“นายกฯอิ๊งค์” ปิดจ๊อบภารกิจในนครลอสแอนเจลิส กล่อมบิ๊กบอสบริษัทผลิตฮาร์ดดิสก์ยักษ์ใหญ่ของโลก เพิ่มยอดลงทุนในไทย ถก 7 บริษัทค่ายหนังชั้นนำ ต่อยอดดันซอฟต์พาวเวอร์ไทย ป้อนสิทธิประโยชน์จูงใจต่างชาติมาถ่ายหนังในประเทศ “ทักษิณ” เยือนอุดรฯ ตื่นเต้นเคาะสนิมขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรก อ้อนคิดฮอดหลาย ขอบคุณชาวอุดรฯ 17 ปีไม่เคยลืมกัน ยาหอมเงินหมื่นเฟส 2 กำลังมา ลั่นตนกลับมาแล้วเบาใจได้ พรรคร่วมรัฐบาลสามัคคีกันดี “เต้น” โว “นายกฯอิ๊งค์” อยู่ครบเทอมแน่ ลั่นขอทวงสัญญาเลือก พท.ยกจังหวัด กมธ.ที่ดินวืดถกด่วนเขากระโดง สส.รัฐบาลแท็กทีมเดินออกล่มลงมติชงวาระ “พูนศักดิ์” เสียงอ่อยสมาชิกอยู่ไม่ครบองค์ประชุมน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปิดท้ายจบการปฏิบัติภารกิจในนครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา โดยหารือกับบริษัทผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก และกลุ่มบริษัทสร้างภาพยนตร์ชั้นนำของสหรัฐฯ โดยตอกย้ำนโยบายผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัลในภูมิภาคนายกฯลั่นดันไทยศูนย์กลางดิจิทัลเมื่อวันที่ 13 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 12 พ.ย. (ตามเวลาท้องถิ่นของนครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ช้ากว่าประเทศไทย 14 ชั่วโมง) ที่โรงแรมเบเวอร์ลี วิลเชอร์ อะ โฟร์ซีซันส์ น.ส.แพทองธารได้เข้าพบหารือกับนายเออร์วิง แทน รองประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติงานทั่วโลกและว่าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เวสเทิร์น ดิจิทัลหรือดับเบิลยูดี ผู้ผลิต Hard Disk Drive (HDD) รายใหญ่ระดับโลกของอเมริกา มีนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ และคณะเข้าร่วม โดยนายกฯ กล่าวว่า ขอบคุณบริษัท Western Digital สนใจลงทุนในไทยต่อเนื่อง รัฐบาลมุ่งมั่นจะลดขั้นตอนต่างๆ ให้เอื้อต่อการลงทุนจากต่างประเทศ เน้นการเติบโตที่ยั่งยืน และจะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาคด้านนายเออร์วิง แทน กล่าวว่า ขอชื่นชมนายกฯ และนโยบายรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ยืนยันว่าบริษัท WD มองไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญ และคนไทยยังชื่นชอบสินค้าของบริษัท ทำให้มั่นใจว่าในอนาคตต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมหลากหลายมิติในไทยอีกด้วย พร้อมร่วมมือกับรัฐบาลและมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยยกระดับทักษะแรงงาน และการพัฒนาบุคลากร รวมถึงเยาวชนไทยให้พร้อมก้าวไปสู่ตลาดงานสมัยใหม่ได้ในอนาคตให้สิทธิประโยชน์จูงใจถ่ายหนังในไทยจากนั้นเวลา 10.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่โรงแรมเบเวอร์ลี วิลเชอร์ อะ โฟร์ซีซันส์ น.ส.แพทองธารเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงรับรองพบปะและสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับนายชาร์ลส์ เอช. ริฟกิน ผู้บริหารบริษัท โมชั่น พิกเจอร์ (Motion Picture Association) หรือ MPA และบริษัทสร้างภาพยนตร์ชั้นนำของสหรัฐฯ และบริษัทสร้างภาพยนตร์อื่นๆ ประกอบด้วยบริษัท วอลต์ดิสนีย์ บริษัท วอร์เนอร์บราเธอส์ บริษัท อเมซอน บริษัท เอ็นบีซียูนิเวอร์แซล มีเดีย จำกัด บริษัท เน็ตฟลิกซ์ บริษัท โซนี่พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนต์ บริษัท พาราเมาต์พิกเจอส์ โดย น.ส.แพทองธารกล่าวว่า การถ่ายทำภาพยนตร์ เป็นหนึ่งธุรกิจที่จะส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ของไทย สหรัฐฯเป็นประเทศที่มีซอฟต์พาวเวอร์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ปีที่ผ่านมามีการถ่ายทำภาพยนตร์กว่า 450 เรื่องจาก 40 ประเทศในไทย สร้างรายได้ประมาณ 7,000 ล้านบาท ผู้สร้างภาพยนตร์สหรัฐฯเป็นกลุ่มนักลงทุนอันดับหนึ่ง มี 34 เรื่องที่ถ่ายทำในไทย รัฐบาลส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และการถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศ ได้ทบทวนมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย อาทิ เพิ่มสิทธิประโยชน์คืนเงินสูงสุดที่อัตราร้อยละ 30 และไม่กำหนดเพดานคืนเงินสูงสุดต่อโครงการเล็งหารือเพิ่มทักษะเทคโนโลยีเอไอต่อมาเวลา 11.30 น. น.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับภาคเอกชนในนครลอสแอนเจลิสว่า ได้หารือกับบริษัท เวสเทิร์น ดิจิทัล มีโรงงานอยู่ในไทยแล้ว 2 แห่ง ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ปราจีนบุรี ผลักดันพลังงานสะอาด ตั้งเป้าปี 2030 จะใช้พลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้นจาก 50% เป็น 100% จึงขอความร่วมมือรัฐบาลไทยและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้สนับสนุน เชื่อว่าจะเกิดโอกาสการจ้างงานกับคนไทยแน่นอน แต่เราต้องส่งเสริมภาษาและทักษะ เพื่อให้เข้าไปทำงานปรับตัวได้ง่ายขึ้น ต้องพูดคุยกับมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อให้เรามีศักยภาพเพียงพอ อยากให้คนไทยมีทักษะการทำงานสาขาเทคโนโลยีเอไอและการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มมากขึ้น จากนี้จะประสานให้ความรู้และทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ ของไทย เปิดศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) ร่วมกัน เพื่อสร้างงานและสร้างอาชีพให้คนไทยมั่นใจเดินเครื่องดึงนักลงทุนได้แน่น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ตื่นเต้นมากเรื่องสิทธิประโยชน์รับเงินคืนที่เราเสนอไป จะกลับไปบอกคนในธุรกิจของเขา เพื่อจะได้มาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น น่าดีใจเชื่อว่าจะเพิ่มโอกาสให้คนไทย เกิดการจ้างงานมากขึ้น รัฐบาลพยายามสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ ทุกอย่างเกี่ยวกับการถ่ายทำภาพยนตร์ทั้งหมด เพื่อให้ทำงานเป็นระบบมากยิ่งขึ้น จะพยายามร่วมมือกันให้คนไทยมีความรู้และมีอาชีพ แข่งขันบนเวทีโลกได้ง่ายขึ้น และได้พูดคุยถึงมาตรการลดขั้นตอนทางกฎหมายให้สะดวก เป็นแรงจูงใจการลงทุนเพิ่มมากขึ้นด้วย รัฐบาลขับเคลื่อนไปหลายอย่าง อาทิ การดึงดูดการลงทุน ยกระดับพัฒนาศักยภาพคนไทย ได้มาตอกย้ำเรื่องการลงทุนด้วยตัวเอง ทำให้ภาคเอกชนมั่นใจว่าจะเกิดขึ้นแน่นอนผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเสร็จสิ้นช่วงดึกตามเวลาท้องถิ่น น.ส.แพทองธารและคณะได้เดินทางต่อไปยังกรุงลิมา สาธารณรัฐเปรู เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ระหว่างวันที่ 14-17 พ.ย.ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยวันที่ 18 พ.ย.“ทักษิณ–สมชาย” ช่วยหาเสียงอุดรฯเมื่อเวลา 14.05 น. ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง กทม.นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ลงพื้นที่ จ.อุดรธานี ช่วยนายศราวุธ เพชรพนมพร ผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานี พรรค พท.หาเสียงเลือกตั้งระหว่างวันที่ 13-14 พ.ย.โดยขึ้นเครื่องบิน Air Asian FD3558 ไฟลท์ปกติที่นั่ง A2 ริมหน้าต่าง นายทักษิณแจ้งทีมงาน “ผมนั่งตรงไหนก็ได้ไม่มีปัญหา” มีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีต รมว.การท่องเที่ยวฯ และ สส.พรรค พท.ร่วมคณะ โดย ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคพท.โพสต์คลิปผ่านติ๊กต่อก บรรยากาศขณะนายทักษิณรอขึ้นเครื่องมีประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาทักทายขอเซลฟี่ด้วยพร้อมโพสต์ข้อความว่า “พี่ Tony ในบรรยากาศสนามบินดอนเมือง ก่อนไปอุดรธานี พร้อมพลพรรค พท.”คนเสื้อแดงแห่รอรับแน่นสนามบินจากนั้นเวลา 15.10 น. นายทักษิณไปถึงท่าอากาศ ยานอุดรธานี มีมวลชนคนเสื้อแดงจาก 20 จังหวัดภาคอีสาน รวมทั้ง จ.เชียงใหม่ เชียงราย มารอต้อนรับคับคั่ง ต่างส่งเสียงตะโกน “เรารักทักษิณ” ดังกึกก้อง พร้อมชูป้ายข้อความ “คิดฮอดพ่อใหญ่ทักษิณ ฮักเพื่อไทย ฮักทักษิณ...อุดรยังฮัก” “18 ปีที่รอคอยท่านทักษิณ ด้วยรักและคิดถึงท่านทักษิณ เราชาวอุดร คิดถึงท่านทักษิณ” พร้อมมอบดอกไม้พวงมาลัย ผูกผ้าขาวม้าให้ บางคนโผเข้าสวมกอดร่ำไห้ตื้นตันใจ นายทักษิณนำผ้าขาวม้ามาคล้องคอพร้อมไหว้ขอบคุณ ขณะที่แกนนำ สส.พรรค พท.พื้นที่ภาคอีสานมาต้อนรับพร้อมหน้า อาทิ นายไชยา พรหมา อดีต รมช.เกษตรฯ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีต รมช.มหาดไทย นายขวัญชัย ไพรพนา อดีตประธานชมรมคนรักอุดร โดยนายทักษิณใช้รถตู้ Lexus ทะเบียน ขย 111 กรุงเทพมหานคร เป็นพาหนะตระเวนลงพื้นที่ ทั้งนี้ช่วง 14.00 น.สื่อมวลชนพบกับนายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินออกมาทางประตูผู้โดยสารขาเข้า จึงถามว่ามาทำอะไร นายไพบูลย์ตอบติดตลกว่า “มากินมาม่า”“ศราวุธ” บอกใจชื้นขึ้นเยอะนายศราวุธ เพชรพนมพร ผู้สมัครนายก อบจ. อุดรธานี พรรค พท.กล่าวว่า เป็นความตั้งใจของท่าน ตั้งแต่ตอนไปแจ้งจะลงสมัครนายก อบจ.อุดรธานี ท่านบอกว่า “ดี เดี๋ยวไปช่วยเดินหาเสียง” และหลังมีโอกาสไปพบ 2-3 ครั้งท่านพูดเสมอว่า “เดี๋ยวไปอุดรธานีจะไปนอนอุดรธานีจะไปช่วยหาเสียง” ท่านมาด้วยความตั้งใจอยากมาพบคนอุดรฯ ทำให้ใจชื้นขึ้น จะมีผลด้านมวลชนด้านจิตใจ พอรู้ข่าวว่าท่านจะมาลงพื้นที่ไปมีแต่คนถามจะมาฟัง มาเป็นผลดีทำให้มั่นใจขึ้น ยังรู้สึกว่าคนอุดรฯรักพรรค พท.และรักนายทักษิณ แต่จะแพ้หรือชนะอยู่ที่ประชาชนตัดสินใจเล็งจัดเวลาพ่อลูกขึ้นเวทีแพ็กคู่นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรค พท.ให้สัมภาษณ์ถึงการที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มาช่วยหาเสียง เพราะผลโพลมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี พรรค พท.ยังตามหลังพรรค ปชน.หรือไม่ว่า ไม่ใช่ จ.อุดรธานีเคยเป็นของ พท.ทั้งจังหวัด ตอนนี้เสียไป 3 เขต การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญจะวัดฐานเสียงของพรรค คนในพรรคระดมกำลังมาช่วยหากชนะอยากให้ชนะขาด ที่นายทักษิณมาจะเป็นกำลังใจให้คนทำงาน รวมถึงชาว จ.อุดรธานีไม่ได้ฟังนายทักษิณปราศรัยมาเกือบ 20 ปี เป็นการเลือกตั้งที่สูสี พรรค ปชน.ก็ระดมสรรพกำลังมา เชื่อว่านายทักษิณมาลงพื้นที่จะเรียกความเชื่อมั่นมาได้ ค่อนข้างคึกคัก เป็นเรื่องดีเหมือนเชิญชวนให้ไปใช้สิทธิด้วย เมื่อถามว่าจะมีพื้นที่ใดหรือไม่ที่หัวหน้าพรรค พท.จะมาร่วมช่วยหาเสียงด้วย นายดนุพรกล่าวว่า ต้องดูภาระงานนายกฯ จะลงพื้นที่ได้ช่วงหลังเลิกงานหรือวันเสาร์-อาทิตย์ เมื่อถามว่าจะมีโอกาสหรือไม่ นายดนุพรกล่าวว่า อาจมี หากมีโอกาสและเวลา ถ้าจังหวะเวลามันได้ก็เป็นไปได้ที่ น.ส.แพทองธารและนายทักษิณจะมาลงพื้นที่พร้อมกัน ต้องรอดูอ้อนคิดฮอดขอคนอุดรฯ กา “ศราวุธ”จากนั้นเวลา 16.35 น. นายทักษิณ ไปถึงเวทีปราศรัยที่วัดศรีนคราราม ต.กุมภวาปี อ.กุมภวาปี ขึ้นไปกราบนมัสการพระราชวัชรสุทธิ์ รองเจ้าคณะจ.อุดรธานี ที่มอบเหรียญพระเจ้าใหญ่ให้ พร้อมสนทนาตอนหนึ่งว่า ขอให้นายทักษิณหมั่นนั่งสมาธิ สวดมนต์ เพื่อให้จิตใจผ่องใส ไม่วุ่นวาย มีความสุข จะได้เป็นที่พึ่งของลูกหลาน ประชาชน เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมถามนายทักษิณช่วงใช้ชีวิตในต่างประเทศเป็นอย่างไรบ้าง นายทักษิณกล่าวว่า 17 ปีที่ผ่านมา ต้องอดทนอดกลั้น จะขอ กลับมาทำนุบำรุงศาสนา จากนั้นนายทักษิณขึ้นเวทีทักทายจับมือประชาชนที่มารอฟังการปราศรัยกว่า 1 หมื่นคน ว่า คิดฮอดพี่น้องคนอุดรฯหลายเด้อ 18 ปี เพิ่งจะได้ปราศรัยครั้งแรกที่ จ.อุดรฯอยู่เมืองนอกมา 17 ปี ที่อยู่ได้ เพราะยึดหลักคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า รู้จักจิตปล่อยวาง ไม่ไปลุ่มหลง ไปเห็นอะไรจะนึกถึงประเทศไทย 17 ปีไม่รู้จะได้กลับเมื่อไหร่ แต่ในใจคิดอย่างเดียวว่า “กูต้องกลับ แต่จะกลับอย่างไรไม่รู้ ขอแค่สู้ไปเรื่อยๆ “วันนี้ได้กลับมากราบพระเจ้าอยู่หัว ได้กลับมากราบพระพุทธศาสนา กลับมาเจอพี่น้องประชาชน เลือกมาอุดรฯ เพราะอยากมาขอบคุณพี่น้องชาวอุดรฯ ที่ 17 ปีที่ออกไปไม่เคยลืมและอย่าลืมตน เพราะกลับมาแล้ว แล้วอย่าลืมกาเบอร์ 2 หากไม่รู้ชื่ออะไร ชื่อทักษิณแล้วกัน กาทักษิณแล้วกันยาหอมเงินหมื่นเฟส 2 กำลังมานายทักษิณกล่าวว่า จริงๆแล้วอยากมาขอบคุณพี่น้อง โดยเฉพาะคนอุดรที่ไม่เคยลืมตนเลย สิ่งที่นายกฯเป็นห่วงคือเรื่องหนี้สินและเรื่องรายได้ แล้ววันนี้บอกว่าเบื้องต้นการให้เงินคนละ 10,000 บาท เป็นสิ่งจำเป็นเริ่มต้นเพื่อให้ชาวบ้านตั้งหลัก พร้อมกันนี้ต้องลดหนี้และเพิ่มรายได้ให้ประชาชน เงิน 10,000 บาทเดี๋ยวมาอีก ใครอายุเกิน 60 เห็นว่าเงิน 10,000 จะมาแล้วพี่น้อง ขอให้ฟังให้ดี พี่น้องช่วยไปบอกพ่อค้าขายยาด้วยว่า “วันนี้ทักษิณกลับมาแล้ว ทักษิณเกลียดพ่อค้าขายยามาก ไม่อยากเห็นหน้าแม่งสักคน” แล้วอย่าลืมไปบอกตำรวจด้วย เห็นใจตำรวจ ตอนที่ตนไม่อยู่ การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจต้องเสียเงิน เป็นเรื่องเลวร้ายในสังคมไทย สงสารตำรวจ ต่อไปนี้นายกฯอิ๊งค์ บอกว่าต่อไปนี้จะไม่มีการใช้เงินในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ แล้วยาเสพติดจะหายไปไม่ยาก ตอนนี้พรรคร่วมรัฐบาลสามัคคีกันดีอยู่ ขอให้เบาใจได้ว่าตนกลับมาแล้ว ตนอยู่ทั้งคนเห็นพี่น้องลำบากไม่ได้ วันนี้ตั้งตำแหน่งให้ตัวเองคือ สทร. เสือกทุกเรื่อง จากนั้นผู้สื่อข่าวถามนายทักษิณว่าเป็นอย่างไร ขึ้นเวทีครั้งแรก โดยนายทักษิณกล่าวว่า “ยังไม่หายตื่นเต้นเลย มันยังใหม่อยู่ ต้องเริ่มฝึกใหม่”“ทักษิณ” มองการเมืองรอบ 17 ปีแย่ลงเมื่อเวลา 19.30 น. ที่ จ.อุดรธานี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ตื่นเต้น ไม่ได้ ปราศรัยมานาน ผิดๆถูกๆ ตะกุกตะกักนิดหน่อย แต่ไม่กลับซ้อมหรอก สดๆไปเลย เวลาปราศรัยต้องเอาใจพูดกับคนฟังดีที่สุด วันที่ 14 พ.ย. ปราศรัยอีก 2 เวที ส่วนนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ปราศรัยบนเวที บอกให้รู้ว่าตนเองไม่ชอบคนค้ายา ตนกลับมาแล้วอย่ามาให้เห็นหน้า เมื่อถามว่าอะไรคือความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมากที่สุดในรอบ 17 ปีที่กลับมา นายทักษิณกล่าวว่า แย่ลง การเมืองมันไม่เข้มแข็งเท่าที่ควร การเมืองต้องเข้มแข็งกว่านี้ ถึงจะแก้ไขปัญหาประเทศชาติได้ เมื่อถามว่าจะไป ร่วมสัมมนาพรรค พท.ที่หัวหินหรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า เขาเชิญในฐานะนักวิชาการให้ไปบรรยายไม่ตอบ กมธ.ความมั่นคงฯ เรียกแจงชั้น 14เมื่อถามถึงการเข้าพักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาล ตำรวจที่ตอนนี้ถูกยกขึ้นมาพูดอีกครั้ง นายทักษิณ ไม่ตอบคำถาม แต่พยักหน้ารับรู้และไม่ได้ตอบว่าจะเดินทางไปตามที่ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เชิญเข้าไปชี้แจงหรือไม่ เมื่อถามย้ำ ว่าคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ นายทักษิณโบกมือพร้อมบอกว่า ไม่คิดอะไร จบแล้ว ไม่เป็นไร“เต้น” โว “นายกฯอิ๊งค์” อยู่ครบเทอมแน่ขณะที่แกนนำพรรค พท.ผลัดเปลี่ยนขึ้นเวทีปราศรัย อาทิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกฯกล่าวปราศรัยว่า รัฐบาลนี้ไม่ได้ทำงานโรยด้วยกลีบกุหลาบ มีคนคอยจ้อง คอยแซะอยู่ตลอด ชาวบ้านปวดหัวกับดิ ไอคอน แต่รัฐบาลปวดหัวกับดิอาฆาต ผ่านมา 10 ปียังอาฆาตอยู่ รัฐบาลขยับซ้ายขยับขวาก็ด่า เอาเรื่องเกาะกูดมาโจมตี ชาวอุดรไม่ต้องเสียกำลังใจ ไม่มีเรื่องเสียแผ่นดินแน่นอน ขอให้ตั้งหลักให้ดีๆ ให้เวลาที่รัฐบาลเหลืออยู่อีก 2 ปีกว่าได้ทำหน้าที่ รัฐบาลนี้ไม่ใช่เวทีหมอลำ แต่ทำไมถึงมีนักร้องเยอะเหลือเกิน แม้มีการจ้องยุบพรรค แต่รัฐบาลแพทองธารจะอยู่ครบวาระแน่นอน นักร้องบางคนภัยจะถึงตัว เดี๋ยวจะถูกร้องเหมือนกัน แต่ไม่ใช่พรรค พท. แต่เป็นคนที่เขารำคาญจะไป รัฐบาลไม่กลัวเรื่องทักษิณครอบงำ ที่น่ากลัวมากกว่าคือกลุ่มพลังต่างๆที่คอยแทรกแซง พวกอาฆาต เห็นชื่อนายทักษิณไม่ได้ ตาขวางตาเหลือกมาทวงสัญญาเลือก พท.ยกจังหวัดนายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า ครั้งที่ผ่านมาเราเคยได้ สส.ยกจังหวัด แต่ครั้งที่ผ่านมาพลาดไป 3 เขต คราวนี้เลยต้องมาทวงสัญญา สบตากัน ขอให้ยกจังหวัด สักทีเพื่อเอาไปทำงาน เมื่อนายศราวุธได้รับเลือกเข้ามาแล้วทำงานได้เลย ไม่ใช่เด็กฝึกงาน เพราะเคยเป็น สส.มาก่อน ถ้า อบจ.เชื่อมกับรัฐบาลหนึ่งเดียวกัน พลังการบริหารส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่นจะหนุนส่งให้พี่น้องอุดรธานี รัฐบาลเตรียมของขวัญให้ประชาชนมากมายมหาศาลแต่ขออุบไว้ก่อน ประกาศแน่วันที่ 24 พ.ย. หากนายศราวุธเข้าวินจะชวนนายกฯแพทองธารมาเยี่ยม จ.อุดรธานีด้วย พรรค พท.เจ็บปวดที่สุดเพราะมีนายกฯถูกถอน 5 คนแล้ว ถูกหั่นซ้ายหั่นขวามาตลอด ระดับแกนนำถูกตัดสิทธิ 200 กว่าคน หากไม่ดีกับประชาชน เราไม่มาถึงที่นี่ ไม่สามารถฝ่าคลื่นฝืนลม หากไม่เคยเคียงข้างประชาชนกมธ.มั่นคงโต้หาเศษหาเลยขยี้ “ทักษิณ”วันเดียวกัน นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชน.ในฐานะประธานคณะ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาฯ กล่าวถึงกรณี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ระบุ กมธ.ความมั่นคงฯ หาเศษหาเลย ตั้งธงตรวจสอบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า ไม่ได้หาเศษหาเลย แต่ถ้าฝั่งรัฐบาลทำให้ถูกต้อง ไม่มีอะไรปกปิด รัฐบาลทำได้ง่ายๆ คือให้ข้อมูลกับ กมธ. สุดท้ายผลพิสูจน์ออกมานายทักษิณป่วยจริง จำเป็นต้องส่งตัวไป รพ.ตำรวจจริง จำเป็นอะไรต้องรักษาตัวชั้น 14 นานขนาดนี้ ถ้าตรวจสอบได้ จะเป็นเกราะคุ้มครองรัฐบาล แต่ทำไมต้องทำให้ดูมีพิรุธ ไม่ให้ข้อมูลกับ กมธ. นัดต่อไปพร้อมเปิดพื้นที่ให้รัฐบาลและหน่วยงานชี้แจง ที่ต้องเชิญนายทักษิณในเมื่อถามหมอ ถามคนเกี่ยวข้อง ไม่ได้รับคำตอบ คงต้องถามคนป่วย คนที่เขาบอกว่าเขาป่วยดู ถ้าเราได้คำตอบที่ชัดเจนมันก็จบแค่นั้นเองกมธ.ที่ดินยังไม่ถกด่วนเขากระโดงเมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ประธานคณะ กมธ.การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุม กมธ.เดิม โฆษก กมธ.การที่ดินระบุจะนำประเด็นข้อพิพาทเขากระโดงมาหารือเร่งด่วนว่า เนื่องจากมีวาระอื่นเข้าพิจารณา จึงเป็นเพียงการขอมติที่ประชุมให้นำเรื่องข้อพิพาทเขากระโดงเข้าสู่ที่ประชุมเป็นวาระเร่งด่วน คาดว่าน่าจะพิจารณาได้เร็วสุดสัปดาห์ถัดไปหรืออีก 2 สัปดาห์ถัดไป อย่างไรก็ตามได้พิจารณาการถอนโฉนดที่ดินเดิมของ ต. บางกระเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ มีลักษณะคล้ายกับที่ดินเขากระโดง เมื่อถามว่าการพิจารณาจะไปถึงขั้นไหน เพราะมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง นายพูนศักดิ์กล่าวว่า ต้องดูกรอบกฎหมายระเบียบการดำเนินงานเป็นหลัก คงไม่ได้มองว่าที่ดินตรงนั้นเป็นของใคร อิทธิพลใคร การเมืองจะเกี่ยวข้องหรือไม่ คงไม่นำมาพิจารณา ถ้าตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาแล้ว ถูกคือถูก ผิดคือผิด ไม่ได้มองว่าที่ดินตรงนั้นเป็นของใคร มีอิทธิพลสูงหรือไม่ ไม่เอามาเป็นประเด็นพิจารณาสส.รัฐบาลแห่เดินออกล่มวาระต่อมาเวลา 13.40 น. นายพูนศักดิ์ แถลงผลการประชุม กมธ.ว่า การประชุม กมธ.วันที่ 13 พ.ย.เดิมจะนำข้อพิพาทปมที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์เข้าสู่วาระ แต่เมื่อถึงวาระดังกล่าว มีสมาชิกอยู่ไม่ครบองค์ประชุม ไม่สามารถขอมตินำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาได้ ขณะที่นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.กล่าวว่า เรื่องที่ดินเขากระโดงมีความสำคัญทั้งแง่กฎหมายและปฏิบัติ จะแถลงรายละเอียดอีกครั้ง วันที่ 14 พ.ย. เป็นเรื่องที่ต้องทำการบ้านอย่างละเอียด เพื่อการสื่อสารที่ชัดเจน กมธ.ยังมีแผนจะนำมาพิจารณา เรื่องเขากระโดงเปรียบเสมือนยอดภูเขาน้ำแข็งที่มีความแหลมคมผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม กมธ. เมื่อหยิบประเด็นที่ดินเขากระโดงมาพิจารณาเพื่อขอมตินำเข้าสู่การพิจารณา ปรากฏว่า สส.ฝั่งรัฐบาล ทั้งที่อยู่ในที่ประชุมและประชุมออนไลน์ ต่างพากันออกจากห้องประชุม ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ ส่งผลให้ไม่สามารถขอมติได้“ทนายอั๋น” จ่อฟ้องคณะ กก.ที่ดินวันเดียวกัน ที่ศาลากลาง จ.บุรีรัมย์ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เข้ายื่นหนังสื่อต่อ ผวจ.บุรีรัมย์ กรณีอธิบดีกรมที่ดินตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงข้อพิพาทเขากระโดงหรือที่ดินการรถไฟ ซึ่งผลสรุปออกมาว่า ไม่เพิกถอนสิทธิในที่ดินเขากระโดงกว่า 5,000 ไร่ ทำให้พี่น้องชาวไทยรวมถึงตนในฐานะคนบุรีรัมย์เป็นลูกหลานที่เกิดที่นี่สับสน ทั้งที่ศาลฎีกาและศาลปกครอง รวมถึง ป.ป.ช.ตัดสินและลงมติไปแล้วว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของวนอุทยานเขากระโดง ทำไมกรมที่ดินมาฮึดสู้แบบนี้ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่ จึงมาคัดเอกสารตรวจสอบคณะกรรมการมีใครบ้างที่อธิบดีกรมที่ดินแต่งตั้งมา คัดเอกสารในที่ประชุมว่ามีเหตุผลส่วนใดนำไปสู่การลงมติไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินดังกล่าว อาจจะพิจารณาฟ้อง 157 กับคณะกรรมการทุกคนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่