เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาประกาศรายชื่อ 6 รัฐมนตรีใหม่ที่ได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งรัฐมนตรีในรัฐบาล “บิ๊กตู่ 2/2” ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นผู้นำเสนอลงล็อกลงตัวตามโผ คาดการณ์ก่อนหน้าจะมีที่เพิ่มเติมก็คือบทบาทของ “ดอน ปรมัตถ์วินัย” รมว.ต่างประเทศ เป็นรองนายกฯอีกตำแหน่ง เพื่อเติมมิติด้านเศรษฐกิจในงานต่างประเทศอย่างที่ผู้นำบอกขณะที่รัฐมนตรีใหม่ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ เป็นรองนายกฯ ควบ รมว.พลังงาน นายปรีดี ดาวฉาย เป็น รมว.คลัง นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็น รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมและ 3 รมต.ป้ายแดง จากปีกการเมือง “เสี่ยแฮงค์” อนุชา นาคาศัย นั่งแท่นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ได้โชว์ฝีมือการบริหารระดับชาติเสียที เช่นเดียวกับ “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น เป็น รมว.แรงงาน ได้สวยแจ่มอย่าง “อดีตโฆษกบิ๊กอาย” ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็น รมช.แรงงานโดยเฉพาะรายหลังสุด เรียกเสียงฮือทั่วยุทธจักรการเมืองว่ากันว่า ดีกรี ดร.คนเก่งนางนี้ ในวงหารือ 3 ป. เสียงแว่ว “พี่ว่าไง-น้องเห็นด้วย” จะมีเสียงติงเล็กๆ “พี่รอง” ทัดทานด้วยเหตุกลัวยุ่งตามมา แต่ก็เป็นเสียงข้างน้อยที่สงวนคำแปรญัตติ ยอมรับในมติพี่ๆน้องๆส่วนอีกตำแหน่งที่ฝ่าดงเสือ ชื่อเข้าป้ายเป็นเจ้ากระทวงเปลวเพลิง-พลังงาน “สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” ที่เป็น “ตาอยู่” คว้าพุงปลา ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าแต่อีกกระแสก็ชี้ว่า “สุพัฒนพงษ์” เป็นชื่อที่วาง “นิ่ง” ไว้แต่แรกเพราะอดีตกรรมการ ปตท. และ ปตท.โกลบอลเคมิคอลรายนี้ นอกจากดีกรีไม่ธรรมดา มืออาชีพด้านงานบริหารในบริษัทรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานยักษ์ใหญ่ถูกดึงมา “พักรอ” อยู่ในทีมขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติฯ และนั่งเป็นที่ปรึกษานายกฯมาระยะหนึ่งแล้วด้วยคอนเนกชันสุดปึ้ก แรงหนุนทั้งทีม เสธ.ตึกไทยฯ “เสธ.มิตต์-เสธ.นิว” ทีมงานใกล้ชิดผู้นำที่เคยเป็นบอร์ดในรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานร่วมการันตี และเสียงดังๆในบ้าน “จันทร์โอชากรุ๊ป” คอนเฟิร์มอีกแรงที่จริง “บิ๊กตู่” ก็คุ้นเคย “สุพัฒนพงษ์” มา 10 กว่าปีก่อนแล้ว ในฐานะสมาชิก “วปอ.-ปรอ.50-20คอนเนกชัน”รมว.พลังงานจึงลงล็อกลงตัว ตามมติ “จันทร์โอชากรุ๊ป” และพลังระดับไฮเพาเวอร์หนุนส่งเบื้องหลังวิถีการเมือง วิถีอำนาจ และโลกความจริงที่ “บิ๊กตู่” รับรู้และยอมรับแต่วันนี้เส้นทางของ “บิ๊กตู่” และพี่น้อง 3 ป. “งาน” ข้างหน้ายังไม่จบ เพราะที่เห็นและเป็นอยู่จริง ทั้งงานบริหารสถานการณ์หลังวิกฤติโควิด–19 ต้องเจอโคตรวิกฤติให้สะสาง ฟื้นฟูเยียวยาบ้านเมืองไหนจะมรสุมจากจุด “สนิม” เนื้อใน ความไม่พอใจของขั้วการเมือง “อกหัก” แปรเป็นแรงปั่นป่วนได้ทุกเมื่อเรื่องนี้ไม่เหนือคาดหมาย ตระเตรียมแผนสำรองไว้กับการเปิดเนอร์สเซอรี รับ “ฝากเลี้ยง” ไพร่พลปีกฝ่ายค้าน โดยเฉพาะเครือข่าย “นายใหญ่” ที่ยอม “หมอบ” ไม่ “สิ้นเปลือง” โดยใช่เหตุไฟเขียวลูกข่ายคนดูไบ ตบเท้าเป็น “เฟรนด์ ออฟ ลุง” แบบลับๆ ลอตใหญ่ตุนไว้เติมแต้ม ไม่ว่าจะเป็นเหตุฉุกเฉินจาก “แรงกระเพื่อม” ในพลังประชารัฐ หรือ “เกมเฮี้ยว” ของพรรคร่วมในค่ายการเมืองเก่าแก่ 20-30 แต้มสแตนด์บาย รอเสียบขณะที่ศึกนอก ทั้งแฟลชม็อบ แรงต้านจากกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา กลุ่มเยาวชนปลดแอก กับข้อเรียกร้องให้ “บิ๊กตู่” ลาออก แก้ไขรัฐธรรมนูญ หยุดคุกคามความเห็นต่างของเด็กๆยืดหยุ่นสูงอย่างท่านผู้นำเริ่มปล่อยเกม ทั้งประกาศถือธงนำแก้ไขรัฐธรรมนูญ และบุกถึงตัว เตรียมให้สภาพัฒน์เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น แถมลุงจ่อจัดคิวแวะไปจับเข่าคุยกับน้องๆหลานๆด้วยตัวเองเร่ง “ดับไฟ” ที่ชนวนอย่างไวว่องและที่แฝงกลซ่อนเกม “อยู่ยาว” กับคิวแก้รัฐธรรม 2560 ที่เผลอๆจบสมัยสภาฯจะเสร็จหรือเปล่าไม่รู้ และยังเป็นเส้นทางวิบากตั้งแต่จุดเริ่ม ที่ต้องอาศัยเสียง ส.ว.หนุน ขณะที่บรรดาสมาชิกสภาสูง เริ่มดาหน้าต้านการแก้ไขปม “250 ส.ว.” พ่วงประเด็น “โหวตเลือกนายกฯ”ยึดแผนต่อท่อแข็งขัน รักษาเก้าอี้ตัวเองไม่มีเหนียมแล้วเพียงแต่อะไรๆที่ว่าจะเข้าล็อกเข้าแผน ในทางการเมืองก็มีตัวอย่างให้เห็นมาตลอดย่างก้าวที่สุขุมและยืดหยุ่น หมากเกมยืดเวลาแห่งอำนาจที่ปล่อยออกมา ถึงที่สุดในห้วงเปลี่ยนผ่านบ้านเมือง อะไรก็ไม่แน่นอน หากเจอจุดสะดุดพลาดขึ้นมาก็เสี่ยงพังพาบชาวคณะลุงๆรู้ดี เป็นห้วงที่ทรงตัว ประคองอำนาจยากยิ่ง.ทีมข่าวการเมือง