ชุดสืบนครบาลบุกรวบ “เสือปุ่น” พร้อม “ไอ้บอล” สมุนคนสนิทที่หนีไปด้วยกัน ระหว่างไปกบดานในบ้านเช่าหมู่บ้านพูนผลนิเวศน์ ซอยบุญคุ้ม ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พร้อมปืน .365 และเครื่องกระสุน 29 นัด หลังวางแผนปล้นเงิน 3.4 ล้านบาทค่าซื้อเงินคริปโตเคอร์เรนซี สารภาพสิ้นไส้ตัดสินใจก่อเหตุเพราะคิดเป็นเงินเทา เหยื่อไม่กล้าแจ้งความ อ้างส่วนแบ่ง 1.5 ล้านบาทใช้ซื้อยาเสพ กิน เที่ยวหมดแล้วกรณีแก๊งคนร้าย 7 คน วางแผนลวงให้เหยื่อนำเงินสด 3.4 ล้านบาทมาซื้อเงินคริปโตเคอร์เรนซี แต่ก่อเหตุปล้นเงินสดทั้งหมดหลบหนีไป เหตุเกิดบริเวณลานจอดรถชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว เมื่อคืนวันที่ 30 มิ.ย. หลังตำรวจนครบาลเข้าสืบสวนคลี่คลายคดีพบว่ากลุ่มคนร้ายคือ แก๊งเสือปุ่น หรือนายวรวัฒน์ เชื่อมแก้ว อายุ 43 ปี พร้อมพวกรวม 7 คน รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอาญาออกหมายจับทั้งหมดแล้ว พร้อมทยอยติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหา 2 คนแรกได้ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี พร้อมเงินสดของกลาง 1.9 ล้านบาท หลังจากนั้นตามจับกุมเพิ่มเติมอีก 2 คน เหลือนายวรวัฒน์ พร้อมลูกน้องคนสนิทที่หลบหนีไปพร้อมเงินอีก 1.5 ล้านบาทตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 18 ก.ค. ชุดสืบสวนนครบาลนำโดย พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก. สส.บชน. พร้อมกำลังได้ข้อมูลสำคัญว่า เสือปุ่น พร้อมสมุนอีกคนหลบหนีไปกบดานซ่อนตัวที่บ้านเช่าหลังหนึ่งในหมู่บ้านพูนผลนิเวศน์ ซอยบุญคุ้ม ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี นำกำลังไปซุ่มตรวจสอบ พบตัวนายวรวัฒน์ เชื่อมแก้ว อายุ 43 ปี หรือเสือปุ่น หัวหน้าแก๊งปล้นเงิน 3.4 ล้านบาท และสมุนคนสนิทนายบอล เหล่าบุญมา อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีเดียวกัน ข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป อยู่ภายในบ้านหลังวางแผนวางกำลังปิดล้อมบ้านจนรอบคอบแล้ว แสดงตัวให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนทราบพร้อมเกลี้ยกล่อมให้ออกมามอบตัว ต้องใช้เวลาพักใหญ่ก่อนทั้ง 2 คนจะตัดสินใจเดินออกมามอบตัว เพราะเห็นว่าถูกปิดล้อมแน่นหนา จนไม่มีช่องทางหลบหนีแล้ว พร้อมของกลางปืนพกแบบแมกกาซีนขนาด .365 เครื่องกระสุนรวม 29 นัด เงินสด 3 พันบาท รถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด สีดำ หมายเลขทะเบียน กค 4520 พิจิตร ซึ่งเป็นทะเบียนปลอม และกระเป๋าหลุยส์วิตตอง 2 ใบสอบสวนนายเสือปุ่น เบื้องต้นให้การว่า สาเหตุที่ตัดสินใจลงมือปล้นเงินค่าซื้อคริปโตเคอร์เรนซี 3.4 ล้านบาท เพราะคิดว่าเป็นเงินเทา ผู้เสียหายคงไม่กล้าแจ้งความตำรวจแน่นอน ส่วนเงินที่ได้ส่วนแบ่งมาประมาณ 1.5 ล้านบาท เอาไปซื้อยาบ้ามาเสพ ตระเวนกินเที่ยว และย้ายที่พักหนีตำรวจไปเรื่อยๆ จนเงินหมดแล้ว เหลือติดตัวแค่ 3 พันบาทตามที่ตำรวจพบ ไม่ได้เอาเงินไปฝากหรือซุกซ่อนที่ไหนอีกแล้วหลังสอบสวนเบื้องต้นชุดสืบสวนนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนพร้อมของกลางทั้งหมดกลับไปสอบสวนอย่างละเอียดที่ บก.สส.บชน.ต่อไปผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า คดีนี้มีผู้ต้องหาถูกออกหมายจับรวม 7 คน จับกุมนายเฌอพัชญ์ หรือหนาว ดีดวงพันธ์ อายุ 25 ปี สาวประเภทสอง และ น.ส.นานา มุกข์ประดับ อายุ 31 ปี ได้พร้อมกันพร้อมเงินสด 1.9 ล้านบาท ต่อมาจับกุมนายนนทวัฒน์ หรือสอง สอนส่งกลิ่น อายุ 28 ปี และนายอนันต์ชัย หรือไอซ์ มณีโชติ อายุ 26 ปี ล่าสุดจับกุมนาย วรวัฒน์ เชื่อมแก้ว หรือเสือปุ่น หัวหน้าแก๊ง อายุ 43 ปี ได้พร้อมกับนายบอล เหล่าบุญมา อายุ 35 ปี สมุนคนสนิท เหลือผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีกคนเดียวคือนายรุ่งนิรันดร์ หรือโบ้ โฉมพัตร อายุ 32 ปีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่