ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอดมีการพูดถึงกันอย่างแพร่หลายเมื่อเร็วๆนี้ เมื่อเครือข่ายข่าวต่างประเทศของฝรั่งเศส อ้างอิงรายงานจากสำนักข่าวเอเอฟพี (AFP) ว่า การวิจัยโดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯพบผู้ใหญ่อายุระหว่าง 18-64 ปี ประมาณ 1 ใน 5 และกลุ่มอายุมากกว่า 65 ปี ประมาณ 1 ใน 4 เผชิญอาการทางสุขภาพที่อาจเชื่อมโยงกับการต่อสู้โรคโควิด-19การศึกษานี้อ้างอิงจากอดีตผู้ป่วยโรคโควิด-19 มากกว่า 350,000 ราย ซึ่งติดเชื้อไวรัสระหว่างเดือนมีนาคม 2020 ถึงพฤศจิกายน 2021 ที่พบความเสี่ยงเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอดเฉียบพลัน ซึ่งเกิดขึ้นที่หลอดเลือดแดงของปอดเพิ่มมากที่สุดเมื่อเทียบกับอาการทางสุขภาพทั้งหมด โดยเพิ่มสองเท่าทั้งในกลุ่มผู้ใหญ่อายุน้อยกว่าและอายุมากกว่า 65 ปี รวมถึงอาการระบบทางเดินหายใจอื่นๆ เช่น ไอเรื้อรัง หรือหายใจลำบากด้วย การศึกษาดังกล่าวสอดคล้องกับการศึกษาของประเทศสวีเดน ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์บริติช เมดิคอล เจอร์นัล (British Medical Journal) ระบุว่า ผู้ป่วยโควิด-19 มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันรุนแรงเป็นเวลานานถึง 6 เดือน หลังติดเชื้อ ซึ่งรวมถึงผู้ติดเชื้อที่มีอาการป่วยเล็กน้อยด้วยงานวิจัยดังกล่าวระบุว่า คนที่มีอาการป่วยโควิดที่รุนแรง และผู้ที่ติดเชื้อในช่วงการระบาดระลอกแรก มีความเสี่ยงเกิดลิ่มเลือดอุดตันสูงที่สุด โดยพบว่าคนที่เคยติดเชื้อโรคโควิด-19 มีโอกาสที่จะเกิดลิ่มเลือดอุดตันได้มากกว่า โดยเฉพาะในคนไข้ที่จำเป็นต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนักวิจัยได้ติดตามสุขภาพของคนมากกว่า 1 ล้านคนที่ตรวจพบเชื้อโรคโควิดระหว่างเดือน ก.พ.2020 ถึง พ.ค.2021 ในสวีเดน และเปรียบเทียบกับประชาชน 4 ล้านคนที่อยู่ในกลุ่มวัยและเพศเดียวกันที่ไม่เคยตรวจพบว่าติดเชื้อมาก่อน และพบว่าหลังจากติดเชื้อโรคโควิด พวกเขามีความเสี่ยงสูงขึ้นในหลายอย่างคือ เกิดภาวะลิ่มเลือด อุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก (Deep Vein Thrombosis--DVT), ป่วยเป็นโรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอดนานสูงสุด 6 เดือน และมีเลือดออกภายในร่างกาย คล้ายอาการเส้นเลือดในสมอง นานถึง 2 เดือน ในการศึกษาเปรียบเทียบความเสี่ยงการเกิดลิ่มเลือดอุดตันหลังจากหายจากการติดโควิดกับระดับความเสี่ยงปกติ นักวิจัยพบว่า คนไข้โควิด 4 คน ในทุกๆ 10,000 คน เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก ส่วนคนที่ไม่ติดโควิดจะมีอัตราส่วนที่ 1 ใน 10,000 คน คนไข้โควิดราว 17 คน ในทุกๆ 10,000 คน เกิดโรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด ส่วนคนที่ไม่ติดโควิดอยู่ที่อัตราส่วนไม่ถึง 1 ใน 10,000 คนทั้งนี้ นักวิจัยระบุว่า ความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดอุดกั้นในปอดในคนที่มีอาการป่วยโควิดรุนแรงสูงกว่าในคนทั่วไป 290 เท่า ส่วนในผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง มีความเสี่ยงนี้สูงขึ้นกว่าระดับปกติ 7 เท่า อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีผลการวิจัยที่สมบูรณ์ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า โควิดเป็นสาเหตุให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันในการศึกษานี้ แต่มีหลายทฤษฎีที่บอกถึงสาเหตุการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน เช่น อาจจะเป็นผลโดยตรงจากเชื้อไวรัสต่อชั้นเซลล์ที่อยู่ในหลอดเลือด การตอบสนองต่อการอักเสบอย่างรุนแรงหลังติดเชื้อไวรัส หรือร่างกายสร้างลิ่มเลือดในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม เฟรเดริก เค โฮ อาจารย์ด้านสาธารณสุขจากมหาวิทยาลัย กลาสโกว์ ระบุว่า การศึกษานี้ย้ำเตือนถึงความจำเป็นในการระมัดระวังอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงซึ่งเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อโควิด-19 แม้จะมีอาการไม่รุนแรง รวมถึงภาวะลิ่มเลือดหลุดอุดหลอดเลือดด้วยสำหรับ โรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด หรือ Pulmonary Embolism เกิดจากลิ่มเลือดหลุดไปอุดกั้นหลอดเลือดปอด ทำให้ผู้ป่วยหายใจหอบเหนื่อย ไอ และเจ็บหน้าอก หากไม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อชีวิตได้.