เจอคำถามที่ 97 ในหนังสือ 101 คำถามสามก๊ก (หลี่ฉวนจวินและคณะ เขียน ถาวร สิกขโกศล แปล พ.ศ.2556) ทำไมผู้หญิงยุคสามก๊กส่วนมากไม่ปรากฏชื่อ หรือไม่มีทั้งชื่อทั้งแซ่ผมก็อึ้งเออ! ก็จริงของเขานี่นา ไม่ว่าใคร...ก็จำได้คนเดียว “เตียวเสี้ยน” คำตอบเรื่องนี้ ก็ต้องค่อยๆอ่านกันไปผู้หญิงในพงศาวดารสามก๊ก ส่วนมากมีแต่คำเรียกขาน แต่ไม่ปรากฏชื่อ เช่น อู่ชวนเปี้ยนฮองเฮา คนอำเภอไคหยางเหมืองหลางหยา เป็นชนนีของพระเจ้าวุ่ยเหวินนี้ (โจผี) เดิมทีเป็นศิลปินร้องรำเหวินจาวเจินฮองเฮา คนอำเภออู่จี๋ เมืองจงซาน เป็นชนนีของพระเจ้าวุ่ยหมิงตี้ (โจยอย) สืบเชื้อสายมาจากเจินหานขุนนางผู้ใหญ่ตำแหน่งไท่เปายุคราชวงศ์ฮั่น วงศ์ตระกูลเป็นขุนนางเบี้ยหวัดสองพันต้านตลอดมา บิดาชื่อเจินอี้ เป็นนายอำเภอช่างไช่สองตัวอย่างนี้มีคำอธิบาย เพราะผู้หญิงในพงศาวดารสามก๊กจี่ มีสถานะสูง ชื่อตัวและชื่อรอง จึงเป็นคำพึงเคารพ ไม่ควรเอ่ยถึง เอ่ยถึงได้แต่พระสมัญญา ที่ถวายหลังตายแทนชื่อแต่ก็มีส่วนน้อย เป็นหญิงตอนปลายราชวงศ์ฮั่นมีชื่อชัดเจน เช่นภรรยาของหยวนขุย เป็นธิดาของหม่าหยง คนเมืองฝูเฟย มีชื่อรองว่า หลุนภรรยาของผินอี๋ว์ ชาวเมืองหนันหยาง เป็นธิดาของสวินส่วงคนเมืองอิ่งชวน ชื่อตัวว่าไช่ ชื่อรองว่า หนี่ว์สวินแน่นอน ผู้หญิงที่ถูกบันทึกเรื่องราวไว้ในบรรพนารีประวัติของพระราชพงศาวดารฉบับสำคัญอย่างโฮ่วฮั่นซู ย่อมต้องเป็นสตรีผู้มีชื่อเสียง พวกเธอส่วนมากมาจากตระกูลผู้ดีในสภาวการณ์เช่นนี้ มีสตรีอีกเป็นจำนวนมากที่ชื่อแซ่จมหายไปในประวัติศาสตร์ชื่อแซ่เป็นเครื่องหมายประจำตัวเฉพาะบุคคล ดังนั้น ตั้งแต่เด็ก ก็ต้องมีชื่อ คัมภีร์หลี่จี้ภาคต้นกล่าวว่าเยาว์วัยตั้งชื่อตัว เข้าพิธีสวมหมวกแล้วตั้งชื่อรองคำอธิบายข้อความนี้มีว่า พอเกิดได้ 3 เดือนตั้งชื่อตัว จึงกล่าวว่าเยาว์วัยตั้งชื่อตัว อายุ 20 ปี อยู่ในวิถีของการบิดา เพื่อนฝูงจะเรียกชื่อตัวอีกไม่ได้ ฉะนั้น เมื่อเข้าพิธีสวมหมวก จึงต้องตั้งชื่อรองสรุปแล้ว คนเราต้องมีชื่อตัว และเพื่อเรียกยกย่อง พอเป็นผู้ใหญ่ ต้องตั้งชื่อรองแม้คนโบราณจะตั้งชื่อตัวก่อนชื่อรอง แต่ชื่อรองกลับมีความสำคัญกว่าชื่อตัว ในหนังสือคำสอนของตระกูลเอี๋ยน บทเฟิงเชากล่าวว่า “ชื่อตัวใช้เรียกขาน แสดงรูปกาย ชื่อรองใช้แสดงจริยา”ตายแล้วห้ามเรียกชื่อตัว ชื่อรองลูกหลานเอาไปตั้งเป็นแซ่ได้ยังมีคนกล่าวอีกว่า ชื่อตัวเป็นรากเหง้าของชื่อรอง ชื่อรองเป็นปลายยอดของชื่อตัวดังนั้น เพราะชื่อรองแสดงจริยา จึงใช้เป็นคำเรียกยกย่อง คนมีชื่อรองไปทำไม? เพื่อแสดงจริยาและปฏิปทา ยกย่องว่าเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว คนโบราณจึงเรียกชื่อรองกัน เป็นเรื่องสำคัญที่สุดศิษย์สำนักขงจื๊อส่วนมากเรียกท่านว่า “จ้งหนี”(ชื่อรองขงจื๊อ)ตั้งแต่ราชวงศ์ฮั่นเป็นต้นมา ผู้หญิงจีนถูกจารีตและคำสอนสตรีผูกมัด สถานะทางสังคมต่ำลง นอกจากส่วนน้อยซึ่งเก่งเป็นพิเศษแล้ว ผู้หญิงส่วนมากมีฐานะเป็นแค่คนเลี้ยงลูก ปรนนิบัติสามีในยุคสามก๊ก ขุนศึกรบพุ่งชิงชัยกัน ผู้ชายโรมรันกันอยู่ในสนามรบและเวทีการเมือง ผู้หญิงตกอยู่ในฐานะตัวประกอบ ซึ่งอยู่ห่างจากเวทีประวัติศาสตร์การที่พวกเธอมีแต่แซ่ ไม่มีชื่อ หรือมีชื่อตัว ไม่มีชื่อรอง จึงเป็นคำตอบที่สมเหตุสมผลผมขอย้ำที่เล่ามาเป็นเรื่องราวของผู้หญิงในยุคสามก๊ก...ไม่เกี่ยวกับผู้หญิงในยุคใหม่ บางบ้านเมืองที่ผมรู้จัก ตระกูลหนึ่งมีธรรมเนียมตั้งผู้หญิงเป็นนายกฯ ตั้งกันไปแล้วสองคน คนแรกกำลังผจญเวรอยู่เมืองนอกอีกคนลุ้นกันใจหายใจคว่ำ เธอดูเหมือนกำลังรอคิว.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม