“ภูมิธรรม” เมินนายทุนเขากระโดงขู่ฟ้องยันเป็นที่การรถไฟฯมีแผนที่แนบท้าย ซัดใช้ผิดพระราชประสงค์ ท้าผู้เสียประโยชน์ไปฟ้องได้ ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม “โรม” ปัดข่าว 70 สส.ไม่ไปต่อกับ ปชน. จวกคนปั้นเฟกนิวส์หวังผลให้พรรคแตก ปูดชื่อย่อ “บ.” เอี่ยวคอร์รัปชันเรือดำน้ำ เบิร์ธเดย์ “ลุงป้อม” ครบ 80 ปี “หมอเปรม” โวยเบื้องหลังวืดสอย 136 สว.สีน้ำเงิน แฉมีขาใหญ่ใช้วิชามารข่มขู่-กดดัน ดีเอสไอเฉ่งสภาสูงยื้อคดีฮั้วเลือกสว. พบเส้นเงินกลุ่มที่ได้ปูนบำเหน็จ ตร.ไซเบอร์ส่งสำนวน “ฮุน เซน” สั่งล่าผู้เห็นต่างให้ อสส. ลือโยก“ณัฐพล” เสียบปลัดแรงงานนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกฯ ไม่หวั่นถูกนายทุนเขากระโดงขู่ฟ้องกลับ ยืนยันเป็นที่ของการรถไฟฯ มีแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกา ซัดใช้พื้นที่ผิดพระราชประสงค์ ท้าผู้ที่เสียประโยชน์ไปฟ้องได้ ทุกอย่างว่าไปตามกระบวนการยุติธรรมมท.1ชี้ รฟท.มีแผนที่แนบท้ายเมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 8 ส.ค. ที่กระทรวงมหาดไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีชาวบ้านเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ยืนยันมีโฉนดถูกต้อง หลังกระทรวงมหาดไทยเตรียมเพิกถอนที่ดินคืนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ว่า เท่าที่ฟังการแถลงข่าวมีเฉพาะบริษัทนิติบุคคลออกมาเรียกร้องไม่มีประชาชนเท่าไหร่ เดี๋ยวต้องขอดู ผู้มีอำนาจหน้าที่ต้องทำการตรวจสอบว่าไปตาม เนื้อผ้า ท่านเสียหายก็ว่าไป อย่างที่บอกไปแล้วว่าเป็นที่ของหลวงตั้งแต่เริ่มต้นรัชกาลที่ 5 พระราชทานที่ดินให้ รฟท. ที่สำคัญคือพระราชกฤษฎีกาที่ออกมารองรับเรื่องในรัชกาลที่ 6 ดังนั้นจึงเป็นที่ของ รฟท.ชัดเจนตั้งแต่ต้น ถ้าอย่างนั้นต้องมาพิสูจน์อะไรที่มาเปลี่ยนแปลงพระราชประสงค์ ต้องมาตรวจว่าถูกต้องหรือไม่ ขณะนี้คำสั่ง รฟท.ต้องดำเนินการแจ้งความ และพิจารณาเป็นรายๆไป ส่วนกรณีพบว่าชาวบ้านซื้อมาโดยชอบก็ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่มีปัญหา ไม่ได้กลั่นแกล้งใครซัดใช้พื้นที่ผิดพระราชประสงค์ผู้สื่อข่าวถามว่าทนายความฝั่งบุรีรัมย์อ้างว่า รฟท. ไม่มีแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน นายภูมิธรรมตอบว่า จริงหรือไม่จริง แต่ รฟท.ยืนยันมีแผนที่แนบท้ายมาตลอด แล้วพระราชประสงค์ต้องเอาอะไรมายืนยันชัดเจน พื้นที่ตรงกลางทั้งหมดเป็นพื้นที่ผิดพระราชประสงค์ การที่จะมีส่วนที่แตกต่างกันไปบ้างอยู่ตามชายขอบ เป็นหน้าที่ของอธิบดีกรมที่ดินและผู้ว่าการ รฟท. ไปว่ากันต่อไป ตนไม่มีอำนาจไปจัดการ เมื่อถามว่าชาวบ้านยืนยันได้โฉนดมาถูกต้อง นายภูมิธรรมตอบว่า ไปว่าตามศาลกระบวนการทางกฎหมายมีอยู่แล้ว แต่ในชั้นต้นเราขีดฆ่าโฉนดทิ้งก่อนในฐานะเป็นที่หลวง ถ้าท่านคิดว่าการขีดฆ่าหรือถอนออกจากระบบทะเบียนไม่เป็นธรรม มีสิทธิ์ฟ้องร้องได้ ถ้าฟ้องก็ว่ากับหน่วยงานของรัฐ ไม่เกี่ยวกับตน เมื่อถามว่าทางทนายจะฟ้องให้มีโทษติดคุก 5 พันปีกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิกถอนโฉนดเขากระโดง นายภูมิธรรมตอบว่า ทนายไปพูดกับศาลดีกว่าอย่าพูดกับตนและให้สุภาพหน่อยท้าขาใหญ่เขากระโดงไปสู้ชั้นศาลเมื่อถามว่าบริษัทสนามแข่งรถ และสนามฟุตบอลที่บุรีรัมย์ ขู่จะฟ้องหน่วยงานที่เพิกถอนที่ดินเขากระโดง เรื่องค่าลิขสิทธิ์ และค่าเสียหายจำนวนมหาศาล นายภูมิธรรมตอบว่า ฟังดูว่าถ้าเป็นพื้นที่ของ รฟท. แล้วละเมิดต้องไปจ่ายค่าลิขสิทธิ์อะไร ไม่ต้องพูด ให้ไปว่ากันตามกระบวนการยุติธรรม “เชิญเถอะครับ ไม่มีปัญหา ยินดี ผมทำตามศาลฎีกาที่ตัดสิน ศาลปกครองก็บังคับเราในฐานะข้าราชการของรัฐ ตัดสินดำเนินการตามอำนาจที่ศาลฎีกาและศาลปกครองสั่ง แล้วจะผิดก็ว่าเลย ไม่มีปัญหา”“โรม” ปัดข่าว 70 สส.ไม่ไปต่อ ปชน.ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกระแสข่าว 70 สส.พรรคประชาชนจะไม่ไปต่อกับพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้าว่า เป็นจินตนาการของผู้ปลุกปั่น พรรคไม่เคยพูดคุย หรือมีแนวทางออกมาตามที่ปรากฏในข่าว ยิ่งดูรายชื่อยิ่งไม่น่าเป็นไปได้ คงเป็นความพยายามปลุกปั่นให้เกิดความไม่ไว้วางใจกันในพรรค หวังผลทางการเมืองมากกว่า ส่วนข่าวนี้มาจากไหนไม่อยากเดา เพราะไม่สนใจ เป็นเฟกนิวส์ มองว่าเป็นการปลุกปั่นยุแยงให้เกิดความแตกแยกกัน เมื่อถามย้ำว่าต้องให้ สส.ในพรรคยืนยันหรือไม่ว่าจะอยู่กับพรรค ปชน.ต่อ นายรังสิมันต์ตอบว่า ไม่ให้ความสำคัญ พรรคประชาชนพยายามสร้างบรรยากาศการทำงานที่มุ่งเน้นประสิทธิ ภาพการทำงาน เชื่อว่าถ้า สส.ทำงานมีประสิทธิภาพไม่น่ามีปัญหาอะไร ต้องดูว่าเรื่องนี้ใครได้ประโยชน์ แต่เชื่อว่าเรามีภูมิต้านทานเฟกนิวส์อยู่แล้วเผย ทร.อยากได้เรือฟริเกตมากกว่านายรังสิมันต์ในฐานะประธานกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ยังกล่าวถึงกรณี ครม.มีมติให้เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์จีนกับการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือว่า ในสถานการณ์วิกฤติของประเทศแบบนี้ เราจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ ต้องมีเพียงพอในการปกป้องประเทศและปกป้องคนไทย เราไม่ได้ต้องการรุกรานชาติอื่น เมื่อพิจารณาจากกรอบนี้ความสำคัญอันดับแรกมาจากยุทธศาสตร์ แต่คนที่อยู่ในกองทัพเรืออาจไม่แฮปปี้ก็ได้ ขอเรียนตามตรงว่าพูดคุยกับคนในกองทัพเรือ สิ่งหนึ่งที่กองทัพเรือขาดแคลนจริงๆ และน่ากังวลคือเรือฟริเกต เท่าที่ทราบมีการอนุมัติ 1 ลำ จากเดิมที่ขอ 2 ลำ เรือฟริเกตจึงมีความสำคัญในการรักษาอำนาจอธิปไตยโดยเฉพาะในน่านน้ำไทย แต่ปัญหาคือเมื่อเราไปโฟกัสเรือดำน้ำ ถามว่าตอบสนองยุทธศาสตร์หรือไม่ จึงต้องพิจารณาจัดลำดับความสำคัญให้ดีปูดชื่อย่ออักษร “บ.” เอี่ยวคอร์รัปชันนายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า น่ากังวลเรื่องความปลอดภัย ศักยภาพและคุณภาพ ทำไมเราต้องจำยอมใช้เครื่องยนต์ตัวอื่นที่แม้กระทั่งจีนยังไม่เคยใช้ แสดงให้เห็นว่าการที่ฝ่ายจีนผิดสัญญา ฝ่ายไทยเป็นผู้ถูกละเมิด แต่ฝ่ายไทยกลับยอมให้มีการแก้ไขสัญญาที่เราเสียเปรียบ ไม่สามารถเข้าใจได้เลย ที่ผ่านมาเราต้องยอมรับว่าเรือดำน้ำจีนมีข้อครหาในเรื่องของการทุจริตมาโดยตลอด เป็นห่วงจริงๆ “ทราบว่ามีคนตัวย่อ บ. เป็นพลเรือน เป็นคีย์แมนสำคัญ อาจมีเรื่องเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชัน เหตุผลที่เรายอมรับเรือดำน้ำจีนที่มีเครื่องยนต์จีนอาจไม่ใช่เหตุผลด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคงของชาติ แต่อาจเป็นเหตุผลความมั่นคงของใครบางคนที่จ่ายกิน รับทรัพย์กันไปหมดแล้ว จึงทำให้เรายกเลิกสัญญาไม่ได้ การจัดซื้ออาวุธของไทยไม่ควรมีประเด็นคอร์รัปชัน เพราะจะทำให้การจัดซื้ออาวุธผิดพลาด ทำให้กองทัพอ่อนแอ พรรคประชาชนเห็นด้วยกับการซื้ออาวุธอย่างมียุทธศาสตร์ ไม่ใช่ซื้ออะไรก็ได้”เบิร์ธเดย์ “ลุงป้อม” ครบรอบ 80 ปีที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดให้ลูกพรรคและคนใกล้ชิดเข้าอวยพรในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 80 ปี ในวันที่ 11 ส.ค. ช่วงเช้ามี พล.อ.ชิษณุพงศ์ รอดศิริ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. เป็นตัวแทน ผบ.ทบ. พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 เข้าอวยพร รวมถึงข้าราชการทหาร ตำรวจ ทยอยเข้าอวยพรต่อเนื่อง ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า อายุ 80 แล้ว เกิดปี 2488 จะไปแข็งแรงเหมือนคนหนุ่มได้อย่างไร แต่ยอมรับว่ายังเป็นห่วงประเทศชาติ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยือนประชาชนที่ไม่รู้ อีโหน่อีเหน่อะไร แต่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอให้กำลังใจทหารแนวหน้า“หมอเปรม” โวยวืดสอย 136 สว.วันเดียวกัน นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. ให้สัมภาษณ์ว่าได้รับแจ้งจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาในฐานะเป็นผู้ริเริ่มรวบรวมรายชื่อ สว. ยื่นคำร้องต่อประธานวุฒิสภาขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพของ สว.ทั้ง 136 คน สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 111 (7) ประกอบมาตรา 113 และขอให้ศาลมีคำสั่งให้ สว.ทั้ง 136 คน หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว หรือให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เฉพาะส่วน เกี่ยวกับการให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไว้ก่อนจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย จากกรณีคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปสำนวนคดีฮั้ว สว.อาจเข้าข่ายขัดต่อพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ได้รับแจ้งต้องระงับคำร้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ เพราะรายชื่อ สว.ไม่ครบ 1 ใน 10 เพราะมี สว.ที่ลงชื่อแล้ว มาถอนชื่อในภายหลัง การถอนชื่อครั้งนี้มีเบื้องหลังแน่นอน แม้จะอ้างเหตุผลอะไรก็ตามแฉขาใหญ่ใช้วิชามารข่มขู่–กดดันนพ.เปรมศักดิ์กล่าวว่า ทราบจากเพื่อน สว.ในกลุ่มอิสระว่า มีความพยายามล็อบบี้ให้ถอนชื่อจากสว.ที่ถูกร้องเรียน มีการข่มขู่จะฟ้องดำเนินคดี สว.บางรายที่เข้าชื่อถูกฝ่ายตรงข้ามร้องเรียนให้กรรมการจริยธรรม สว. ตรวจสอบในเรื่องที่ไม่ชอบมาพากล ทำทุกวิถีทางให้ สว.ถอนชื่อ ถือว่าเป็นวิชามารทางการเมืองอย่างเป็นระบบ เพื่อล้มคำร้องไม่ให้ครบตามจำนวน 20 รายชื่อและตกไปโดยอัตโนมัติ เป็นการใช้อำนาจในเงามืดกดขี่คนที่ยืนอยู่กับประชาชน “มีสว.ทำตัวเป็นขาใหญ่ในกลุ่มไลน์ห้อง สว. ใช้การก่อกวนด้วยข้อความ เสียดสี เย้ยหยัน และข่มขู่ในกลุ่มไลน์ คนที่ทนไม่ไหวเลยต้องถอย” และยังมีเรื่องสองมาตรฐาน ทีคำร้องของ สว.สีน้ำเงิน ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่อง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ประธานวุฒิสภาส่งเรื่องให้ศาลในวันเดียวอย่างรวดเร็ว แต่พอเป็นคำร้องของ สว.กลุ่มอิสระให้ดำเนินการกับ 136 สว. กลับถูกตรวจสอบยืดยาด ล่าช้า เปิดช่องให้ล็อบบี้เต็มที่ แต่เราจะไม่หยุดสู้ต่อ พร้อมหา สว.มาทดแทนเพื่อส่งเรื่องให้ถึงศาลรัฐธรรมนูญดีเอสไอเฉ่งสภาสูงยื้อคดีฮั้ว สว.ส่วนความคืบหน้าคดีความผิดฐานฟอกเงินของบุคคล หรือคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่ง สว. รวมถึงผู้เป็นสมาชิกอั้งยี่และผู้สนับสนุน หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน คดีฮั้วเลือก สว. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเส้นทางการเงินบุคคลเกี่ยวข้องในขบวนการจัดฮั้ว พบความผิดปกติของนิติกรรมทางการเงินในช่วงเวลาสำคัญ และทยอยออกหมายเรียกสอบพยานรวมกว่า 100 ราย มีการประสานหนังสือไปยังวุฒิสภา ขอเอกสารเกี่ยวกับการแต่งตั้งบุคคลใกล้ชิด สว. เช่น ผู้ช่วย ผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษาประจำตัว สว. เนื่องด้วยปรากฏเรื่องเส้นทางการเงินถูกโอนกลับไปที่คณะบุคคลบางกลุ่มในขบวนการจัดฮั้ว ต้องตรวจสอบสาเหตุที่มาของการแต่งตั้ง เพื่อเตรียมออกหมายเรียกพยานลอตสุดท้ายมาสอบปากคำ นานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว แต่ถึงขณะนี้ดีเอสไอยังไม่ได้รับเอกสารจากวุฒิสภาครบถ้วน จึงมีการประสานเร่งติดตาม และสอบถามถึงข้อติดขัดดังกล่าวพบเส้นเงินกลุ่มที่ได้ปูนบำเหน็จ สำหรับพฤติการณ์ที่พบความผิดปกติเรื่องเส้นทางการเงินของคณะทำงานคนใกล้ชิด สว. ยกตัวอย่าง คณะทำงานได้รับเงินเดือน 15,000 บาท บางรายกลับโอนยอดเงินดังกล่าวให้กลุ่มบุคคลภายนอกหมด ขณะที่บางรายอาจมีติดบัญชีไว้บ้าง 1,000-2,000 บาท แต่ส่วนใหญ่พบว่ามีทั้งโอนตรงเข้าบัญชีและเอาเงินสดไปให้ มีความต่อเนื่องมาตลอด ตั้งแต่ก่อนเลือกจนเสร็จสิ้นการเลือก สว.ไปแล้ว แต่การขอเอกสารดังกล่าวต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมวุฒิสภาก่อน เพื่อขอมติยินยอมให้หน่วยงานอื่นเข้าถึงข้อมูล เป็นการป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPAคดี “ฮุน เซน” ล่าผู้เห็นต่างถึง อสส.ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พร้อมคณะพนักงานสอบสวน เข้าพบ น.ส.ฐิติวดี สินธวณรงค์ อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อส่งสำนวนคดีคลิปเสียงฮุน เซน สั่งไล่ล่าฝ่ายตรงข้ามในประเทศไทย รวม 50 แผ่น ให้อัยการสูงสุด พล.ต.ต.ศิริวัฒน์กล่าวว่า หลัง บก.สอท.1 ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. สั่งการให้ตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนขึ้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 20 เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ สภ.บ้านฉาง จ.ระยอง เมื่อเดือน ส.ค.2566 ผู้ที่ถูกทำร้ายตรงกับชื่อในคลิปเสียงคือ นายพร พันนา นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวกัมพูชา ในคลิปเสียงสั่งให้บุคคล ชื่อ ฮวด ชาวกัมพูชา ทำหน้าที่ดำเนินการในประเทศไทย และมีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง รายละเอียดทั้งหมดอยู่ในสำนวนการสอบสวน หากพบว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นจริงจะมีการออกหมายจับ กรณีที่ผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศจะออกหมายแดง ประสานความร่วมมือตำรวจสากล ที่มีสมาชิก 196 ประเทศ ส่วนคดีคลิปเสียงสนทนาระหว่างสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา กับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือน ส.ค.นี้ชงอัยการสูงสุดพิจารณามีคำสั่งน.ส.ฐิติวดีกล่าวว่า หลังรับสำนวนจากพนักงานสอบสวน จะส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณา เพื่อให้อัยการสูงสุดมีคำสั่งส่งสำนวนให้สำนักงานอัยการสอบสวนพิจารณา ว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักรหรือไม่ ก่อนมีความเห็นเสนอกลับไปให้อัยการสูงสุดทราบ เพื่อพิจารณาสั่งการตั้งคณะพนักงานสอบสวนเพื่อพิจารณาสำนวนว่าคดีมีมูลพอฟ้องต่อศาลหรือไม่ เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 20อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่