พรรคพลังประชารัฐ ที่ประสบความสำเร็จจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 โดยได้รับเลือกตั้งมาเป็นอันดับสองรองจาก พรรคเพื่อไทย แต่สถานการณ์ของ พลังประชารัฐในวันที่มีคลื่นใต้น้ำในพรรค ในวันนี้ ทำให้เสียโอกาสที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต และถ้าจะถอดคำพูดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ เป็นพรรคพี่พรรคน้อง โดยหยิบยกความสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.ประวิตร กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มากว่า 50 ปี เป็นเหตุสนับสนุน แต่เมื่อถึงเวลาที่จะมีดาวกันคนละดวง ในสนามการเมือง แท้ที่จริงแล้ว ไม่มีพี่น้องไม่มีมิตรและศัตรูที่ถาวรการประชุมพลังประชารัฐที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร เรียก ส.ส.เขตเข้าพบทีละคน ให้มีการเซ็นชื่อการันตีว่ายังอยู่กับพลังประชารัฐ ปรากฏว่ามี ส.ส.เข้าไปพบอยู่ที่ไม่เกิน 48 คน มีทั้ง กลุ่มปากน้ำ กลุ่มกำแพงเพชร กทม.บางส่วน รวมทั้งตัวเลขาธิการพรรค สันติ พร้อมพัฒน์ ที่มีกระแสข่าวว่าจะย้ายพรรคด้วยนอกจากนี้ไม่มีใครเข้าประชุม นอกจากจะมี ส.ส.ที่ลาประชุมเพราะไม่สบายและมีภารกิจส่วนตัวจำนวน 6 คนด้วยกัน มีรายงานข่าวด้วยว่า ส.ส.บางคนไม่ได้เข้าไปเซ็นชื่อ แต่เข้าไปลา พล.อ.ประวิตรแบบแมนๆ แต่บางรายที่ยืนยันว่าจะยังอยู่กับพรรค แต่พฤติกรรมกลับมีความชัดเจนว่าจะย้ายไปอยู่ รวมไทยสร้างชาติ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มีการเมืองก็ซับซ้อนแบบนี้เองก็มีข่าวออกมาด้วยว่า พล.อ.ประวิตร สั่งให้เปลี่ยนตำแหน่งผู้บริหารในพรรคใหม่ สำหรับคนที่มีความชัดเจนว่าจะออกไปอยู่กับพรรคการเมืองอื่นที่ระบุชัดเจน คือ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.พรรค ซึ่งก่อนหน้านี้ สุชาติ ยังเข้าไปร่วมรับประทานอาหารและรายงานตรงกับ พล.อ.ประวิตร เป็นประจำแล้วก็มีข่าวออกมาเรื่อยๆว่า คนของ พล.อ.ประยุทธ์ พยายามโทรศัพท์มาชักชวนให้ไปอยู่ รวมไทยสร้างชาติ บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ให้มาชวน ในขณะอีกข่าวก็ระบุว่า มี คนของ พล.อ.ประวิตร ไล่เช็กชื่อว่า ส.ส.คนไหนจะอยู่หรือจะไปกับ พล.อ.ประยุทธ์ บ้าง ขวัญหนีดีฟ่อกันหมดทีนี้ก็มาถึงไพ่ใบสำคัญที่ พล.อ.ประยุทธ์ รับว่า จะมีการปรับ ครม.ก่อนปีใหม่ ตามโควตาที่ว่าง แต่ก็ไม่รับปากว่าจะปรับให้กับใครพรรคไหนบ้าง กลายเป็นปริศนาว่า ถ้า เกิดมี รมต.ที่ถูกชวนไปอยู่กับรวมไทยสร้างชาติแล้วไม่ไป จะถูกปรับด้วยหรือไม่ในเมื่ออำนาจการปรับ ครม.และอำนาจการยุบสภาเป็นของ พล.อ.ประยุทธ์ชัดเจนทีนี้แหละฝุ่นตลบอีกหลายกระทอก ใครก็อยากนั่งเก้าอี้ รมต.ทั้งนั้น จะเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนก็ถือว่าเป็นเกียรติเป็นศรี ส่วนคนที่เป็น รมต.อยู่แล้วก็ใจไม่ดี จะอยู่ในข่ายถูกปรับเปลี่ยนด้วยหรือเปล่า อุตส่าห์อยู่มาได้จวนจะครบเทอมอยู่แล้วเชียว พรรคประชาธิปัตย์ น่าจะ ลุ้นมากที่สุดเพราะถ้าไม่ได้ตำแหน่ง รมช.มหาดไทย คืนมาในภาคใต้ไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้กับพรรคการเมืองคู่แข่ง โดยเฉพาะ หัวหน้าพรรค การเมือง ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับ นายหัวชวน จะปล่อยให้มาอึรดหัวไม่ได้เด็ดขาด.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th