รวบได้แล้ว 2 แนวร่วมโจรใต้บุกวางระเบิดเผาปั๊มน้ำมัน ปตท. 11 แห่ง ใน 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ หลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ได้ผลตรวจดีเอ็นเอจากก้นบุหรี่ก่อนบุกรวบตัวถึงบ้าน คุมตัวไปซักถามขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ ผบ.ตร.สั่งยกระดับการข่าว ปรับแผนปฏิบัติการเชิงรุกวางแผนป้องกันการก่อเหตุ จัดหน่วยพิเศษชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าควบคุมสถานการณ์ นายกฯเรียกเลขาฯ ศอ.บต. เข้ารายงานกลางดึก สั่งเร่งเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหาย แสวงหาช่องทางเลือกอื่นช่วยเหลือเพิ่มเติม พร้อมกำชับเพิ่มประสิทธิภาพด้านการข่าวเจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนหาเบาะแสคลี่คลายคดีกลุ่มโจรใต้ลอบวางระเบิดและวางเพลิงเผาปั๊มน้ำมัน ปตท. 11 แห่งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อคืนวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา ประกอบด้วย จ.นราธิวาส 5 แห่ง จ.ยะลา 4 แห่ง และ จ.ปัตตานี 2 แห่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 14 ม.ค. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เผยว่า ได้รับรายงานจาก พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 ถึงความคืบหน้าการสืบสวนล่าตัวกลุ่มคนร้ายว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเก็บพยานหลักฐาน พิสูจน์ทราบทางนิติวิทยาศาสตร์ ล่าสุดสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว 2 คน และสามารถทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้วจำนวนมาก เตรียมออกหมายจับและติดตามจับกุม สำหรับแนวทางการป้องกันให้พิจารณากำหนดมาตรการ วิธีปฏิบัติใหม่ และนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในการเฝ้าระวัง นอกจากนี้ให้พิจารณาจัดชุดปฏิบัติการพิเศษที่ผ่านการฝึกระดับชำนาญการ เป็นชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมเข้าควบคุมเหตุการณ์ รวมทั้งปรับปรุงแผนพิทักษ์ป้องกันชายแดนร่วมกับทหารในการป้องกันคน อาวุธ และอุปกรณ์ระเบิด ข้ามผ่านแดนผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยสถานการณ์รุนแรงจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้กำชับการปฏิบัติด้านการข่าว มาตรการป้องกัน และการสืบสวนสอบสวน เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อมุ่งป้องกันการก่อเหตุร้ายในพื้นที่ ได้สั่งการให้ยกระดับแนวทางปฏิบัติในการข่าว การรายงาน การสืบสวน สอบสวน รวมทั้งปรับแผนการปฏิบัติการด้านการข่าวเชิงรุก และแผนการป้องกันการก่อเหตุ บูรณาการหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อป้องกันและตัดวงจรการก่อเหตุไม่สงบที่มีประสิทธิภาพต่อไปที่ จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ผลตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอจากก้นกรองบุหรี่ของกลุ่มคนร้ายที่ลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนสาย 418 ต.ท่าสาป อ.เมืองยะลา พบว่ามีความเชื่อมโยงกับนายสุไลมาน เล๊ะนุ๊ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่ 4 บ้านสาคอ ต.ท่าสาป อ.เมืองยะลา สนธิกำลังชุดสืบสวนคดีความมั่นคงและคดีพิเศษ ศปก.ตร.สน. ร่วมกับ กก.สส.ภ.จ.ยะลา ฉก.ตร.91 และหน่วย นปพ.ร่วมประจำจังหวัดยะลา เข้าพิสูจน์ทราบที่บ้านพบนายสุไลมาน เล๊ะนุ๊ นำตัวไปลงบันทึกประจำวันและเชิญตัวไปยังหน่วยซักถาม ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 อ.รามัน จ.ยะลา เพื่อสอบสวนขยายผลไปยังที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามขั้นตอนกฎหมายต่อไปส่วน จ.นราธิวาส ผู้สื่อข่าวไปสำรวจความเสียหายที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านดุซงญอ ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ พบ น.ส.อาลีสา สีนา เป็นผู้จัดการปั๊มเรียกพนักงานชายหญิงทั้งหมด 31 คน มาทำความเข้าใจว่าปั๊มต้องปิดกิจการ สร้างความเดือดร้อนให้พนักงานทุกคนต่างต้องยอมรับถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นและพร้อมจะเดินหน้าต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้จัดการ จากนั้นพนักงานทุกคนเคลียร์พื้นที่เก็บกวาดและขนย้ายเศษซากสิ่งปรักหักพังบริเวณโดยรอบปั๊มน้ำมัน ด้านการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ทราบว่าเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท ปตท.จากส่วนกลางจะส่งวิศวกรและอุปกรณ์ต่างๆไปช่วยซ่อมแซม พร้อมสนับสนุนจัดส่งตู้จ่ายน้ำมันมาให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และอาจจะมีส่วนลดในการซื้อน้ำมันมาจำหน่าย สร้างความพึงพอใจแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 13 ม.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เดินทางไป จ.ภูเก็ต เรียกนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. รายงานสถานการณ์เหตุระเบิด 11 จุดในปั๊มน้ำมัน ปตท.จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายกฯสั่งการให้แสวงหาทางเลือกอื่นให้ผู้ได้รับผลกระทบ เช่น การหาพื้นที่รองรับการค้าชั่วคราว ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลสิทธิ และสวัสดิการนอกเหนือจากตัวเงินเยียวยา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น การเยียวยาต้องเร็วที่สุด ด่วนที่สุด และต้องให้ได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด ต้องระบุให้ได้ว่าจะแล้วเสร็จกระบวนการวันไหน จะติดตามสถานการณ์ด้วยตัวเองวันต่อวัน นอกจากนี้นายกฯยังสั่งการให้เพิ่มขีดความสามารถ งานด้านการข่าวในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่