ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ จากยุคของเครื่องยนต์สันดาปภายใน สู่ยุคของยานยนต์พลังงานใหม่ หนึ่งในค่ายรถที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คือ BYD ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีพลังงานสะอาดระดับโลกจากประเทศจีนโดยหนึ่งในฐานการผลิตที่สำคัญที่สุดของ BYD ก็คือ โรงงานบีวายดี เจิ้งโจว (BYD Zhengzhou Factory)โรงงาน BYD เจิ้งโจว ตั้งอยู่ในเขต Zhengzhou Airport Economy Zone เมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษที่เชื่อมโยงระบบคมนาคมครบทุกมิติ ทั้งทางถนน ทางราง และทางอากาศ ครอบคลุมพื้นที่เริ่มต้นกว่า 10.67 ตารางกิโลเมตร และจากการขยายโครงการอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันพื้นที่รวมของโรงงานเพิ่มขึ้นเป็นราว 22.5 ตารางกิโลเมตร ทำเลดังกล่าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ การขนส่งวัตถุดิบ และการส่งออกรถยนต์ไปยังตลาดโลกได้อย่างรวดเร็วและมีต้นทุนที่เหมาะสม โรงงานนี้เริ่มวางรากฐานในปลายปี 2021 และเริ่มเดินสายการผลิตอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน 2023 ก่อนจะเร่งกำลังการผลิตอย่างก้าวกระโดดจนสามารถผลิตรถยนต์ได้ถึง 1 คันต่อนาที และมียอดการผลิตรวมกว่า 545,000 คัน ในปีเดียว ปัจจุบัน BYD วางแผนขยายกำลังการผลิตประจำปีของโรงงานเจิ้งโจวไปสู่ระดับ 1.8 ล้านคันที่นี่ถูกออกแบบให้เป็น Smart Factory ที่ผสานการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ครบทั้ง 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ การขึ้นรูปและประกอบตัวถัง การเชื่อมโครงสร้าง การพ่นสี และการประกอบรถยนต์ขั้นสุดท้าย ควบคู่กับการใช้ระบบอัตโนมัติในระดับสูง โดยเฉพาะในกระบวนการเชื่อมโครงสร้างที่ใช้หุ่นยนต์อุตสาหกรรมมากถึง 98%สายพานการผลิตของโรงงานรองรับการประกอบรถยนต์พลังงานใหม่หลากหลายรุ่น ผ่านกระบวนการผลิตอัตโนมัติขั้นสูงถึง 11 รูปแบบ พร้อมระบบตรวจสอบออนไลน์แบบเรียลไทม์ สามารถผลิตรถยนต์ได้ถึง 50 คันต่อชั่วโมง และควบคุมความคลาดเคลื่อนได้ละเอียดถึง 0.01 มิลลิเมตร นี่คือหัวใจของการผลิตอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่เน้นทั้งคุณภาพ ความเร็ว และความยืดหยุ่น นอกจากการผลิตตัวรถแล้ว BYD ยังวางผังการผลิตชิ้นส่วนหลักที่เกี่ยวเนื่องทั้งหมดไว้ภายในเมืองเจิ้งโจว ตั้งแต่มอเตอร์ไฟฟ้า ระบบควบคุมไฟฟ้า ระบบจ่ายกระแสไฟ ระบบขับเคลื่อนและขุมพลัง ระบบปรับอากาศ ระบบบังคับเลี้ยว ชิ้นส่วนตกแต่ง โคมไฟ โครงสร้างตัวถัง เบาะนั่งโดยสาร ไปจนถึงหัวใจสำคัญอย่าง Blade Battery และแบตเตอรี่ระบบขับเคลื่อน รวมถึงอุตสาหกรรมวัสดุขั้นสูง สิ่งนี้สะท้อนแนวคิดการควบคุมห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร (Vertical Integration) ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญของ BYDอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เจิ้งโจวกลายเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ของ BYD คือ สนามทดสอบรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV Test Ground) ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2025 และสร้างสถิติระดับโลกด้วยเนินทรายในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้รับการรับรองจาก Guinness World Records สนามแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ทดสอบสมรรถนะเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสาธิตเทคโนโลยี ความปลอดภัย และประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต สนามออลเทอร์เรนของ BYD เจิ้งโจว ประกอบด้วยโซนทดสอบและประสบการณ์รวม 8 โซน เช่น เนินทรายในร่มสูง 29.6 เมตร สระลุยน้ำยาว 70 เมตร วงแหวนแรงเสียดทานต่ำ โซน Kick-Plate สนามแข่งมาตรฐาน ลานไดนามิก พื้นที่ออฟโรด และพื้นที่แคมปิ้งสนามทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อรองรับ NEV โดยเฉพาะโรงงาน BYD เจิ้งโจว ไม่ได้เป็นเพียงโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ แต่คือภาพสะท้อนของการผสานอุตสาหกรรม เทคโนโลยี นวัตกรรม และการพัฒนาเมือง เข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ ที่นี่คือศูนย์กลางของห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่แห่งอนาคต และเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ระยะยาวของ BYD ในการขับเคลื่อนโลกสู่ถนนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง!!!อัลคาโปนคลิกอ่านคอลัมน์ “โชว์รูมหัวเขียว” เพิ่มเติม