อุปกรณ์ตรวจวินิจฉัยที่ใช้กันในบ้าน ในสำนักงานแพทย์ มักไม่ไวพอที่จะตรวจจับไวรัสจำนวนเล็กน้อยที่อาจมีอยู่ในร่างกายคนที่ไม่มีอาการ ซึ่งกรณีนี้อาจเกิดขึ้นได้ในผู้ที่ติดเชื้อโรคโควิดไนน์ทีน (COVID–19) ในระยะเริ่มต้น ทำให้นักวิจัยพยายามพัฒนาอุปกรณ์ที่จะตรวจจับไวรัสที่อาจมีอยู่น้อยนิดในร่างกายให้ได้ก่อนหน้านี้นักวิจัยเคยใช้อนุภาคเจลคู่กับย้อมสีเคมีเพื่อดักและตรวจจับไวรัส แต่วิธีนี้จำกัดแค่ไวรัสบางชนิดที่จับและย้อมสีได้ อาจใช้เวลากว่า 30 นาที อุปกรณ์ยังมีราคาแพง ล่าสุด นักวิจัยนำโดยนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยซินซินเนติ ในสหรัฐอเมริกา ได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ตรวจจับไวรัสในตัวอย่างปัสสาวะหรือน้ำลายได้แล้ว อุปกรณ์มี 2 ชิ้นที่แตกต่างกัน แต่ทั้งคู่ใช้ระบบกรองด้วยเยื่อที่คล้ายกัน อุปกรณ์แรกใช้ตรวจจับไวรัสโดยมีการใช้สุญญากาศเพื่อดึงน้ำผ่านเยื่อแผ่น ทิ้งไวรัสไว้ในสารละลายที่เข้มข้นและวิเคราะห์ตัวอย่างในอุปกรณ์เดียวกัน อุปกรณ์ชิ้นที่ 2 ติดตั้งถังก๊าซไนโตรเจนและตัวควบคุม ทำให้รับแรงดันได้ถึง 45 กิโลกรัมต่อตารางนิ้วของแรงดันทั้งนี้ ทีมทำการตรวจสอบน้ำลายและปัสสาวะจริง โดยมีตัวอย่างโปรตีนจากไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ซึ่งผลการทดสอบมีความสอดคล้องอย่างยิ่งกับอุปกรณ์ชิ้นที่ 2 ที่แสดงผลความเข้มข้น 33 เท่าของการตรวจตัวอย่างแบบเดิม วิธีนี้น่าจะใช้ได้ผลกับการตรวจจับไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A เพราะเป็นไวรัสทางเดินหายใจที่มีแนวโน้มจะพบในน้ำลาย เทคนิคนี้ยังอาจใช้ทดสอบการตั้งครรภ์ในระยะแรก อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการทดสอบอุปกรณ์กับไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด.(ภาพ : Credit : Amy Drexelius)