ปัญหาใหญ่ที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามในหนังสือแจ้งอัตราภาษีนำเข้าสินค้าไปสหรัฐฯ ทำให้คนไทยตาสว่างเห็นว่าอะไรคือการแก้ไข อะไรคือการแก้ตัว ทีมไทยแลนด์ นำโดย พิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และ รมว.คลัง แจ้งความคืบหน้าการไปเจรจากับผู้แทนการค้าสหรัฐฯเรื่องอัตราภาษี ซึ่งไทยมีการยื่นข้อเสนอปรับปรุงใหม่ มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าทวิภาคีระหว่างสองประเทศ ลดการเกินดุลการค้าของไทยต่อ สหรัฐฯ ลงให้ได้ถึง 70% ภายใน 5 ปี คาดว่าจะสร้างความสมดุลภายใน 7-8 ปี เร็วกว่าเดิมที่ตั้งเป้าลดดุลการค้าภายใน 10 ปีข้อเสนอฉบับใหม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน ทั้งด้านการเปิดตลาดสำหรับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมจากสหรัฐฯ เพิ่มการจัดซื้อพลังงานและเครื่องบินจากสหรัฐฯ ซึ่งบริษัทเอกชนของไทยอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อ LNG จากสหรัฐฯ ในปริมาณสูงเป็น เวลา 20 ปี สายการบินไทยส่งสัญญาณแผนการจัดซื้อเครื่องบิน Boeing เป็นจำนวนที่สูงขึ้นประกาศด้วยความมั่นอกมั่นใจว่า รัฐบาลจะปกป้องเศรษฐกิจไทยที่อาจได้รับผลกระทบจากมาตรการทางภาษี โดย ทีมไทยแลนด์ จัดทำข้อเสนออย่างรอบคอบ รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้าเจรจา อย่างมืออาชีพ ด้วยไม่ทันข้ามคืน ทรัมป์ส่งหนังสือถึงนายกฯไทย เพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยไปสหรัฐฯ เน้นว่าเฉพาะภาษีสินค้า จากไทยไปสหรัฐฯ 36% เท่ากับที่สหรัฐฯประเมินเอาไว้ตอนแรก ไม่รวมเงื่อนไขอื่นๆที่จะต้องเสียภาษีเฉพาะอีกต่างหาก เช่น ภาษีศุลกากร ภาษีสินค้าที่ใช้ในการสวมสิทธิ์ อีกอย่างน้อยก็ 10% รวมทั้งในกรณี ประเทศสมาชิกบริกส์ ที่คัดค้านการขึ้นภาษีทรัมป์ ก็จะเสียเพิ่มอีก 10% แล้วไทยก็อยู่ในประเทศสมาชิกบริกส์ การประชุมบริกส์ที่ผ่านมา หลายประเทศไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุม แม้แต่จีนเองที่เป็นตัวตั้งตัวตีก็ไม่เข้าประชุม แต่ไทยส่ง รมต.ประจำสำนักนายกฯ ไปประชุมด้วยคำถาม คือที่เราไปเจรจากับสหรัฐฯ ผลการเจรจามีความจริงอะไรที่ ทีมไทยแลนด์ เก็บงำเอาไว้ ไปเจรจาแล้วได้ประโยชน์อะไร งบประมาณ ในการจ้าง ล็อบบี้ยิสต์ เป็นจำนวนเท่าไหร่ ได้อะไรบ้าง คำถามสุดท้ายรัฐบาลยอมรับความไม่มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาครั้งนี้หรือไม่แบบฟอร์มจดหมายที่ทรัมป์เอามาโชว์ กำหนดอัตราภาษีใหม่ที่ส่งถึงผู้นำญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย คาซัคสถาน แอฟริกาใต้ ลาวและเมียนมา รอบแรก และอีก 7 ฉบับถึงผู้นำบอสเนีย ตูนิเซีย อินโดนีเซีย บังกลาเทศ เซอร์เบีย กัมพูชาและไทยรอบที่ 2 ในวันเดียวกัน สรุปว่า ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย คาซัคสถาน ตูนิเซีย จะถูกเรียกเก็บภาษี 25% แอฟริกา บอสเนีย ถูกเรียกเก็บ 30% อินโดนีเซีย 32% บังกลาเทศ เซอร์เบีย 35% กัมพูชาและไทยถูกเรียกเก็บ 36% เท่ากัน เมียนมากับ สปป.ลาวถูกเรียกเก็บ 40% ท้ายจดหมาย ทรัมป์ยังทิ้งปริศนาเอาไว้อาจพิจารณาปรับภาษีใหม่ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างเรากับประเทศของคุณ ต้องจับตาว่าทีมไทยแลนด์จะเอาสีข้างเขาถูอย่างไรต่อไปประเทศไทยจะพังก็เพราะแก๊งไอติม.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม