางเชิงเขาใกล้บ้านห้วยเดื่อ สถานีปลายทางบนยอดภูกระดึง ช่วงระหว่างผาหมากดูก รวมระยะทาง 4.4 กม. คาดว่าจะปักเสาต้นแรกได้ในเดือนธันวาคม 2569 จำนวน 12 เสา ในระยะทางกระเช้า 3.5 กม. พร้อมเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2570หลังการประชุมเสร็จสิ้น คณะทำงานได้เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปลงที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง (บนยอดภูกระดึง) เพื่อตรวจการบริหารการจัดการการท่องเที่ยวบนภูกระดึง มีนายภูวนัย มูลแวง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง และคณะเจ้าหน้าที่ร่วมให้การต้อนรับ นำชมธรรมชาติและการจัดการด้านการบริการต่างๆบนยอดภูกระดึงอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่