การเลือก สว.รอบแรก ระดับอำเภอจากผู้สมัครที่ผ่าน คุณสมบัติจำนวน 46,206 คนทั่วประเทศ จนถึงวันเลือกสว. มีผู้มาแสดงตัว 43,359 คน และผ่านการเลือกระดับอำเภอรอบแรกจำนวน 32,190 คน สู่การเข้าเลือกรอบที่ 2 เป็นรอบเลือกไขว้ในระดับจังหวัด จำนวน 23,645 คน แบ่งเป็นกลุ่มบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง 1,332 คน กลุ่มกฎหมายกระบวนการยุติธรรมจำนวน 1,171 คน กลุ่มการศึกษา 1,975 คน กลุ่มสาธารณสุข 1,024 คน กลุ่มอาชีพทำนาปลูกพืชล้มลุก 1,460 คน ทำสวน ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง 1,565 คน พนักงานหรือลูกจ้างที่ไม่ใช่ส่วนราชการหรือหน่วยงานรัฐ ผู้ใช้แรงงาน 1,261 คน ด้านสิ่งแวดล้อม ผังเมือง อสังหาริมทรัพย์ สาธารณูปโภค ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน 765 คน ผู้ประกอบกิจการขนาดเล็กและขนาดย่อม ตามกฎหมาย 1,057 คน ผู้ประกอบกิจการอื่นจำนวน 808 คน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ กิจการโรงแรม 707 คน ผู้ประกอบอุตสาหกรรม 443 คน อาชีพวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี 671 คน กลุ่มสตรี 1,800 คน ผู้สูงอายุคนพิการ กลุ่มชาติพันธุ์ 1,984 คน กลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดง กีฬา 1,103 คน กลุ่มสื่อสารมวลชน วรรณกรรม 616 คน ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ 1,465 คน กลุ่มอื่นๆ 1,275 คนปรากฏได้ กลุ่มผู้สูงอายุ พิการ และชาติพันธุ์ เข้าไปมากที่สุด 1,984 คน กลุ่มการศึกษา 1,975 คน กลุ่มสตรี 1,800 คน ดังนั้น กลุ่มอาชีพเหล่านี้ก็จะมีเสียงโหวตในรอบที่สองระดับจังหวัดมากกว่ากลุ่มอื่น ซึ่งในรอบที่ 2 เป็นการโหวตไขว้คือต้องไปโหวตเลือกผู้สมัครจากกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่กลุ่มตัวเอง ซึ่งเป็นกลุ่มใดหรือใครก็ได้ ยกเว้นเป็นการโหวตให้ตัวเองหรือผู้สมัครในสาขาเดียวกัน การเลือกระดับจังหวัด ในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ จึงมีความสำคัญอย่างมาก เป็นการแข่งขันรอบรองชนะเลิศที่จะหาตัวแทนไปชิงชนะเลิศในรอบระดับประเทศ และจะเห็นโฉมหน้าของผู้สมัครที่จะได้รับเลือกเป็น สว.ชัดเจนขึ้นเนื่องจากเป็นการเลือกไขว้กลุ่ม และรอบสุดท้ายเป็นการเลือกแบบฟรีสไตล์ จึงไม่สามารถกำหนดสัดส่วนสาขาอาชีพที่จะเข้าไปทำ หน้าที่ สว.ในสภา บางสาขาอาชีพอาจไม่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนเลยหรือบางกลุ่มอาชีพที่ได้รับเลือกเข้ามาในรอบแรกก็ไม่ต้องผ่านการเลือกเพราะมีผู้สมัครน้อยกว่าจำนวนที่จะเข้าสู่รอบสองตามที่กำหนดเอาไว้ไม่ว่าผลการเลือก สว.ในระดับจังหวัดและระดับประเทศ จะได้ สว.200 ออกมาหน้าตาอย่างไร การมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือก สว. แทบจะไม่มีเลยแม้แต่ขั้นตอนเดียวผู้สมัคร สว. ก็ไม่ได้แปลว่าจะเป็นตัวแทนของประชาชนในอำเภอหรือในจังหวัดนั้น ชาวบ้านแทบจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครบ้างที่ไปลงสมัคร สว. เพราะไม่มีการหาเสียงแนะนำตัวเหมือนกับการเลือก สส. เมื่อประชาชนไม่มีส่วนร่วมถ้าจะเหมารวมว่า สว.ก็คือตัวแทนของประชาชนคงไม่ใช่ถ้าจะบอกว่า สว. คือตัวแทนของผู้ทรงคุณวุฒิที่จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นสภาพี่เลี้ยงให้กับ สส. ก็ยิ่งพูดยาก ในเมื่อไม่รู้ด้วยซ้ำว่า คุณสมบัติคนที่ได้รับเลือก สว. เป็นใคร มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์แค่ไหน เป็นคนดีหรือไม่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีมติออกมาว่า กติกาการเลือก สว.ขัดกับรัฐธรรมนูญ กกต.จะรับผิดชอบไหวไหม.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม