ทันทีที่รัฐบาลจีนเปิดประเทศ อนุญาตให้คนจีนเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศได้ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม และอนุญาตให้คนจีนนอกประเทศและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศจีน ไม่ต้องมีการกักตัว แต่ต้องมีหนังสือรับรองการตรวจโควิดด้วยวิธีพีซีอาร์เป็นลบ การเดินทางเข้าออกประเทศจีนก็กลับมาคึกคักทันที คนจีนกว่า 1,400 ล้านคน เหมือนนกที่ถูกปล่อยออกจากกรง ประชาชนในเมืองต่างๆ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ อู่ฮั่น เสิ่นเจิ้น ต่างออกเดินทางและออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านกันอย่างล้นหลาม พร้อมที่จะปรับตัวใช้ชีวิตร่วมกับไวรัสโควิด–19 ท่ามกลางการระบาดระลอกใหม่ ครอบครัว ญาติมิตร เพื่อนฝูง และคนรัก ที่ไม่ได้พบกันมานาน 3 ปี ก็ได้กลับมาพบกันอีกครั้งอย่างมีความสุขช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมจีนเปิดเผยว่ามีชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศราว 52.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง 42.8% เมื่อเทียบกับปี 2019การเปิดประเทศจีนในช่วงนี้ตรงกับช่วง เทศกาลชุนหยุน (Chun Yun) หรือ เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ ก่อนจะถึง “วันตรุษจีน” (22 มกราคม) พอดี ซึ่งเป็นเทศกาลเดินทางท่องเที่ยวครั้งใหญ่ของชาวจีนกินระยะเวลา 40 วัน นับตั้งแต่วันเสาร์ที่ 7 มกราคมเป็นต้นไป เทศกาลชุนหยุนเป็นเทศกาลที่มีการเดินทางครั้งใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งการเดินทางท่องเที่ยวและเดินทางไปเยี่ยมญาติมิตร โกลบอลไทม์ ของจีนเปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมของจีนคาดว่า ในช่วงเทศกาลชุนหยุน 40 วันของปี 2566 จะมีการเดินทางสูงถึง 2,090 ล้านเที่ยวคน เพิ่มขึ้นถึง 99.5% จากปี 2565การเดินทางคาดว่าจะมีผู้โดยสารทางอากาศ รถไฟ และถนน เพิ่มสูงขึ้นถึง 70.3% จากปี 2562 ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 การเดินทางของผู้โดยสารในปีนี้คาดว่า 55% เป็นการเดินทางไปเยี่ยมญาติเป็นหลัก คนที่เดินทางเพื่อทำงานมีสัดส่วน 24% คนที่เดินทางเพื่อธุรกิจมีสัดส่วน 10% ส่วนนักศึกษาส่วนใหญ่เดินทางกลับบ้านไปก่อนหน้านี้แล้วในขณะที่ คนจีนอีกส่วนหนึ่งเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศยอดนิยม เช่น ไทย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ เมื่อวันจันทร์ เที่ยวบินแรกจากจีนบินมาจาก เมืองเซียะเหมิน มีผู้โดยสารเป็นนักท่องเที่ยวจีน 286 คน ร่อนลงที่สนามบินสุวรรณภูมิเป็นไฟลท์แรก โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีสาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีท่องเที่ยวฯ ผู้บริหารระดับสูงจาก 3 กระทรวงไปยืนต้อนรับที่สนามบินไทยน่าจะเป็น ประเทศเดียวในโลก ที่มี รองนายกฯและรัฐมนตรีถึง 3 กระทรวงไปยืนต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนถึงประตูเครื่องบิน นักท่องเที่ยวจีนที่ลงจากเครื่องบินคงจะงงๆมาทำอะไรกัน รัฐมนตรีประเทศอื่นไม่เห็นมีใครว่างเหมือนรัฐมนตรีไทยไปยืนต้อนรับนักท่องเที่ยวแบบนี้การเปิดประเทศจีนอีกครั้ง สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่านักธุรกิจและนักลงทุนคาดกันว่า จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจีนที่มีขนาด 17 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 595 ล้านล้านบาท ให้กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง หลังจากที่ทรุดตัวลงต่ำที่สุดในรอบเกือบครึ่งศตวรรษ จากการปิดประเทศนานถึงสามปี แต่นักวิเคราะห์คาดว่า การเดินทางของชาวจีนในประเทศและต่างประเทศ จะยังไม่กลับสู่ระดับก่อนเกิดโควิดอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการขาดแคลนเที่ยวบินและค่าตั๋วมีราคาแพงเพราะฉะนั้นก็อย่าเพิ่งคาดหวัง นักท่องเที่ยวจีนจะเข้ามาพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยในชั่วข้ามปี การท่องเที่ยวเพียงเครื่องยนต์เดียว ไม่พอขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยทั้งประเทศได้แน่นอนผมเห็นการแต่งตัวของ “แอร์โฮสเตส” สายการบินจีนแล้ว ก็พอเข้าใจว่า ทำไมจึงมีหลายประเทศต้องการเข้มงวดกับนักท่องเที่ยวจีน เพราะ “แอร์โฮสเตสจีน” เธอแต่งตัวด้วย “ชุด PPE” เต็มยศบนเครื่องบินเหมือนคุณหมอและพยาบาลไทยในห้องผู้ป่วยตอนโควิดระบาดหนักเป๊ะเลย.“ลม เปลี่ยนทิศ”