เปิดไทม์ไลน์หนุ่มอินเดียจากเกาะพีพีติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศ กรมควบคุมโรคเผยตั้งแต่ก่อนตรวจพบเชื้อไปเที่ยว “เชียงใหม่-สุโขทัย-ภูเก็ต-กระบี่” ช่วงลอยกระทง ตามผู้สัมผัสได้ 290 คน แยกเป็น 4 กลุ่มที่ต้องเข้าระบบตรวจหาเชื้อ-กักตัว ขณะที่ “หมอโอภาส” มั่นใจรายนี้โอกาสแพร่เชื้อมีความเสี่ยงต่ำมาก เหตุพบมีเชื้อน้อย ด้าน ผวจ.กระบี่วอนประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนก อยากให้เชื่อมั่นกระบวนการป้องกันและตรวจคัดกรองของจังหวัดจากกรณีมีการพบชายชาวอินเดีย วัย 37 ปี ทำงานร้านอาหารที่ จ.กระบี่ ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบรุนแรง (โควิด-19) และเบื้องต้นทีมสอบสวนโรค ตรวจหาเชื้อจากบุคคลในครอบครัว 4 คน และผู้สัมผัสใกล้ชิดอีก 19 คน ผลตรวจออกมาเป็นลบนั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 8 พ.ยที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค พญ.วลัยรัตน์ ไชยฟู ผอ.กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้ากรณีชายชาวอินเดียรายนี้โดย พญ.วลัยรัตน์กล่าวว่า ทีมสอบสวนโรคจากส่วนกลางและเขตสุขภาพที่ 11-12 และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ภูเก็ต เชียงใหม่ สุโขทัย พบว่าชายอินเดีย อายุ 37 ปี เดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่ เม.ย.2562 ประกอบธุรกิจร้านอาหารกับภรรยา ที่เกาะพีพี วันที่ 26 ม.ค.2563 เดินทางไปประเทศสิงคโปร์และกลับเข้าไทยวันที่ 1 ก.พ.2563 ซึ่งช่วงนั้นประเทศไทยยังไม่มีมาตรการกักตัว จากนั้นไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศอีก จากการสอบถามผู้ป่วยให้ข้อมูลว่า มีอาการไอ วันที่ 2 พ.ย. จึงตรวจสอบย้อนหลัง 14 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 19-27 ต.ค.อาศัยอยู่บนเกาะพีพีจากนั้นช่วงวันที่ 28 ต.ค. ถึงวันที่ 3 พ.ย. นั่งเรือจากเกาะพีพีมาตัวเมือง จ.กระบี่ ต่อด้วยไป จ.ภูเก็ต และเชียงใหม่ ด้วยเครื่องบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน FD3167 เช่ารถยนต์ขับไปเที่ยวงานลอยกระทงที่ จ.สุโขทัย และย้อนกลับมาที่ จ.เชียงใหม่ บินกลับ จ.ภูเก็ต ด้วยเที่ยวบิน FD1968 ไปห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ก่อนกลับ จ.กระบี่ และกลับเกาะพีพี แล้วมาตรวจพบเชื้อในวันที่ 5 พ.ย.ซึ่งขณะนี้ทีมสอบสวนโรคตามผู้สัมผัสได้รวม 290 คน แบ่งเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 79 คน แบ่งเป็นกลุ่มดังนี้1.คนในครอบครัวเดียวกัน 4 คน ได้แก่ ภรรยา น้องชาย ภรรยาน้องชาย หลานสาว ซึ่งจากการตรวจเชื้อน้องชาย ภรรยาน้องชาย หลานสาว ผลเป็นลบ ส่วนภรรยา กำลังรอผลตรวจอยู่ 2.ผู้สัมผัสในชุมชน 5 คน ได้แก่ เพื่อน 3 คน ที่ จ.ภูเก็ต สุโขทัย เชียงใหม่ พนักงานที่สนามบิน 1 คน โรงแรม 1 คน 3.กลุ่มยานพาหนะ 64 คน แยกเป็นผู้โดยสารในเที่ยวบินเดียวกันทั้งไปและกลับที่นั่งอยู่ 2 แถวหน้าหลัง พนักงานบนเครื่อง รวม 45 คน และเรือเฟอร์รี่ 19 คน 4.กลุ่มแพทย์และบุคลากร 6 คน และผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 211 คน ซึ่งได้ติดตามมาตรวจหาเชื้อและกักตัวแล้ว“เราพยายามหาต้นตอการติดเชื้อ โดยให้ซักประวัติย้อนหลังเพิ่มเติม 1-2 เดือนไปที่ไหนมาบ้าง และการที่เดินทางไปต่างประเทศช่วงเดือน ก.พ. ต้องนำไปตรวจสอบกับข้อมูลวิชาการว่าภูมิคุ้มกัน สามารถอยู่ได้นานเท่าไร และรอผลการถอดรหัสพันธุกรรม เพื่อนำมาประกอบกันเพื่อสรุปว่าติดจากที่ใด ซึ่งต้องรอข้อมูลก่อน” พญ.วลัยรัตน์กล่าวด้าน นพ.โอภาสกล่าวว่า กรณีชายอินเดียยืนยันว่า มีการเก็บตัวอย่าง 2 ครั้ง และพบว่ามีเชื้อน้อยทำให้โอกาสแพร่เชื้อโควิดไปคนอื่นมีน้อยไปด้วย ประกอบกับผู้ป่วยรายนี้ไม่มีอาการป่วย ซึ่งเมื่อตามผู้สัมผัสใกล้ชิดคือคนในครอบครัวมาตรวจหาเชื้อ 4 คน ผลเป็นลบ 3 คน ได้แก่ น้องชาย ภรรยา–น้องชายและหลาน ส่วนภรรยากำลังรอผล ก็น่าจะทำให้วางใจได้ว่าเชื้อไม่แพร่ไปสู่คนอื่น ส่วนผู้สัมผัสอื่นๆ จะติดตามมาตรวจให้ได้มากที่สุด ส่วนจะติดจากที่ใดนั้น ได้ตั้งสมมติฐานไว้ว่า ผู้ป่วยรายนี้น่าจะติดเชื้อมาหลายเดือนแล้ว เทียบกับกรณีดีเจ ซึ่งคาดว่าน่าจะติดเชื้อในช่วงที่ไทยมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มากๆ ในเดือน เม.ย.-พ.ค.แล้วเราไม่สามารถตรวจจับได้ แต่เชื้อไม่แพร่กระจายเพราะช่วงนั้นคนไทยสวมหน้ากากอนามัยกันมาก เมื่อได้เชื้อเข้ามาแล้วร่างกายก็สร้างภูมิคุ้มกัน และเราก็สวมหน้ากากอนามัย เชื้อไม่แพร่กระจาย แต่ทั้งหมดเป็นเพียงการคาดการณ์ ซึ่งต้องหาข้อมูลมาพิสูจน์กันต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้แน่ชัดคือการสวมหน้ากากอนามัยสามารถป้องกันการแพร่ระบาดได้สำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดต่างๆที่ผู้ป่วยรายนี้ได้เดินทางตามที่มีปรากฏในไทม์ไลน์ ทั้งที่ จ.กระบี่ ภูเก็ต เชียงใหม่ สุโขทัยนั้น นพ.โอภาส กล่าวว่า ประชาชนไม่ต้องตื่นตกใจ กรณีนี้มีความเสี่ยงต่ำมาก ขนาดคนในครอบครัวที่อยู่กับผู้ป่วยทั้งวันยังมีผลเป็นลบ และไม่มีการปิดสถานที่ใดๆ เราใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพียงแต่ขอให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่างวันเดียวกัน พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผวจ.กระบี่ กล่าวถึงกรณีชายชาวอินเดียว่า นับเป็นผู้ติดเชื้อรายที่ 21 ของ จ.กระบี่ อย่างไรก็ตาม อยากให้เชื่อมั่นในกระบวนการป้องกัน และตรวจคัดกรองของ จ.กระบี่ อย่าตื่นตระหนก ต้องรอผลตรวจยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้งส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก พบผู้ติดเชื้อในวันเดียวเพิ่มถึง 598,152 คน ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมพุ่งทะลุ 50 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 1.25 ล้านคน โดยสหรัฐฯพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ทำสถิติ 126,742 คน ทำให้ทั่วประเทศมีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 10.1 ล้านคน ถือเป็นการพบผู้ติดเชื้อในวันเดียวเป็นจำนวนหลักแสน 4 วันติดต่อกัน ผู้เสียชีวิตรวมกว่า 243,000 คน โดยรัฐเท็กซัสเป็นรัฐแรกในสหรัฐฯที่มีผู้ติดเชื้อรวมเกิน 1 ล้านคน หากนับเป็นประเทศ รัฐเท็กซัสมียอดผู้ติดเชื้อเป็นอันดับ 10 ของโลก เพราะเม็กซิโก ซึ่งอยู่อันดับ 10 ของโลกมีผู้ติดเชื้อสะสมทั้งประเทศอยู่ที่กว่า 955,000 คน ขณะที่สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ทรงสวมหน้ากากอนามัยเป็นครั้งแรกระหว่างเสด็จประกอบพระราชกรณียกิจพิธีรำลึกการฝังศพทหารไร้นามซึ่งสละชีพในสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาพระองค์ไม่ได้ทรงสวมหน้ากากอนามัย แม้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในอังกฤษจะรุนแรง โดยยอดติดเชื้อในอังกฤษยังคงพุ่งสูงอยู่ที่ 1.1 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 48,000 คน และพิธีครั้งนี้จัดขึ้นก่อนอังกฤษเข้าสู่มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศเป็นเวลา 4 สัปดาห์