แม้สถานการณ์ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในไทยดีขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังต้องเฝ้าระวังเชื้อกลายพันธุ์ตัวใหม่ๆ โดยเมื่อวันที่ 17 ก.ย. ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ศูนย์พันธุวิศวกรรม และเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โพสต์เฟซบุ๊กถึงสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า ช่วงที่ BA.5 กำลังชะลอตัว ไวรัสสายพันธุ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมก็จะเริ่มเข้ามาแย่งพื้นที่ คาดการณ์ได้จาก การระบาดของระลอกต่างๆ แต่บริบทเดิมคือจะมีสายพันธุ์เด่นที่เข้ามาแทนที่สายพันธุ์เดิมอย่างชัดเจน เช่น BA.2 มาแทนที่ BA.1 และ BA.5 จะมาแทนที่ BA.2 แต่ถ้าดูภาพของไวรัสที่มีความสามารถในการ แทนที่ BA.5 มีอยู่จำนวนหลายสายพันธุ์มาก ในจำนวน ที่มีศักยภาพในการทดแทน BA.5 เหมือนจะมีอะไรที่เหมือนกันคือ การเปลี่ยนแปลงที่บริเวณ hot spot บนหนามสไปค์ 6 ตำแหน่ง สลับกันไปมา คือ R346, R356, K444, L452, N460 และ F486 ซึ่งไม่ใช่ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นแบบสุ่ม แต่เป็นสิ่งที่ไวรัสหาช่องทางในการหนีภูมิ และติดเชื้อต่อในประชากรได้ ในบรรดาสายพันธุ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ข้อมูล ตอนนี้เหมือนจะชี้ไปที่ BA.2.75.2 ว่ามีความสามารถในการหนีภูมิสูงที่สุด ข้อมูลจากทีมวิจัยในปักกิ่งได้ทดสอบตัวอย่างของผู้หายป่วยจาก BA.1, BA.2 หรือ BA.5 พบว่าภูมิของคนเหล่านั้นสร้างแอนติบอดีที่จับ BA.2.75.2 ได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และมีแนวโน้มว่า BA.2.75.2 อาจจะเป็นสายพันธุ์ไวรัสที่หนีภูมิจากวัคซีนรุ่น 2 ไม่ว่าสูตรที่มี BA.1 หรือ BA.5 สอดคล้องกับ รายงานวิจัยของสวีเดนว่า BA.2.75.2 เป็นสายพันธุ์ ที่หนีภูมิได้ดีที่สุด