เหน็ดเหนื่อยนักผมก็พักสมอง เปิด นิทานกริมม์ (ยาค็อบ และ วิลเฮล์ม กริมม์ เขียน อาษา ขอจิตต์เมตต์ แปล สำนักพิมพ์แสงดาว พ.ศ.2564) อ่านเจ้าชายกบ สโนไวท์ ฯลฯ ไม่ยักเหมือน ที่เคยดูในหนังสะดุดชื่อ แสงแดดจ้า ให้ความยุติธรรม อยากรู้! เจ้าแสงแดดจ้าๆ ที่ว่าให้ความยุติธรรมได้ยังไง?ชายหนุ่มผู้หนึ่ง เรียนวิชาตัดเสื้อจนช่ำชองแน่ใจในฝีมือ ออกเดินย่ำไปหางาน แต่เคราะห์ร้าย หาผู้จ้างไม่ได้สักคน จนเงินสุดท้ายในกระเป๋าหมด ไม่มีกระทั่งค่าอาหารใส่ท้องในนาทีที่หมดอาลัยตายอยากในชีวิต เขาเดินบนถนนเปลี่ยว พบยิวสูงอายุสวมเสื้อนอกคนหนึ่ง เขาแน่ใจคนยิวต้องพกเงินในตัว จึงปราดเข้าไปหา จับเสื้อชาวยิวแน่น“ส่งเงินมาให้ฉัน” เขาขู่สำทับ “ไม่เช่นนั้น ฉันจะฆ่าแก”ยิวชราควักเงินหนึ่งสลึงยื่นให้ “ทั้งเนื้อทั้งตัวฉันมีแค่นี้ อยากได้ก็เอาไป” ช่างตัดเสื้อตะคอก “แกอย่าโกหกฉัน” แล้วใช้ท่อนไม้ทุบตียิวผู้น่าสงสารอย่างไม่ปรานี จนเขาตายคามือก่อนหมดลมหายใจ ชาวยิวชราพยายามพูด “แสงแดดจ้าให้ความยุติธรรม”ช่างตัดเสื้อค้นกระเป๋าและตามเสื้อผ้าชายเคราะห์ร้ายจนทั่ว แต่ก็ไม่พบเงินอีกเลย เขาลากศพเอาไปซุกไว้ในพุ่มไม้เตี้ยๆข้างทาง แล้วก็เดินหางานทำต่อไปเขาเดินทางไกลโข จนมาถึงเมืองใหญ่ จนพบเจ้าของร้านตัดเสื้อ ฝีมือดี มีลูกค้ามาก รับเขาไว้เป็นผู้ช่วยนายจ้างมีลูกสาวสวยคนหนึ่ง ไม่นานเขากับหล่อนได้แต่งงานกัน ไม่กี่ปีต่อมา พ่อตาแม่ยายก็ตาย เขาและเมียก็ได้เป็นเจ้าของร้าน ถึงเวลานั้นเขามีลูกกับหล่อนแล้วสองคนเช้าวันนั้น ช่างตัดเสื้อนั่งดื่มกาแฟอยู่ริมหน้าต่าง ทันใดนั้น แสงแดดจ้าส่องมาถูกตัวเขา และผ่านไปยังผนังห้อง จนทำให้เกิดความสว่างโชติช่วงขึ้นเขาตกใจเสียขวัญ กระโดดเหยง ร้องลั่น “มันพยายามให้ความยุติธรรม แต่ไม่สำเร็จหรอก”“เกิดอะไรขึ้น” เมียของเขาถามด้วยความประหลาดใจ “เธอหมายความว่าอย่างไร”“ฉันบอกเธอไม่ได้หรอก!” เขาตอบแต่เมียไม่ยอมให้จบเพียงเท่านี้ หากตอแยและพยายามเซ้าซี้ขอเรื่องราว หล่อนสัญญา จะไม่บอกใครลงท้ายช่างตัดเสื้อ ก็เล่าเรื่องที่เคยฆ่าชาวยิวชรา ชิงเงินสลึงเดียว ก่อนเขาตายหลุดปากว่า “แสงแดดจ้าให้ความยุติธรรม” นี่คือสาเหตุ ที่เมื่อเขาเห็นแสงแดดจ้ากระทบผนังบ้าน จึงนึกเรื่องนี้ขึ้นได้เขาขอร้องเมียอย่าเล่าเรื่องนี้ให้ผู้ใดฟัง แต่ภายในไม่กี่นาทีต่อมา เมื่อเขานั่งลงทำงาน และหล่อนเดินออกนอกบ้าน ไปหาลูกพี่ลูกน้องหญิงผู้หนึ่ง เธอก็เล่าความลับของผัว“เธอต้องสัญญา จะไม่บอกใครต่อ” เธอคาดคั้น สามวันต่อมา ลูกพี่ลูกน้อง ก็บอกเพื่อนอีกคน และอีกคน...ด้วยเหตุนี้ ความลับชั่วร้ายของช่างตัดเสื้อจึงแพร่ไปรู้กันทั่วเมือง ในเวลาไม่นานผลที่ตามมา ช่างตัดเสื้อถูกนำตัวขึ้นศาล ผู้พิพากษาตัดสินให้ประหารชีวิตเป็นอันว่า แสงแดดจ้า ได้ให้ความยุติธรรม แก่ชาวยิวชราผู้นั้นแล้วนิทานเรื่องนี้ ทำให้ผมได้ความคิด เราสามารถจินตนาการ ถึงสิ่งที่เป็นไปได้ยาก ให้เป็นเรื่องง่าย เพราะเรื่องจริงๆในบางบ้านเมือง ที่ผู้คนรู้กันไปทั่ว บางเรื่องผ่านศาลหลายศาล หลายประเทศ แต่ก็ยังเอาคนผิดไม่อยู่ถ้าอ่านนิทานแล้ว มีความสุข ก็หาอ่านกันต่อไปเสียเวลากับเรื่องจริงๆที่รู้แล้วต้องเบ้หน้ากันไปทำไม เรื่องแบบว่า ยี้ครองเมือง ในบ้านนี้เมืองนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ก็จะเกิดต่อไป อย่าพะวงสงสัยเลย.กิเลน ประลองเชิง