ประธานกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และ 91 ไพบูลย์ นิติตะวัน ยืนยันว่าการลงมติรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3 วันที่ 10 ก.ย.นี้ ผ่านฉลุยแน่นอนขอเสียงจาก ฝ่ายค้าน แค่ 45 เสียง และ ส.ว. อีก 84 เสียงเท่านั้นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 2 มาตราว่าด้วยการแก้ไข ระบบการเลือกตั้ง ซึ่งจะกลับมาใช้ บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และ แบ่งจำนวน ส.ส.ที่มาจากการแบ่งเขต 400 คน และจากบัญชีรายชื่อ 100 คน อำนาจในสภาก็จะกลับไปอยู่ในมือของพรรคการเมืองขนาดใหญ่เช่น เพื่อไทย และ พลังประชารัฐ หรือพรรคกลางๆอย่าง ภูมิใจไทย และ ประชาธิปัตย์ ส่วนพรรคขนาดเล็ก จะเสียเปรียบไม่มีคะแนนปัดเศษ เป็นตัวช่วยเหมือนการเลือกตั้งที่ผ่านมาครบถ้วนกระบวนความทางการเมืองผ่านการอภิปราย ผ่านงบประมาณรายจ่ายปี 2565 ผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผ่านการแต่งตั้ง โยกย้ายทหาร ตำรวจ ข้าราชการระดับสูง ครบองค์ประกอบในการเลือกตั้งปัญหาภายในของแต่ละพรรค คงไม่ปล่อยให้คาราคาซังไปนานกว่า 6 เดือน ส.ส.แต่ละคนก็มีทางเดินของตัวเองไว้แล้ว ตราบใดที่อำนาจของสาม ป. ยังครอบคลุมการเมืองเอาไว้แบบเบ็ดเสร็จการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในระยะเวลาอันใกล้นี้คงจะยากต้องรอให้คนรุ่นต่อไปแก้ไขอำนาจที่ไม่พึงประสงค์ในระบอบประชาธิปไตยเหล่านี้จุดอ่อนของระบอบประชาธิปไตยในไทยก็คือ นักการเมืองไม่เข้มแข็ง และ การเมืองภาคประชาชนอ่อนแอ โดยมีการ อ้างอิงสถาบันชั้นสูง อยู่ตลอดเวลา รวมทั้งเรื่องของผลประโยชน์และการต่อรองอำนาจม็อบจะทะลุฟ้าหรือทะลุแก๊ส ม็อบปาหี่ ม็อบจัดตั้ง ม็อบประชาธิปไตยที่รวมๆกันแล้วยังไม่มีเอกภาพและศักยภาพพอที่จะล้มการปกครองใน ระบอบนี้ได้ (บางคนเรียกว่าระบอบประยุทธ์) เนื่องจากในสถานะความได้เปรียบทั้งบุ๋นทั้งบู๊ มีกำลังอำนาจสามฝ่ายให้การสนับสนุน มีทุนการเมืองที่จะทุบเอาเมื่อไหร่ก็ได้การต่อสู้ภาคประชาชนก็จะค่อยๆอ่อนแรงไปเรื่อยๆเหมือนเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง การเมืองภาคประชาชนขาดผู้นำทางการเมืองที่แท้จริง เพราะ คนที่เป็นเสาหลักทางการเมืองก็อ่อนแอขี้โรค ส่วนชาวบ้านก็ได้แต่คิดฝันอยากได้โน่นได้นี่ มโนเอาเองไปเรื่อยๆ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล ไปสำรวจ ควันหลงจากศึกอภิปรายในสภา พบว่า คนส่วนใหญ่เข้าใจการทำงานของรัฐบาลมากขึ้น การอภิปรายใช้ถ้อยคำหยาบคายพูดเรื่องเดิมๆซ้ำๆ แต่อยากให้รัฐมีการ ปฏิรูประบบราชการ ที่ไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน ต้องการให้มีการ บริหารจัดการวัคซีน ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ต้องการให้มีการ ปรับ ครม. เอาคนที่ไม่มีผลงานไม่ตอบสนอง ความต้องการของประชาชน และไม่มีความโปร่งใส มีปัญหาทางภาพลักษณ์ออกไปแต่ยังเชื่อมั่นการบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ดูแล้วขัดแย้งกันอย่างไรชอบกลและทั้งหมดคือความขัดแย้ง ทางความคิดของคนไทย เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง ความสับสนที่เกิดขึ้นโดยวิเคราะห์จากโพลดังกล่าว พอที่จะสรุปได้ 2 แนวทาง เป็นเพราะความอ่อนแอของการเมืองภาคประชาชนหรือเป็นความอ่อนแอของสำนักโพลเอง เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับบ้านเราวันนี้ จะไม่มีทางเกิดขึ้นในประเทศที่ประชาธิปไตยเจริญแล้วแน่นอน.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th