“คู่กรณีปฏิเสธความประมาท ทั้งที่สามีตนยืนอยู่ริมถนน ไม่ได้อยู่บนช่องทางจราจร ซึ่งหากคนขับระมัดระวัง ย่อมไม่เกิดเหตุสลดเช่นนี้ได้ ถ้าเขาไม่ประมาท สามีฉันจะถูกชนจนร่างกระเด็นตกเหวลึกได้อย่างไร อยากให้เขาออกมายอมรับความผิด ไม่ใช่ปฏิเสธความรับผิดชอบแบบนี้”เสียงร้องความเป็นธรรมจาก นางจตุพร ทองคำสุก อายุ 52 ปี ภรรยาของ “ครูเกิ้ล” นายคะนอง ทองคำสุก อายุ 53 ปี ครูพลศึกษาโรงเรียนหล่มสักวิทยาคม จ.เพชรบูรณ์ และโค้ชฟุตบอลของโรงเรียนหล่มสักสะเทือนใจชาวหล่มสักหลังรถตู้โดยสารติดตรา “กรมส่งเสริมการเกษตร” ขับมาเกิดเสียหลักหมุนพุ่งเข้าชน “ครูเกิ้ล” ร่างกระเด็นตกไปในเหวลึกข้างทาง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 ส.ค. บนถนนสายเด่นชัย-อุตรดิตถ์ อ.เด่นชัย จ.แพร่ระหว่างรถโดยสารโรงเรียนหล่มสักนำทีมฟุตบอลเดินทางกลับหลังการเข้าร่วมแข่งขันที่ จ.เชียงใหม่ ขัดข้อง อยู่ในพื้นที่อับสัญญาณโทรศัพท์ “ครูเกิ้ล” หาสัญญาณโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ นำนักเรียนกลับบ้านเสียชีวิตต่อหน้าลูกศิษย์แต่สิ่งที่ครอบครัว “ครูเกิ้ล” ได้รับจากความทุ่มเททำหน้าที่โค้ชฟุตบอลและฟุตซอล สร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนหล่มสักจนเป็นที่ยอมรับในแวดวงฟุตบอลจังหวัดเพชรบูรณ์ กลับไม่ได้รับการเยียวยาหรือขอบำเหน็จความชอบให้ทั้งที่การเสียชีวิตครั้งนี้เกิดจากไปราชการ นำนักเรียนไปแข่งขันฟุตบอล สร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนคดีล่าช้าเนื่องจากตำรวจต้องรอเอกสารสำคัญจากหน่วยงานต้นสังกัดรถตู้คันที่ก่อเหตุ คนขับรถตู้ที่ให้การรับสารภาพวันเกิดเหตุ แต่หน่วยงานเจ้าของรถไม่รับผิดชอบโยนความผิดให้คนขับรถ ส่งผลให้รูปคดีไม่คืบหน้าครอบครัวทุกข์ทรมานสูญเสียหัวหน้าครอบครัว และจังหวัดเพชรบูรณ์เสียโค้ชปลุกปั้นนักฟุตบอลโรงเรียนเติบโตอยู่ในวงการฟุตบอลระดับสโมสร แต่กลับมีเสียงผู้ใหญ่เข้าหูครอบครัวว่า...รีบเคลียร์จะได้จบกันไปนี่หรือผลตอบแทนคนที่สร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนหล่มสักมาทั้งชีวิต.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “เลขที่1 วิภาวดีฯ” เพิ่มเติม