จากกรณีที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้า ร้านอาหาร ฝั่งอาคารสภาผู้แทนราษฎร ยื่นร้องเรียน น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา เนื่องจากได้รับความเดือดร้อน โดนคณะกรรมการสวัสดิการร้านค้า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ประกาศยกเลิกร้านค้า และให้เซ็นรับทราบการขนย้ายของออกจากสถานที่ ภายในวันที่ 15 ส.ค.นี้กะทันหันเกินไปหรือไม่ พ่อค้าแม่ค้าตั้งตัวไม่ทัน บางร้านขายอาหารมาตั้งแต่ยุคสภาฯเก่าถนนอู่ทองใน เช่น คุณป้าต้อมร้านส้มตำ ขายมาตั้งแต่สัปปายะสภาสถานยังสร้างไม่เสร็จ บางคนอยู่มาตั้งแต่ ปี 2541 กติกาเรื่องการค้าการขายก็เรื่องหนึ่ง แต่มาบอกให้ย้ายจากที่ทำมาหากิน ภายในเวลา 37 วัน โหดร้ายเกินไปหรือไม่กรณีนี้จึงเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ น.ส.นันทนาจะสอบถามไปยังคณะกรรมการสวัสดิการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทน ราษฎรว่าในแผนการจัดทำโรงอาหารใหม่ ของสภาฯ มีกระบวนการและการคัดเลือกร้านอาหาร ที่เปิดประมูลอย่างโปร่งใสหรือไม่ ทำไมไม่เปิดให้ผู้ค้าเก่าเข้าไปเสนอตัวหรือร่วมจัดการในการเป็นผู้ขายอาหารต่อไปจึงต้องเกาะติดหลังจากนี้ ที่ น.ส.นันทนา บอกว่าจะมีการลงชื่อเพื่อเสนอไปยังประธานรัฐสภาพิจารณาให้ผู้ประกอบการขายอาหารได้ต่อ ให้มีอาหารราคาย่อมเยาในสภาฯ อีกทั้งการบอกเลิกสัญญานั้น ระยะเวลาสั้นเกินไป ควรจะต้องแจ้งกับผู้ประกอบการอย่างน้อย 6 เดือน ไม่ใช่ให้เวลาแค่ 37 วัน ในการหาสถานที่ขายใหม่ขนาด สว.นันทนาอยู่ในแวดวงรัฐสภายังไม่ทราบเรื่องนี้ว่าดำเนินการแบบลับหรือไม่ หากมีความไม่ยุติธรรมจะต้องมีการชะลอ โดยตั้งคำถามถ้าไม่เปิดให้ผู้ประกอบการรายย่อยร่วมประมูล แสดงว่ามีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามาดำเนินงาน เป็นการผูกขาดหรือไม่ ซึ่ง น.ส.นันทนาชี้เป็นเรื่องใหญ่ไม่อาจทำแบบปิดประตูตีแมวได้ส่วนตัวแทนพ่อค้าแม่ค้า อย่างนายสุรชาติ บุญมามอญ สะท้อนว่า อยู่ๆก็ประกาศให้ออกในวันที่ 15 ส.ค. มันกะทันหัน อยากรู้ว่าจะมีพื้นที่ตรงไหนรองรับให้ประกอบกิจการต่อได้หรือไม่ จะให้เข้าร่วมการประมูลด้วยได้รึเปล่า ส่วนพ่อค้าร้านผักสดก็โอดครวญ ถ้าไม่มีร้านค้าอาจไม่มีเงินส่งลูกเรียน เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นเหมือนฟ้าผ่างานนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ ว่าที่ร้อยตรีอาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาฯ ได้ยินเสียงความเดือดร้อนในองค์กรท่านหรือไม่ สมควรต้องกระตุ้นผู้ที่อยู่ในคณะกรรมการสวัสดิการฯ อย่าเงียบเฉย ต้องชี้แจงเหตุผลการดำเนินการ เพื่อความโปร่งใส และตรวจสอบได้.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม