“เป็นที่พึ่งสุดท้ายที่หมายพึ่ง” คือ สโลแกนการทำงานของกองบังคับการปราบปรามที่ยึดถือมาตลอดเวลา 72 ปีของการจัดตั้งหน่วย“เราไม่ได้เป็นที่พึ่งเฉพาะผู้เสียหายเท่านั้น แม้ผู้ถูกกล่าวหาหากไม่ได้รับความเป็นธรรม หากถูกกลั่นแกล้งถูกรังแก เราก็จะสืบสวนสอบสวนเพื่อหาหลักฐานเพื่อคืนความยุติธรรมให้เขา เพราะกองปราบปรามจะเป็นที่พึ่งของประชาชนทุกคน” พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. คนใหม่ กล่าวกับทีมข่าวอาชญากรรมพล.ต.ต.สุวัฒน์ เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 44 เริ่มเส้นทางตำรวจเป็นตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวนที่ สภ.ห้างฉัตร ลำปาง เป็นเวลา 16 ปี ก่อนย้ายมาที่กองบังคับการปราบปราม เมื่อปี 2550 ในตำแหน่งรอง ผกก.กลุ่มงานสอบสวน ดูแลงานสอบสวนคดีต่างๆ จนขยับขึ้นไปเป็น ผบก.ปป.เมื่อวันที่ 1 ต.ค.62 ก่อนโยกมากลับเข้ารับตำแหน่ง ผบก.ป.เมื่อวันที่ 1 ต.ค.63 ที่ผ่านมาด้วยความรักและถนัดในงานด้านสอบสวน โครงการที่ พล.ต.ต.สุวัฒน์ ให้ความสำคัญเป็นเรื่องแรกคือ การจัดทำ “บิ๊กดาต้า” ข้อมูลอาชญากรรมที่กองปราบปราม “บิ๊กดาต้าของกองปราบปราม รวบรวมข้อมูลต่างๆตั้งแต่ข้อมูลทะเบียนราษฎร ทะเบียนประวัติอาชญากร ประกันสังคม ทะเบียนรถยนต์ โทรศัพท์ และอื่นๆที่กระจายอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ มาไว้ที่ศูนย์ของกองปราบฯ เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการปฏิบัติงาน ทั้งในการตรวจสอบ สอบสวน สืบสวนจับกุมเพื่อความรวดเร็วในการค้นหาข้อมูล“เนื่องจากเดิมตำรวจจะค้นหาข้อมูลดังกล่าวได้ แต่จะต้องมีข้อมูลเบื้องต้น เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวบัตรประชาชน ทำให้เป็นอุปสรรคในการค้นหา หากสามารถรวบรวมข้อมูลหน่วยงานต่างๆมาเป็นบิ๊กดาต้า จะทำให้ค้นหาข้อมูลได้สะดวกขึ้น เช่น มีเพียงชื่อ พฤติกรรม เราก็จะสามารถเรียกข้อมูลมาใช้ในการตรวจสอบได้“ตอนนี้ได้ข้อมูลจากหลายหน่วยงานแล้ว คาดว่าราวต้นปีหน้าจะสามารถเริ่มใช้การได้ และเมื่อการดำเนินการของเราเห็นผล หน่วยงานหรือองค์กรต่างๆจะเชื่อใจเรา และยินยอมให้ข้อมูลกับตำรวจมากขึ้น ซึ่งผลดีที่ติดตามมาก็คือการทำงานของตำรวจในการสืบสวนสอบสวนจะรวดเร็วและสะดวกขึ้น”“งานสอบสวนเป็นงานที่ต้องใช้ศาสตร์และศิลปะ เพราะนอกจากจะต้องมีความรู้แล้ว ยังต้องใช้ประสบการณ์ด้วย” ผู้บังคับการกองปราบ นายตำรวจมือสอบสวน ระบุนอกจากการพัฒนางานข้อมูลสอบสวนสืบสวนแล้ว อีกโครงการที่กองบังคับการปราบปรามวางแผนจะดำเนินการ คือ โครงการอำนวยความสะดวกกับประชาชนในการแจ้งความด้วยระบบออนไลน์ หรือ “แจ้งความออนไลน์” ที่ผ่านมาประชาชนจะต้องเดินทางมาติดต่อกองปราบปรามด้วยตัวเอง เรากำลังศึกษาระเบียบราชการ รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาวิธีการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการรับแจ้งความ โดยระบบออนไลน์ แทนที่จะต้องเดินทางมาด้วยตัวเองเมื่อรับแจ้งความแล้ว หากเป็นคดีที่กองปราบฯพิจารณาแล้วว่าเข้าข่ายในการดำเนินการก็จะรับเป็นคดี ขณะที่หากเป็นคดีที่เป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนพื้นที่ ก็จะส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนท้องที่รับดำเนินการต่อ อย่างไรก็ตาม ต้องดูรายละเอียดของขั้นตอนกฎหมายด้วยว่า จะดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบราชการที่เกี่ยวข้องอย่างไร“หากจำเป็นต้องแก้ไขหรือปรับปรุงระเบียบที่เกี่ยวข้อง ก็จะนำเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป” พล.ต.ต.สุวัฒน์ ระบุที่ผ่านมา ตำรวจกองปราบฯได้รับการยกย่องจากสังคมทั่วไป จากผลงานการสืบสวนจับกุมคนร้ายในคดีสำคัญมามาก หากในอนาคตสามารถพัฒนางานด้านสอบสวน และการบริการประชาชนให้สะดวกรวดเร็ว ควบคู่ไปกับงานด้านสืบสวนการเป็นที่พึ่งของประชาชน คงเป็นจริงตามสโลแกน.ทีมข่าวอาชญากรรม