2 หนุ่มไทยตกเป็นเหยื่ออำมหิต ถูกรุมสังหารโหดคาบ้านเช่าย่านกิ่งแก้ว จ.สมุทรปราการ แทงร่างพรุนมัดมือมัดเท้า ใช้ผ้าห่มห่อร่างอุ้มขึ้นรถเก๋ง ขับมาโยนทิ้งในพงหญ้าย่านไทรน้อย จ.นนทบุรี เพื่อนบ้านแฉได้ยินเสียงร้องขอชีวิตโหยหวน แฟนสาวเหยื่อระบุแฟนหนุ่มขัดแย้งกับหัวหน้าแก๊งมาเฟียเมียนมารุนแรง ตำรวจสันนิษฐานปมสังหารจากเรื่องติดหนี้ 1 แสนบาท ขณะที่แก๊งทมิฬเผ่นหนีออกจากเมืองไทยกลับไปบ้านเกิดหมดแล้วแก๊งเมียนมาอำมหิตอุ้มฆ่าเหยื่อ 2 หนุ่มไทย โยนศพทิ้งพงหญ้าขึ้นอืด เปิดเผยเมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 27 เม.ย. ร.ต.อ.เดชฤทธิ์ แสงจันทร์ศรี รองสว. (สอบสวน) สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี รับแจ้งพบศพชายถูกฆ่านำมาทิ้งพงหญ้า 2 ศพ ทางเข้าหมู่บ้านสวนงาม หมู่ 2 ถนน 340 (ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี) ต.ราษฎร์นิยม อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.เมษนนท์ นาขวัญ ผกก.สภ.ไทรน้อย เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 แพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งภายในร่องน้ำมีป่าหญ้ารกปกคลุม พบศพชายขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็น 2 ศพ ถูกห่อด้วยผ้าปูที่นอนและผ้าห่ม ศพแรกสวมเสื้อยืดสีดำ นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ ข้อมือทั้งสองข้างมัดด้วยเชือกไนลอนไว้ด้านหน้า หัวเข่ามัดด้วยสายไฟ ข้อเท้ามัดด้วยผ้า มีแผลถูกแทงหน้าอก 3 แผล แผ่นหลัง 3 แผล คาดเป็นศพนายพัณณ์พิสิฐ หรือทีม สุขดลภัทร์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 234/4 หมู่ 1 ต.ท่าระหัด อ.เมืองสุพรรณบุรี ศพที่สองสวมเสื้อยืดสีดำ นุ่งกางเกงขายาวสีดำ ข้อมือมัดด้วยเชือก ข้อเท้ามัดด้วยสายไฟ คาดเป็นศพนายมงคล อิสมัญ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ 2 ต.ท่าระหัด อ.เมืองสุพรรณบุรี ทั้ง 2 ศพ สภาพเน่าเปื่อย เสียชีวิตมาราว 7 วัน ส่งตรวจดีเอ็นเอและอัตลักษณ์เพื่อยืนยันตัวบุคคลให้แน่ชัดต่อมา พล.ต.ต.อภิชาติ วรรณภักดิ์ ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม ผกก.3 สส.ภ.1 พ.ต.ท.พูนสุข เตชะประเสริฐพร รอง ผกก.1 สส.ภ.1 เดินทางมาที่เกิดเหตุเพื่อร่วมคลี่คลายคดี เนื่องจากก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.เมษนนท์ นาขวัญ ผกก.สภ.ไทรน้อย ได้รับการประสานจากชุดสืบสวน ภ.จ.สมุทรปราการ ให้ช่วยตรวจสอบเพราะอาจมีกลุ่มคนร้ายนำร่างผู้เสียชีวิตมาทิ้งในพื้นที่ หลังเมื่อวันที่ 22 เม.ย. เวลา 21.34 น. นายสุรัตน์ อิสมัญ อายุ 18 ปี เข้าแจ้งพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ ว่านายมงคล หรือกัน อิสมัญ อายุ 23 ปี พี่ชาย และนายพัณณ์พิสิฐ หรือทีม สุขดลภัทร์ อายุ 24 ปี เพื่อนพี่ชาย หายตัวไปจากบ้านเช่าเลขที่ 85/22 หมู่บ้านเอสพี ทาวน์ ซอยกิ่งแก้ว 39 หมู่ 14 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการชุดสืบสวน สภ.บางแก้ว ไปตรวจสอบในบ้านหลังดังกล่าว พบร่องรอยการต่อสู้ มีคราบเลือดเปื้อนกำแพงบ้าน และเสื้อผ้าเปื้อนเลือดซุกอยู่ในถุงขยะสีดำ เพื่อนบ้านละแวกเกิดเหตุให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้กลางดึกได้ยินเสียงคนร้องขอชีวิตโหยหวน แต่ไม่มีใครกล้าออกมาดู ตรวจสอบในบ้านพบกล้องวงจรปิดถูกทำลาย ตัดสายไฟออก คาดจะเกิดอันตรายกับทั้ง 2 คน จากการสืบสวนเชิงลึกทราบว่ากลุ่มคนร้ายเป็นชาวเมียนมา 9 คน รุมทำร้ายนายกันกับนายทีมจนเสียชีวิตในบ้าน แล้วนำศพขึ้นรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีแดง ทะเบียน กม 3583 พระนครศรีอยุธยา ไปทิ้งอำพรางย่านไทรน้อย จ.นนทบุรี หลังทิ้งศพนำรถยนต์ไปขายที่ จ.ปทุมธานี คาดว่าทั้งหมดหนีออกนอกประเทศไปเมื่อวันที่ 24 เม.ย.น.ส.วนัทปรียา หรือนุ๊ก ประทุมทอง แฟนของนายทีม ให้การว่า บ้านเช่าหลังดังกล่าวมีผู้อยู่อาศัยทั้งหมด 6 คน คือ ตน แฟนหนุ่ม นายกัน นายสมชาย และน.ส.อาบี 2 ผัวเมียชาวเมียนมา และ น.ส.นวลจันทร์ ชาวเมียนมา เป็นเมียของนายหน้าชาวมาเลเซียต่อมานายกันกับนายทีมมีปัญหาขัดแย้งกับนายสมชาย หัวหน้าแก๊งดูแลแรงงานเมียนมา ตนเลยออกมาเช่าบ้านหลังใหม่อยู่หมู่บ้านพิศาล 2 เขตลาดกระบัง กทม. ส่วนนายกันกับนายทีมจะไปๆมาๆบ้านทั้งสองหลัง วันที่ 20 เม.ย. นายกันและนายทีมทะเลาะกับนายสมชาย ด่าทอกันรุนแรงผ่านโทรศัพท์มือถือ จากนั้นเวลา 23.50 น. นายกันชวนนายทีมนั่งรถแท็กซี่ออกจากบ้านย่านลาดกระบังไปเคลียร์ปัญหากับนายสมชาย ที่บ้านเกิดเหตุ เวลา 00.13 น. วันที่ 21 เม.ย. ตนยังแชตคุยกับแฟนหนุ่มครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นติดต่อไม่ได้อีกพ.ต.อ.มงคล อ่อนแก้ว ผกก.สภ.บางแก้ว กล่าวว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นชาวเมียนมา นำเข้าแรงงานต่างด้าวมาทำงานในประเทศไทยและแรงงานบางส่วนนำเข้ามาพักรอเพื่อส่งต่อไปประเทศที่ 3เช่น มาเลเซีย ที่มีนายทุนอยู่ที่นั่น ผู้ตายจะได้ค่าตอบแทนคนละ 300 บาท เป็นค่านายหน้าพาเดินทางไปทำงาน เบื้องต้นปมเหตุเกิดจากเรื่องของเงินที่ผู้ตายติดค้างกลุ่มผู้ก่อเหตุอยู่ราว 1 แสนบาท เมื่อทวงถามได้มีปากเสียงทะเลาะด่าทอทางโทรศัพท์หลายครั้ง วันที่เกิดเหตุกลุ่มผู้ก่อเหตุได้เรียกผู้ตายไปที่บ้านเพื่อเคลียร์ปัญหา แต่ตกลงกันไม่ได้เลยสังหารทิ้ง หลังเกิดเหตุตำรวจ สภ.บางแก้ว และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.สมุทรปราการ ได้เข้าเก็บหลักฐานในบ้านเกิดเหตุ เลขที่ 85/22 ซอยกิ่งแก้ว 39 ต.ราชาเทวะ และที่พักของผู้ก่อเหตุ หอพักเกิดสิริ ซอยกิ่งแก้ว 39 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดี