กระทรวงแรงงานแจงยอดจ่ายเงินค่าเยียวยาแรงงานไทยในอิสราเอลที่กลับมาแล้ว 1,890 คน จากยอดกลับกว่า 8.8 พันคน เป็นเงินกว่า 28.5 ล้านบาท มีศพรอส่งกลับมาตุภูมิอีก 8 ศพ ขณะเดียวกันมีแรงงานไทยยังไม่กลับอีกกว่า 2.1 หมื่นคน ส่วนใหญ่อ้างมีภาระหนี้สินรออยู่ ประกอบกับนายจ้างดูแลดีพาเที่ยวทะเล ขณะที่อิสราเอลยังถล่มฉนวนกาซาไม่ยั้งทุกทางกว่า 2,500 ครั้ง ล่าสุดทิ้งบอมบ์ใส่ค่ายผู้อพยพมากาซีตาย 33 ศพ เจ็บกว่า 40 ราย ด้านยูเอ็นเตือนการรบในฉนวนกาซาทำเด็กตายกว่า 3,900 คน สูญหายอีก 1,250 คน คาดส่วนใหญ่ถูกฝังอยู่ใต้ซากอาคารบ้านเรือนครบ 1 เดือนนับตั้งแต่กองกำลังติดอาวุธกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาบุกโจมตีภาคใต้ของประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา บุกเข้าไปกราดยิงใส่ตามอาคารบ้านเรือน สังหารและจับประชาชนไปเป็นตัวประกันกว่าสองร้อยคน ในจำนวนนี้มีคนไทยที่ไปทำงานในภาคการเกษตรรวมอยู่ด้วยตามที่กระทรวงการต่างประเทศไทยยืนยันแล้ว 24 คน แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าตัวประกันคนไทยทั้งหมดว่ามีชะตากรรมเช่นใดส่วนการอพยพแรงงานไทยในอิสราเอลหนีภัยการสู้รบ กลับประเทศไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากสายการบิน Arkia Israeli Airlines เที่ยวบินที่ IZ 593 นำแรงงานไทยชุดสุดท้ายที่ลงทะเบียนขอกลับประเทศไทยจำนวน 85 คน เดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ในช่วงเช้าวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา ต่อมาเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ยังไม่มีการแจ้งเที่ยวบินและจำนวนของแรงงานไทยเดินทางกลับมาอีกเลย ในเพจของสถานทูตไทยในกรุงเทลอาวีฟ หยุดแจ้งไฟลท์บินกลับไทยแล้ว หลังจากจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำอพยพคนไทยเที่ยวสุดท้ายเมื่อวันที่ 3 พ.ย. และได้ปิดศูนย์พักพิงในวันที่ 4 พ.ย. เนื่องจากมีผู้มาแสดงความประสงค์เดินทางกลับน้อยมาก แต่สถานเอกอัครราชทูตยืนยันว่ารัฐบาลไทยยังคงดูแลผู้ที่ประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยในช่วงสงคราม สามารถนำหลักฐานการเดินทางไปยื่นเรื่องขอรับเงินคืนที่สำนักงานแรงงานประจำจังหวัดด้านศูนย์ช่วยเหลือแรงงานและติดตามสถานการณ์และความไม่สงบในอิสราเอล ของกระทรวงแรงงาน รายงานสถานการณ์แรงงานไทยในอิสราเอลว่า แรงงานไทยในอิสราเอล 29,900 คน เดินทางกลับไทยแล้ว 8,813 คน ยังคงเหลือแรงงานไทยในอิสราเอลจำนวน 21,087 คน ในจำนวนนี้ถูกจับเป็นตัวประกัน 24 ราย บาดเจ็บ 18 ราย มีผู้เสียชีวิต 34 ราย ส่งศพกลับไทยแล้ว 26 ราย ยังเหลือศพที่ยังไม่ส่งกลับอีกจำนวน 8 ราย ส่วนการยื่นคำร้องขอรับสิทธิประโยชน์ มีผู้ยื่นแล้วจำนวน 5,603 คน วินิจฉัยสั่งจ่ายแล้ว 1,890 คน แยกเป็นกรณีเสียชีวิต 40,000 บาท จำนวน 7 คน กรณีบาดเจ็บ 30,000 บาท จำนวน 3 คน และลี้ภัยสงคราม 15,000 บาท จำนวน 1,880 คน มีการเยียวยาไปแล้วทั้งสิ้น 28,570,000 บาทผู้สื่อข่าวรายงานว่า แรงงานไทยที่ยังทำงานในอิสราเอลได้มีการไลฟ์ผ่านสื่อโซเชียล รายงานความเคลื่อนไหวในเมืองที่ทำงานแจ้งกลับมาที่เมืองไทย ส่วนใหญ่บอกว่ายังไม่กลับเพราะมีภาระหนี้สิน ถ้ากลับประเทศไทยตอนนี้สภาพหลังจากนั้นคงไม่ต่างจากช่วงที่รอบินมาทำงานในอิสราเอล ประกอบกับนายจ้างดูแลดีเพราะไม่มีคนทำงาน ค่าจ้างในฟาร์มเดือนละ 7-8 หมื่นบาท มีการไลฟ์โชว์ภาพนายจ้างพาไปเที่ยวผ่อนคลายด้วยการเล่นน้ำในทะเลสาบเดดซี ขณะที่เพื่อนแรงงานที่เดินทางกลับไทยมาแล้ว รายงานชีวิตในไทยว่า กลับมาขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างได้วันละ 700 บาท หักค่าน้ำมันแล้วเหลือวันละ 500 บาท พออยู่ได้ รวมถึงมีการส่งข่าวสารในเมืองไทยไปให้เพื่อนๆในอิสราเอลรับทราบความเคลื่อนไหว ส่วนใหญ่จะสอบถามเรื่องมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลว่ามีความคืบหน้าอย่างไรจะได้เงินเยียวยา 50,000 บาทและเงินกู้คนละ 150,000 บาท จริงหรือไม่ แต่ยังไม่แน่ใจ ขอใช้ชีวิตทำงานในอิสราเอลต่อไปก่อน เพราะภาระหนี้สินรอนานไม่ได้ ทั้งแรงงานไทยที่เดินทางกลับมารวมทั้งเพื่อนๆ ได้ให้กำลังใจที่ทำเพื่อครอบครัวและขอให้ปลอดภัยส่วนความคืบหน้าสถานการณ์การสู้รบในพื้นที่ฉนวนกาซา ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 5 พ.ย.โฆษกกองทัพอิสราเอล (IDF) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่กองทัพส่งหน่วยรบเข้าไปปฏิบัติการในฉนวนกาซาเมื่อสัปดาห์ก่อน ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารด้วยกำลังทางบก เรือ และอากาศ มากกว่า 2,500 ครั้ง โดยเฉพาะอาคารที่ถูกใช้ในการทหาร คลังเก็บอาวุธ รวมถึงศูนย์บัญชาการ ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ในช่วงค่ำคืน 4 พ.ย.ที่ผ่านมา กองทัพอิสราเอลทิ้งระเบิดใส่ค่ายผู้อพยพมากาซี ในภาคกลางของฉนวนกาซา เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 33 คน บาดเจ็บมากกว่า 40 คน ถูกนำส่งโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่ แต่สื่อวาฟาของปาเลสไตน์อ้างว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีค่ายผู้อพยพมากาซี มีจำนวนมากกว่า 50 ศพด้านสำนักข่าวการ์เดียนของอังกฤษรายงานด้วยว่า กองทัพอิสราเอลเป็นฝ่ายที่ร้องขอให้ประชาชนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา อพยพไปพักพิงในค่ายผู้อพยพมากาซีในภาคกลาง เพื่อที่กองทัพจะได้เน้นการโจมตีและปฏิบัติการรุกในพื้นที่ภาคเหนือของฉนวนกาซา อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากผู้สื่อข่าวในฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่องว่า กองทัพอิสราเอลระดมยิงจรวดถล่มทั่วฉนวนกาซา ไม่เฉพาะแต่ภาคเหนือดังที่บอกกล่าวไว้ และเมื่อขอคำชี้แจงก็ได้รับคำตอบว่า เป็นการโจมตีทำลายเป้าหมายกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาส และกล่าวหาว่ากลุ่มฮามาสใช้ประชาชนเป็นโล่มนุษย์ ขณะที่โฆษกกลุ่มฮามาสตอบโต้ว่า อิสราเอลจงใจทิ้งระเบิดใส่บ้านเรือนประชาชน และผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่คือผู้หญิงและเด็ก ส่วนสหประชาชาติเตือนว่า ภัยอันตรายต่อเด็กกำลังเข้าขั้นหายนะ หลังการรบในฉนวนกาซาตลอด 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเด็กเสียชีวิตกว่า 3,900 คน สูญหายอีก 1,250 คน เชื่อว่าส่วนใหญ่ถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังอาคารบ้านเรือนส่วนหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์ค ไทม์ส ของสหรัฐอเมริกา ยังรายงานอ้างข้อมูลแหล่งข่าวว่าตัวแทนรัฐบาลสหรัฐฯพยายามเจรจาหารือกับตัวแทนรัฐบาลอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง เรื่องการใช้ความรุนแรงต่อฉนวนกาซา ฝ่ายสหรัฐฯร้องขอให้กองทัพอิสราเอลเลือกใช้อาวุธที่มีความรุนแรงน้อยลงเพื่อจำกัดวงความเสียหาย รวบรวมข่าวกรองเกี่ยวกับที่ตั้งของศูนย์บัญชาการกลุ่มฮามาสให้มากกว่านี้ก่อนดำเนินการโจมตี หรือการใช้หน่วยรบพิเศษปฏิบัติโจมตีอย่างเฉียบคม กระนั้น ฝ่ายอิสราเอลมองว่า คำแนะนำเหล่านี้เป็นเรื่องไม่มีประโยชน์ และยิ่งเป็นการเพิ่มความสูญเสียนอกจากนี้ ยังเกิดกรณีวุ่นวายในรัฐบาลอิสราเอล หลังนายอามิไช เอลิยาฮู รมว.วัฒนธรรมอิสราเอล สายพรรคการเมืองอนุรักษ์นิยมขวาจัดให้สัมภาษณ์สถานีวิทยุท้องถิ่นอิสราเอลว่า ไม่ตัดความเป็นไปได้ในการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์โจมตีฉนวนกาซา พร้อมกล่าวจุดยืนไม่เห็นด้วยเรื่องการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปในฉนวนกาซา เพราะพลเรือนทุกคนมีส่วนรู้เห็นกับฮามาส และพื้นที่ภาคเหนือของฉนวนกาซาไม่ควรเหลืออยู่บนผิวโลก ทุกคนที่โบกธงปาเลสไตน์และธงฮามาสไม่ควรอยู่ต่อไปบนโลกใบนี้ โดยต่อมานายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้มีคำสั่งห้ามนายอามิไชเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างไม่มีกำหนด สำนักข่าวไทม์ออฟอิสราเอลระบุว่า มีเสียงเรียกร้องให้นายอามิไชได้รับบทลงโทษมากกว่านี้ เพราะปกติก็แทบไม่มีการประชุม ครม.อย่างเป็นทางการ ทุกอย่างสั่งงานผ่านโทรศัพท์หรือออนไลน์ ส่วนนายอามิไชกล่าวแก้ตัวว่า เป็นคำพูดเชิงเปรียบเปรย ให้เห็นภาพว่าอิสราเอลต้องตอบโต้อย่างรุนแรงต่อกลุ่มก่อการร้ายอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่