ในปี พ.ศ.2563 มีการค้นพบฟอสซิลกระดูกขากรรไกรหรือกรามขนาดเล็กบริเวณแนวหินใกล้ทะเลสาบเกรปไวน์ นอกเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ในเบื้องต้นนักบรรพชีวินวิทยาคิดว่าฟอสซิลกรามยาว 2 นิ้วนี้เป็นของจระเข้ตัวเล็ก และนำฟอสซิลกลับมาศึกษาด้วยการส่องกล้องจุลทรรศน์ และทำความสะอาดโดยใช้เข็มหมุดเล็กๆในห้องปฏิบัติการทดลองของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์เพโรต์ ในเท็กซัส เป็นเวลา 3 ปีตอนนี้นักบรรพชีวินวิทยาพบว่าฟอสซิลกรามขนาดเล็กนี้ไม่เหมือนกับจระเข้ตัวน้อย แต่กลับกลายเป็นของไดโนเสาร์ตัวเล็กและเป็นชนิดใหม่ ทีมตั้งชื่อไดโนเสาร์ตามชื่อของอาสาสมัครที่ค้นพบฟอสซิล นามว่าเมอร์เรย์ โคเฮน และเมืองที่พบฟอสซิลผสมผเสจนกลายเป็นชื่อว่า Ampelognathus coheni นักบรรพชีวินวิทยาระบุว่าไดโนเสาร์ตัวเล็กๆตัวนี้น่าจะมีความยาวประมาณ 1.83 เมตร หรือมีขนาดเท่ากับโต๊ะทำงานมาตรฐาน มีน้ำหนักระหว่าง 9-27 กิโลกรัม หรือเทียบเท่ากับสุนัขรูปร่างขนาดกลางการค้นพบฟอสซิลนี้นับว่าสำคัญอย่างมาก เนื่องจากไดโนเสาร์กินพืชตัวเล็กๆไม่เคยถูกค้นพบในทางตอนเหนือของรัฐเท็กซัสมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น ฟอสซิลไดโนเสาร์อายุ 96 ล้านปีก่อน ยังไม่ค่อยพบเห็นมากนักในอเมริกาเหนือ ซึ่งการค้นพบนี้อาจขยายให้เห็นภาพของสภาพแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตในยุคนั้นว่าเป็นอย่างไร.Credit : Journal of Vertebrate Paleontology (2023). DOI: 10.1080/02724634.2023.2257238อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่