ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองบุกทลายบ่อนใหญ่กลางเมืองโคราช รวบเซียนพนัน 85 คน กับเจ้ามือชาวกัมพูชา 4 คน ยึดเงินสดกว่า 8 แสนบาท ชิปเงินสดอีก 4 แสน มีเงินหมุนเวียนในบ่อนถึงวันละ 2 ล้านบาท มีคนในพื้นที่ร่วมกับนายทุนจากกรุงเทพฯฉวยโอกาสบ่อนกาสิโนฝั่งเขมรปิดจากสถานการณ์สู้รบชายแดนมาเช่าโรงแรมลักลอบเปิดบ่อนพนันเสือมังกร-ไฮโล มีประตูลับเข้าออกควบคุมด้วยกล้องวงจรปิดแน่นหนา ก่อนหน้านี้เคยถูกจับมาครั้งหนึ่งแล้วยังไม่เลิก อีกรายชุดสืบสวนจังหวัดนครนายกบุกทลายบ่อนป๊อกเด้งริมบ่อปลา รวบเซียนพนันได้ 38 คนปฏิบัติการบุกทลายบ่อนใหญ่กลางเมืองโคราชเปิดเผยเมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 13 ม.ค. นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ กรมการปกครอง กว่า 50 นาย เดินหน้าปราบปรามบ่อนการพนันและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ “Rose Garden รุกฆาต เซียนบ้านเอ็ง” กระจายกำลังปิดล้อมบุกทลายบ่อนการพนันไฮโล เสือมังกร ภายในโรงแรมโรสอินน์ ต.สุรนารี อ.เมืองนครราชสีมาทั้งนี้ สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า หลังจากมีการสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา บ่อนกาสิโนในกัมพูชาปิดตัวลงเริ่มมีการลักลอบเปิดบ่อนการพนันขนาดใหญ่ในหลายพื้นที่ หนึ่งในนั้นคือภายในโรงแรมโรสอินน์ ย่านเศรษฐกิจการค้าแหล่งชุมชนหนาแน่นกลางตัวเมืองโคราช การสืบสวนเชิงลึกพบว่าบ่อนแห่งนี้มีการจัดระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา มีช่องทางเข้าออก 2 เส้นทางใช้ประตูเหล็กเลื่อน การ์ดพกวิทยุสื่อสาร และควบคุมด้วยกล้องวงจรปิดทุกจุด พร้อมทั้งมีการตรวจค้นร่างกายและยึดโทรศัพท์มือถือก่อนเข้าสู่พื้นที่เล่นพนันเพื่อป้องกันการบันทึกภาพและการแทรกซึมของเจ้าหน้าที่รัฐ ภายในอาคารถูกดัดแปลงเป็นห้องโถงขนาดใหญ่รองรับนักพนันจำนวนมาก จัดเล่นการพนันหลายประเภท โดยเฉพาะเสือมังกร และไฮโล พร้อมจัดพื้นที่พักผ่อน ร้านอาหาร และจุดบริการต่างๆเพื่อรองรับนักพนันให้ใช้เวลาอยู่ในบ่อนได้นาน สะท้อนถึงการดำเนินการในลักษณะ “บ่อนอิทธิพลเชิงพาณิชย์”หลังทราบข้อมูลแน่ชัด เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองแฝงตัวเป็นนักพนันเข้าไปเล่นในบ่อน จนสบโอกาสส่งสัญญาณออกมาแจ้งเจ้าหน้าที่ชุดที่อยู่ภายนอกกระจายกำลังปิดล้อมพื้นที่ก่อนบุกเข้าไปภายในบ่อน พบกลุ่มนักพนันชายหญิงกว่า 100 คน ล้อมวงเล่นพนันกันอย่างหน้าดำคร่ำเคร่ง เมื่อหันมาเห็นเจ้าหน้าที่ถึงกับวงแตกวิ่งเผ่นหนีกันชุลมุน สุดท้ายถูกจับกุมได้ทั้งสิ้น 85 คน เจ้ามือ 4 คนเป็นชาวกัมพูชาชาย 2 คน และหญิง 2 คน ไม่มีเอกสารการเข้าเมือง มีนักพนันบางส่วนอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีออกทางประตูลับด้านหลังโรงแรมเผ่นหายเข้าไปในป่า ยึดของกลางเงินสด 833,560 บาท ชิปแทนเงินสด 400,000 บาท และอุปกรณ์การเล่นพนันจำนวนมาก ตรวจสอบหลักฐานทางบัญชีมียอดเงินภายในบ่อนเฉลี่ยวันละ 2 ล้านบาท หรือ 60 ล้านบาทต่อเดือนต่อมาชุดจับกุมได้ประสานไปยัง พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผกก.สภ.โพธิ์กลาง นำกำลังตำรวจเดินทางมายังที่เกิดเหตุ ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดไปยังศาลากลางจังหวัด เพื่อสอบสวนเบื้องต้น ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์กลาง ดำเนินคดีต่อไปนายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง เผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เนื่องจากมีการร้องเรียนเข้าไปยังศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย จากการสืบสวนพบว่าเป็นสถานที่เดิมที่เคยเปิดบ่อนการพนันและถูกบุกทลายไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังเฝ้าจับตาดูมาตลอดจนพบว่ายังมีการเปิดๆปิดๆและหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ กระทั่งวันนี้มีการบูรณาการร่วมกันของเจ้าหน้าที่จนบุกทลายได้เป็นผลสำเร็จ ภายในบ่อนเปิดเล่นพนัน 3 วง เป็นเสือมังกร 2 วง และไฮโล 1 วง มีนายทุนในพื้นที่ร่วมกับนายทุนจากกรุงเทพฯเปิดบ่อนเป็นรอบๆ เจ้ามือเป็นชาวกัมพูชา 4 คน หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะกวดขันอย่างเข้มงวดไม่ให้กระทำผิดซ้ำอีก พร้อมทั้งสืบสวนขยายผลไปถึงเจ้าของบ่อนที่แท้จริง และในส่วนของโรงแรมว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือเป็นเพียงผู้ให้เช่าสถานที่ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปเหตุบุกทลายบ่อนพนันอีกรายเมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 ม.ค. พ.ต.อ.ธีรพรรดิ์ บัณฑิตโตหิรัญโชติ ผกก.สส.ภ.จ.นครนายก นำกำลังชุดสืบสวน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. และตำรวจ สภ.องครักษ์ เข้าปิดล้อมบ้านไม่มีเลขที่ บริเวณบ่อปลาหมู่ 2 ต.ทรายมูล อ.องครักษ์ หลังสืบทราบว่าลักลอบเปิดเป็นบ่อนการพนันไพ่ป๊อกแปดป๊อกเป้า ตำรวจชุดสืบสวนปลอมตัวเป็นนักพนันแฝงตัวเข้าไปเล่นในบ่อน ก่อนส่งสัญญาณให้ชุดจับกุมที่ซุ่มอยู่ด้านนอกบุกเข้าไปภายในพบนักพนันกลุ่มใหญ่ล้อมวงเล่นไพ่ป๊อกเด้งกันอย่างสนุกสนาน เมื่อเห็นตำรวจบุกเข้ามาถึงกับแตกตื่นพยายามวิ่งหลบหนี แต่ไม่รอดถูกจับกุมได้ทั้งหมด 38 คน มีนายศุภณัฐ แจ่มกลาง อายุ 23 ปี รับเป็นเจ้ามือ และ น.ส.ปราณี เป้ากัณหา อายุ 28 ปี รับเป็นเจ้าของบ้านและเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนัน ยึดของกลาง 24 รายการ ได้แก่ เงินสด 61,000 บาท ไพ่ 3 สำรับ ผ้าปูรองเล่น ชิปแทนเงินสด การ์ดตัวเลข นาฬิกาจับเวลา โต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.องครักษ์ ดำเนินคดีตามกฎหมายอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่