หัวใจอินเลิฟเต็มเปา หนุ่ม ตูมตาม-ยุทธนา เปื้องกลาง เปิดตัวแล้วว่ากำลังศึกษาดูใจกับนักแสดงและพิธีกรสาวคนสวย อาหลี-อัฐริญญา อึ้งศิลป์ศรีกุล เรียกว่าคนนี้แหละที่ใช่! เจอกันถูกที่ถูกเวลา เลยมองไกลถึงเป็นคู่ชีวิต งานนี้ ตูมตาม เล่าถึงความรักครั้งนี้พร้อมเผยผ่านจุดตัดสินใจว่าจะสานต่อหรือหยุดแค่นั้น กว่าจะมาคลั่งรักเหมือนตอนนี้เริ่มจาก ความรักตอนนี้เรียกว่าเจอสาวที่ใช่? “เจอแล้วครับ มันคงถึงเวลาแล้วด้วย ก็เรียกว่าเจอคู่ชีวิตที่เหมาะสม มันไม่ได้ตั้งใจเจอ แต่มันมีความคิดบางอย่างว่าผมไม่ได้อยากมีแฟน ผมอยากมีคนที่จะมาเป็นภรรยาในอนาคต มันเลยมีเงื่อนไขยากเยอะไปหมด ก่อนหน้านี้คิดแบบเพ้อเจ้อว่าถ้ามีภรรยาจะต้องเป็นแบบนี้แบบนั้น แล้วก็บอกตัวเองว่าคงเป็นไปไม่ได้ ไม่เจอหรอก ไม่มีใครเพอร์เฟกต์กับคุณได้ขนาดนั้นหรอก แต่มันก็เป็นไปได้ (หัวเราะเขิน)”เจอคนที่ถูกทุกข้อจริงๆ? “ครับ ผมก็เพิ่งรู้ว่ามันไปไหนไม่ได้” สิ่งที่ฝันแล้วเค้ามีคือคุณสมบัติอะไรบ้าง? “อันดับแรกรักครอบครัวเหมือนกัน เป็นคนที่เราจะฝากชีวิตได้ ดูแลกันได้ในทุกๆมิติ และเป็นทุกอย่างสำหรับกันได้จริงๆ เป็นเพื่อนพี่น้อง บ้าบอเหมือนกัน อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุขสนุก และที่สำคัญหลายๆคนบอกว่าผมคลั่งรักหรือเปล่า ผมจะพูดเลยว่าผมไม่เคยไม่มีสติกับความรักครั้งนี้ เราเป็นคู่ที่นั่งคุยกันตลอดทุกเรื่อง เราถกเรื่องความรักของเราตลอดเวลา ไม่ใช่แค่ชุ่มชื่นหัวใจ แต่ทุกอย่างมันเป็นความเข้าใจจริงๆ รู้สึกจริงๆว่าขอบคุณที่เค้าเข้ามาแล้วเติมเต็มข้อนั้นข้อนี้ เรามีประโยชน์ต่อกัน นั่งคุยกันถกเถียงชีวิตด้วยกันได้ ปัญหาก็มีเข้ามานะ แต่เรามีสติกับทุกปัญหา เราช่วยกันตลอด รู้จักกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น กลายเป็นว่าผมแทบไม่ต้องพยายามอะไร เป็นตัวเองทั้งคู่ อยู่ด้วยกันแล้วก็เรียนรู้ชีวิตด้วยกัน ก็มีแต่คำว่าอบอุ่น”เหมือนน่าจะเคยวนเวียนแล้วได้รู้จักกัน? “ไม่รู้จักครับ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนนี้คือใคร แต่น้องแนท- อนิพรณ์ แนะนำให้รู้จัก ผมก็ยังไม่ได้คิดอะไร แต่เห็นแล้วว่าน่ารักมาก สิ่งแรกที่คิดคือบอกแนทว่าเค้าไม่น่าชอบคนอย่างพี่ (หัวเราะ) แนทก็บอกว่าอย่าไปคิดมาก ผมก็รั้งรอไม่คุย จนหลายเดือนถึงมีโอกาสเจอกันที่งานทำบุญที่ตึกแกรมมี่ แค่ทักทาย แล้วก็ไม่กล้า จนแนทไปบอกเค้าว่าพี่ตามชอบนะ จากนั้นเค้าก็เริ่มกดตามไอจี ผมก็คอมเมนต์สตอรีไป เค้าตอบมาแค่ ขอบคุณค่ะ เชื่อมั้ยผมกระโดดดีใจเลย ด้วยความที่เรารู้สึกว่าเค้าไม่น่าจะคุยกับผมด้วยซ้ำ” ทำไมถึงคิดว่าเค้าจะไม่ชอบเรา? “คงด้วยภาพลักษณ์ของเรา เค้าเป็นเด็กเจนใหม่ด้วย อาจจะมีจุดไม่คอนเนกต์ พอเค้าตอบผมก็ทักเล่นมุกตลกไปเรื่อยๆ เราก็ไปด้วยเจตนาดี ยอมรับว่าชอบเค้าเต็มหัวใจ แต่ไม่กล้าออกตัวแรง ก็เริ่มคุยทักไป ผมก็เหมือนจีบ เค้าก็เหมือนปฏิเสธระวังตัว ผมเลยพิมพ์ไปว่าอย่าคิดมากนะ พี่เป็นพี่ก็มีความสุขดี เค้าหายไปพักนึงเลย มันมีโมเมนต์นึงกลับมาบอกเราว่า “พี่โทร.มามั้ย” ผมขอเบอร์เค้าไว้อยู่แล้วนะ แต่โมเมนต์นั้นผมคิดนานมากเลย คิดเยอะ ผมกลัว เลยคิดเป็นสิบนาทีเหมือนกันกว่าจะโทร.ไป เชื่อมั้ยครับ แค่นาทีแรกที่คุยกัน ผมก็โอ้โหเป็นเรื่องเลย นี่เกิดอะไรขึ้น มันคลิก เลยเกิดสิ่งประหลาดขึ้นกับความรู้สึกผมเยอะแยะมากมาย”ก่อนหน้านี้ตัวเราก็ระวังเรื่องการมีความรักเหมือนกัน? “ระวังครับ ระวังมาก เพราะเหนื่อยที่จะทุ่มเทและใช้คำว่าลองดู ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงมันถึงจะใช่”คนนี้เจอกันในเวลาที่ใช่พอดี? “ใช่ครับ ถูกที่ถูกเวลามากๆ”ก่อนหน้าอัปรูปคู่เป็นคลิปหน้าการ์ตูนแง้มเปิดตัว? “มันเป็นไปเองครับ การ์ตูนก็คือน่าเล่น ลองเล่นกันตลกดี จริงๆเราไม่ได้ซีเรียสเรื่องเปิดตัว แต่มันเกิดขึ้นเอง ไม่ได้เปิดไม่ได้ปิด แต่เราจะกังวลไม่ให้มันเกิดช่องโหว่ของการสื่อสารที่ผิดให้ใครมามองไม่ดี สิ่งที่อยากให้เป็นคืออยากให้คนรู้จักเค้าเอง น้องเค้าก็มีเส้นทางทำงาน มีตัวตนของเค้า เป็นพิธีกร เล่นละครเล่นหนัง ถ่ายโฆษณาเยอะมาก ถ้าถูกชี้นำจากที่ว่าเป็นแฟนผมอย่างเดียวผมว่ามันไม่เวิร์กจนคนลืมโฟกัสตัวเค้า ผมไปแอบสืบยังตะลึงว่าเค้าผลงานเยอะมาก ชื่นชมเลยนะ” พอวันนี้เปิดตัวแล้วต้องคุยกันเรื่องการตั้งรับกับกระแสต่างๆมั้ย? “นั่นคือสิ่งที่กลัวที่สุด คือไม่อยากให้ใครมาเรียกเค้าว่าเป็นผู้หญิงของผม อยากให้เกียรติน้องเค้า ถ้าจะรู้จักก็อยากให้รู้จักที่เค้าเป็นใคร เป็นตัวเค้าที่มีแต่มุมดีๆ”ถึงวันนี้มองเรื่องมีครอบครัวยังไง? “มองครับ อย่างที่บอกว่า มาถึงเวลานี้ผมตั้งใจแล้วว่าขั้นตอนต่อไปคงเป็นอีกสเต็ปหนึ่งคือสร้างครอบครัว ผมไม่ได้เริ่มคบด้วยคำว่าดูใจกัน จุดเริ่มต้นถ้าไม่ได้ตั้งใจไปในจุดเดียวกันก็อาจจะไม่ได้คบกัน แต่พอมีเป้าหมายเดียวกัน งั้นเราก็เริ่มสร้างเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ ก็วางแผนอนาคตกัน”เร็วไปมั้ยกับการสร้างครอบครัว? “ตอนแรกก็คิดครับ คุยกันว่าขอเวลาทำงานก่อน หลังๆก็เริ่มคุยกันว่าอาจจะไม่ต้องนานขนาดนั้นก็ได้ (ยิ้ม) ก็เลยมองว่าอาจจะประมาณ 3 ปี”ไม่ใช่แต่งปุ๊บปั๊บ? “คือสมมติว่าถ้าผมบอกว่าผมจะแต่งงานแล้ว ขั้นตอนกว่าจะเตรียมงานก็เป็นปีอยู่แล้ว กว่าจะเก็บเงินหาซื้อเรือนหออีก ก็คงอยู่ในเวลาราวๆนั้น”.