ส่งลูกกันเป็นทอดๆเพื่อจะบอกว่าอุปสรรคสำคัญที่ทำให้รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้หรือไม่สามารถดำเนินนโยบายได้ก็เพราะ...“แบงก์ชาติ” นี่แหละคือตัวร้ายล่าสุด “แพทองธาร ชินวัตร” หัวหน้า “เพื่อไทย” ที่ขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์กล่าวหาว่า “แบงก์ชาติ” คือตัวปัญหาและอุปสรรคในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเท่านั้นแหละ...ทัวร์ลงตามมาทันควันโดยเฉพาะถูกกล่าวหาว่า “เชื้อไม่ทิ้งแถว” ได้เลือด “พ่อ” มาเต็มๆคิดจะรบกับแบงก์ชาติอย่าง “ทักษิณ” เคยทำมาแล้วความจริงเรื่องนี้ไม่ว่าประเทศไหนในโลกล้วนให้ความสำคัญต่อธนาคารกลาง ถือเป็นสถาบันหลักที่มีอำนาจเหนือกว่ารัฐบาลเป็นอิสระถามกันว่าทำไมต้องเป็นอย่างนั้น?คำตอบก็คือนโยบายด้านการเงินนั้น ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะปล่อยให้นักการเมืองควบคุมดูแลเองไม่ได้ หากผิดพลาดไปจะเกิดปัญหาต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศทันทียิ่งเฉพาะหากมีการทุจริตคอร์รัปชันจะเกิดปัญหาปั่นป่วนไปทั้งระบบตัวอย่างแค่แบงก์ชาติมีนโยบายลดค่าเงินบาท ซึ่งจะต้อง เป็น “ความลับ” ที่คนไม่เกี่ยวข้องรับรู้ไม่ได้ เพราะจะเกิดปัญหาในด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสร้างความร่ำรวยได้ภายในพริบตา เรื่องนี้ตอนที่ประเทศไทยเกิดปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ “ต้มยำกุ้ง” รัฐบาลสมัยนั้นได้แก้ปัญหาด้วยการประกาศลดค่าเงินบาทปรากฏมีข่าวความลับแตก เพราะมีบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องรู้ข่าวล่วงหน้าทำให้ร่ำรวยขึ้นมาอย่างทันควันนี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น!ดังนั้น การทำให้ “แบงก์ชาติ” เป็นสถาบันหลักที่มีความเป็นอิสระจึงมีความจำเป็นและสำคัญยิ่งต่อประเทศ“สหรัฐฯ” มหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกที่สามารถพิมพ์แบงก์ขึ้นมาใช้เองได้ยิ่งต้องฟังและให้ความสำคัญต่อธนาคารกลาง (เฟด) ของเขาที่จะกำหนดทิศทางทางด้านการเงินของประเทศไม่ใช่เอามาขยี้หรือย่ำยีอย่างที่รัฐบาลไทยกำลังทำอย่างนั้นวันนี้ “เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ” ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ซึ่งเป็นคนหนุ่มมีความรู้ ความสามารถได้ยืนหยัดในหลักการที่เห็นว่าถูกต้อง ทำให้ไม่สนองนโยบายของรัฐบาลจนสร้างความไม่พอใจไล่ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีจนมาถึงหัวหน้าพรรค “เพื่อไทย” และบรรดาลูกพรรครวมถึงเครือข่ายนายกรัฐมนตรีนั้นได้แสดงออกอย่างชัดเจนทั้งเรื่อง “ดิจิทัลวอลเล็ต” จนมาถึงเรื่อง “ดอกเบี้ย” แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะกฎหมายสั่งห้าม “ล้วงลูก”จึงได้แต่กระแหนะกระแหนและใช้กลยุทธ์ทางอ้อมเพื่อกดดันจากนี้ไปก็ต้องดูรัฐมนตรีคลังคนใหม่ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปกับภาวะที่เกิดขึ้นระหว่าง “รัฐบาล” กับ “แบงก์ชาติ” ที่กำลังจะกลายเป็นมหากาพย์อีกฉากหนึ่งเพราะท่าทีของแบงก์ชาติที่ชัดเจนและยืนหยัดในหลักการมาตลอดตั้งแต่แรก แม้จะถูกแรงกดดันรอบด้านก็ตามเหลือวิธีสุดท้ายเท่านั้นคือ“ปลด” ด้วยมติ ครม. ...“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ "กล้าได้กล้าเสีย" เพิ่มเติม