ภาพลักษณ์ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เป็นเรื่องสำคัญ ต้องเข้มงวด กวดขัน แก้ไข ปรับปรุง กันเรื่อยมา วันก่อน พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จตช. เรียกประชุม ผู้บัญชาการ 14 หน่วยงาน ได้แก่ บช.น. บช.ภ.1-9 บช.ก. บช.ตชด. บช.สอท. และ สตม. เพื่อติดตามการทำงาน และให้ “การบ้าน 3 ข้อ”1.ให้แต่ละ บช.และ บก.เร่งรัดตรวจสอบเรื่องร้องเรียนในความรับผิดชอบให้เสร็จสิ้นตามที่ ผบ.ตร.สั่งการ ตัวชี้วัดความสำเร็จคือ เรื่องร้องเรียนที่เกินกำหนดต้องเท่ากับศูนย์ ไม่ให้มีเรื่องร้องเรียนค้างแม้แต่เรื่องเดียวให้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนให้เสร็จภายใน 60 วัน ต้องแจ้งผลให้ผู้ร้องทราบทุกกรณี รวมทั้งประเมินความพึงพอใจ เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลปรับปรุงการทำงาน เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียนคงค้างจำนวนมาก!ย้ำว่า ต้องเห็นใจประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนหรือคับข้องใจถึงร้องเรียนเข้ามา2.ให้แต่ละ บช.-บก.ออกตรวจราชการหน่วยงานในสังกัดอย่างมีคุณภาพ 100 เปอร์เซ็นต์ ภายในกรอบเวลา ให้แต่ละหน่วยจัดลำดับแล้วให้สำนักงานจเรตำรวจลงไปตรวจซ้ำว่า สถานีตำรวจที่มีผลการปฏิบัติดีเด่นดังกล่าว ดีเด่นจริงหรือไม่ อย่างไร นำมาเป็นแบบอย่างได้หรือไม่?ส่วนสถานีตำรวจที่ควรแก้ไขปรับปรุง ให้ไปดูว่ามีปัญหาอย่างไร สาเหตุเกิดจากอะไร ปัญหาเกิดจากตัวบุคคล หรือมีเรื่องใด ที่หน่วยเหนือควรต้องเข้าไปสนับสนุนเพื่อแก้ปัญหา3.ให้ ผบช.- ผบก.ไปดูข้อมูลการร้องเรียนและการดำเนินการทางวินัย นำไปวิเคราะห์หาสาเหตุ แล้ววางมาตรการป้องกันแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เน้นทำงานเชิงรุก ดูสาเหตุที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนคับข้องใจให้ผู้บังคับบัญชาวางแนวทางและมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีก หากแก้ปัญหาตรงจุด วางมาตรการถูกต้อง ตัวเลขการร้องเรียนและสถิติกระทำผิดของตำรวจต้องลดลงอย่างมีนัยสำคัญ“เราต้องใช้งานจเรตำรวจเป็นกลไกแก้ปัญหาให้ประชาชน ใช้เป็นกลไกรักษามาตรฐานการทำงานของหน่วยปฏิบัติ เพื่อรักษาภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในสายตาของประชาชน...”ตำรวจมีทั้งดีและเลว บางคนถูกแจ้งความ บางคนถูกร้องเรียน!ความจริงตรวจสอบหน่วยอื่นด้วยก็ดีนะครับ เห็นเป็นข่าวบ่อยๆเหมือนกัน?สหบาท