งานประกาศรางวัลแกรมมี่ ครั้งที่ 63 ประจำปี 2564 ซึ่งจัดที่ลอสแอนเจลิส คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ที่ตรงกับเช้าตรู่ในประเทศไทย ถึงจะจัดงานส่วนใหญ่จัดในกระโจมขนาดใหญ่ด้านนอก และผู้เข้าชิงก็นั่งกันแบบรักษาระยะห่าง แต่งานก็คึกคักไม่น้อย ต้องบอกว่าเป็นปีแห่งศิลปินหญิงจริงๆ เมื่อส่องดูเฉพาะรางวัลใหญ่อย่างอัลบั้มแห่งปี ที่สาว เทย์เลอร์ สวิฟต์ คว้าไปจากอัลบั้ม “Folklore” สาวเทย์ยังสร้างประวัติศาสตร์เป็นศิลปินหญิง เทย์เลอร์ สวิฟต์คนแรกที่ได้รางวัลอัลบั้มแห่งปี จากเวทีแกรมมี่ไปถึง 3 ครั้ง เทียบเท่าศิลปินชายที่เคยได้ 3 ครั้งเช่นกันอย่าง แฟรงค์ ซินาตรา, พอล ไซมอน และสตีวี วอนเดอร์ เพลงในการบันทึกเสียงแห่งปีคือ “Everything I Wanted” ของบิลลี่ ไอลิช นักร้อง นักแต่งเพลงสาววัย 19 ปี ในขณะที่เพลงแห่งปี ตกเป็นของ “เฮอร์” (H.E.R.) หรือกาเบรียลลา วิลสัน กับเพลง “I Can’t Breathe” ที่ชื่อเพลงมาจากคำพูดของจอร์จ ฟลอยด์ ชายวัย 46 ปีที่เสียชีวิตขณะถูกตำรวจจับกุมในเมืองมินนีแอโพลิสเมื่อปีที่แล้ว จนเกิดการประท้วงทั่วโลกและมีการเคลื่อนไหว Black Lives Matter (BLM) หรือ “ชีวิตคนดำมีความสำคัญ” บิลลี่ ไอลิชส่วนศิลปินหน้าใหม่ประจำปีก็คือ เมแกน ธี สแทลเลียน ซึ่งสุนทรพจน์ของเธอเป็นอีกหนึ่งความสะเทือนอารมณ์ เมื่อเธอกล่าวอุทิศรางวัลนี้ให้กับมารดาที่เสียชีวิตด้วยโรคเนื้องอกในสมองในปี 2562 และที่สุขสมหวังสุดๆคงเป็น บียอนเซ่ โนวส์ นอกจากจะคว้าไป 4 รางวัล และศิลปินอาร์ แอนด์ บี ยอดเยี่ยมจากเพลง “Black Parade” เธอยังขึ้นแท่นศิลปินหญิงที่สร้างสถิติได้รับรางวัลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของแกรมมี่ อวอร์ดส์ ถึง 28 ครั้ง แซงหน้านักร้องบลูแกรสส์ อลิสัน เคลาส์ส ไปเรียบร้อย...เป็นปีแห่งความยิ่งใหญ่ของผู้หญิงจริงๆ. เมแกน ธี สแทลเลียน บียอนเซ่ โนวส์