จากพี่น้องกลายมาเป็นคู่แข่ง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แยกวงไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ปล่อย “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคเฝ้าค่ายพลังประชารัฐต่อไปความสัมพันธ์พี่น้องเริ่มไม่เหมือนเดิม ไม่รู้อารมณ์ความรู้สึกที่แท้จริงของ “บิ๊กป้อม” จะตรงกับสิ่งที่บรรยายในจดหมายเปิดใจที่เพิ่งเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก “พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ” หรือไม่แม้จะยืนยัน 3 ป. Forever แต่ก็ยอมรับช่วงเวลาการเป็นรัฐบาล มีทั้งสิ่งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจใน ครม. แต่ต้องสงวนท่าทีรักษามารยาททางการเมือง ส่วนที่ “บิ๊กตู่” ตัดสินใจเด็ดขาดไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติแล้ว ก็ไม่สามารถบรรยายความรู้สึกออกมา เป็นคำพูดได้เนื้อความบางส่วนคลุมเครือ ชวนคิด มีเค้าลางระหองระแหงระหว่าง 2 พี่น้องอยู่จริงถึงเวลาอย่างเป็นทางการ 2 พี่น้องแยกสร้างดาวคนละดวง ต้องขับเคี่ยว แย่งชิงที่นั่งการเมือง ในสนามเลือกตั้ง สู้กันเต็มที่ ไม่มีอะไรต้องเกรงใจกันอีกตามสถานการณ์ที่ค่ายใหม่ “น้องเล็ก” กำลังคึกคัก ไล่ดูด ส.ส.ทีม “พี่ใหญ่” หายไปหลายคน เร่งเสริมองคาพยพ เติมทั้งจำนวน ส.ส. และเสริมทีมที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพิ่มความแข็งแกร่งไฟต์บังคับที่ “บิ๊กตู่” ต้องใช้สูตรเร่งโต ตกปลาจากที่บ่อเพื่อน ดูด ส.ส.พรรคอื่นมาร่วมสังกัด เพราะเปิดตัวช้ากว่าชาวบ้าน เพิ่งมาขยับตัวจริงจังช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาหุ้นรวมไทยสร้างชาติทำได้แค่วูบวาบ ปั่นราคาได้ชั่วครั้งชั่วคราว เพราะโฉมหน้าค่าตา ยังวนอยู่กับคนหน้าเดิม แต่ระยะยาวยังไม่สร้างแรงดึงดูดให้ดูน่าฝากความหวัง อย่างที่ “เดอะเต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ปรามาสเป็นแค่เหล้าเก่าในขวดแตก รวมเอาคนที่แตกจากพรรคต่างๆมาอยู่ด้วยกัน หรือ“ลุงโทนี่” นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ให้ราคา ประเมินได้ ส.ส.ไม่ถึง 25 ที่นั่ง แนวโน้มวืดเสนอชื่อชิงเก้าอี้นายกฯพรรคน้องใหม่ถูกรุมด้อยค่า สถานการณ์ไม่ต่างจากพลังประชารัฐที่ ส.ส.ทะลักออกจากพรรคลูกพรรคหาที่อยู่ใหม่รายวัน “บิ๊กป้อม” ต้องลุ้นตัวโก่งจะเหลือ ส.ส.อยู่ในสังกัดเท่าใด ที่น่าหวาดเสียวสุดคือ กลุ่มสามมิตร ก๊วนใหญ่ที่มีแสงในตัวเอง จะปักหลักอยู่บ้านเดิมต่อหรือไม่ถ้าแยกตัวไปอยู่ค่ายใหม่ พลังประชารัฐอาจถูกลดระดับจากพรรคใหญ่ เหลือแค่พรรคขนาดกลางมีแต่เรื่องชวนให้กลุ้ม “บิ๊กป้อม”ต้องเร่งแก้เกมเติมสมาชิกเสริมทีม แม้จะเพิ่งเปิดหน้าสมาชิกพรรคลอตใหม่ กู้ภาพเลือดไหลออก แต่ดูรายชื่อเป็นพวกแถวสอง แถวสาม ฝากความหวังลำบากต้องเตรียมอีเวนต์ใหญ่สู้ วันที่ 17 ม.ค.นี้ ประกาศนโยบาย “พลังประชารัฐ” ตีคู่ไปกับการจัดงานดินเนอร์ทอล์ก ระดมทุนเลือกตั้งวันที่ 30 ม.ค.นี้ ดัน “บิ๊กป้อม” ขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์โชว์ตัวแคนดิเดตนายกฯพลังประชารัฐออกแรงเต็มเหนี่ยว เร่งระดมนโยบาย กำลังคน กำลังเงินมัดใจลูกพรรค เดินเกมบนดินและใต้ดิน เล่นบทลูบหลัง และกระชากคอเสื้อ รั้งลูกทีมให้ได้มากที่สุดไม่ต้องหวังจะได้ ส.ส.ถล่มทลายทะลุร้อยเหมือนปี 2562 เอาแค่แตะ 40-50 เสียง ก็ไม่รู้จะทำได้หรือไม่เหลือข้อดีที่พอรั้ง ส.ส.ไว้ได้บ้าง ก็แค่มีโอกาสเป็นรัฐบาลสูง เพราะ บารมี “ลุงป้อม” สวิงจับมือได้ทุกขั้ว แต่ตัวเลข ส.ส.หลังเลือกตั้ง ต้องมีสมน้ำสมเนื้อ เพื่อเพิ่มน้ำหนักต่อรองแต่แนวโน้ม “พลังประชารัฐ-รวมไทยสร้างชาติ” 2 พรรคมัดรวมกัน ยังยากมีคะแนนเพียงพอชิงการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ภายหลัง 2 ป.แยกทาง จากที่จะกวาดที่นั่งได้เป็นกลุ่มก้อน ดันมาหั่นแต้มกันเองถ้าพรรคพี่ พรรคน้อง ทำยอด ส.ส.ตามเป้าไม่ได้ โอกาสชิงจัดตั้งรัฐบาล ก็ยิ่งริบหรี่ทั้ง “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” คงพลาดโอกาสขึ้นสู่เก้าอี้ผู้นำ เพราะยากที่จะใช้เสียง ส.ว.มาถูลู่ถูกังเหมือนครั้งก่อน พาลสะเทือนไปถึงเกมคิดการณ์ไกล อย่างที่ นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.เตรียมทำรายงานในนามคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา เสนอรัฐบาล ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 158ปลดล็อกวาระดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่ให้ถูกขีดเส้นอยู่แค่ 8 ปีเคลียร์ทางให้ “บิ๊กตู่” ได้เป็นนายกฯต่อเนื่องหลังการเลือกตั้ง ไม่ติดกับดักคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ชี้ขาดให้ พล.อ.ประยุทธ์นั่งเก้าอี้นายกฯ ได้อีก 2 ปี ถึงวันที่ 6 เม.ย.2568ชงลูกรับลูกกันเสร็จสรรพหลัง “บิ๊กตู่” ประกาศเป็นนักการเมืองเต็มตัว พร้อมทำหน้าที่นายกฯต่อไปแต่เงื่อนไขสำคัญก่อนอื่นเลย พรรครวมไทยสร้างชาติต้องโชว์พลัง อย่างน้อยก็ต้องมีจำนวน ส.ส.ติดลำดับท็อปทรีให้สมศักดิ์ศรีการขึ้นแท่นเสนอตัวเป็นผู้นำเดิมพันสำคัญชี้ขาดอนาคตไปต่อ ถ้า “บิ๊กตู่” ทำยอดไม่ได้ตามเป้า แผนโละทิ้งรัฐธรรมนูญ “วาระ 8 ปี” ก็จบเห่ไปด้วย.ทีมข่าวการเมือง