สกัดม็อบ-มุ่งกดหัว ซัดสมคิดเลิกหลอก แซะตู่ไม่ไหวออกไป“บิ๊กตู่” สยบแรงกระเพื่อมปรับ ครม. ลั่นถึงเวลาตัดสินใจเอง พวกฝืนกฎหมายจงใจจุดไฟวุ่นวายหรือเปล่า ฮึ่มอย่าก้าวล่วงละเมิดกฎหมาย “บิ๊กป้อม” ปัดไม่จริงหวนคืนคุมตำรวจ “พิชัย” ตอก “สมคิด” เลิกหลอกชาวบ้านเหมือนลวงนายกฯ แซะ “ประยุทธ์” เสียสละลาออก ไม่ไหวก็อย่าฝืน ฝ่ายค้านจวกผู้นำเสพติดอำนาจกุมเบ็ดเสร็จ ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีกเดือน “จักรพล” ฉะมุ่งกดหัวพรรคร่วมฯ-สกัดม็อบฮือ “ณัฐชา” หยันประคองรัฐบาล ไม่ใช่ควบคุมโรคโควิด “บิ๊กตุ้ย” ฝาก “น้องตู่” ด่านักการเมืองไว้อย่าทำเอง ติงกองทัพต้องเป็นขวัญใจ ปชช. ไม่ใช่ใครบางคน สภาฯยำรายงานยุทธศาสตร์ชาติ ก้าวไกลถล่มประเทศไทยไม่ใช่ของเล่นทหาร “เทพไท” เฉ่ง คสช.ทุจริตหนักยิ่งกว่ายุคเลือกตั้งการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังอยู่ในภาวะอึมครึม มีการดึงเกมกันไปมาระหว่างผู้ถือดุลอำนาจในรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้ออกมาพูดตอกย้ำอีกครั้งว่าการปรับ ครม.เมื่อถึงเวลาจะตัดสินใจเองนายกฯเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางเข้าเฝ้ากราบนมัสการและถวายเครื่องสักการะ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 26 มิ.ย.63 ทรงเจริญพรรษายุกาล ครบรอบ 93 พรรษา ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กทม.นอกจากนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯและนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ได้เข้าเฝ้ากราบสมเด็จพระสังฆราช เช่นเดียวกันย้ำปรับ ครม.ถึงเวลาตัดสินใจเองต่อมาเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมผู้บริหารต้อนรับ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้ช่วยกันทำงานให้ประชาชนเชื่อมั่นและสบายใจ ช่วยกันทำงานต่อไป จากนั้นเวลา 14.50 น. นายกฯแถลงหลังประชุมว่า งบฯปี 64 อย่ากังวล รัฐบาลทำด้วยเจตนารมณ์บริสุทธิ์ ได้พูดว่างบฯฟื้นฟูเหมือนต่อลมหายใจให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้ หลายอย่างต้องบรรจุไว้ในงบฯปี 64 เพื่อสานต่อการพัฒนา ขอให้แยกแยะเพราะมีพูดในสื่อหลายช่อง ส่วนเรื่องอื่นๆขอให้เอาไว้ก่อน ไม่มีใครรู้เรื่องต่างๆทั้งหมดเหมือนกับนายกฯรู้ เพราะฉะนั้นนายกฯจะตัดสินใจเมื่อทุกอย่างเหมาะสมกับเวลา กับสถานการณ์วันนี้ สิ่งสำคัญ วันนี้คือความรัก ความสามัคคี ส่วนความขัดแย้งเอาไว้ก่อนได้หรือไม่ เพราะประเทศชาติเราเจอปัญหาทั้งเศรษฐกิจและอะไรเยอะแยะ สำคัญทุกคนต้องยึดมั่นสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่สร้างภาระให้เจ้าหน้าที่หนักขึ้นฉะคนฝ่าฝืนจงใจก่อเหตุวุ่นวายรึเปล่านายกฯกล่าวว่า ประชาชนหลายคนจะเดือดร้อน จากการกระทำที่ทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นมาต้องขอร้องกัน คงไปว่าหรือไปขู่ใครไม่ได้ กฎหมายจะเป็นตัวกำหนด กฎหมายทำให้ประชาธิปไตยถูกต้องสงบสุข เรามีกฎหมายอยู่ตัวเดียว ทุกคนต้องปฏิบัติตาม จะไม่ไปก้าวล่วง ส่วนการดำเนินคดีเหมือนกันทุกคดี เมื่อมีตัวบทกฎหมายอยู่แล้ว ทุกคนรู้ว่าตัวเองทำผิดหรือถูก จึงไม่ต้องไปสั่งอะไรหน่วยงานเขา ไม่ว่ากรณีใดก็ตามบอกให้ตำรวจทำตามหน้าที่ตามกฎหมายที่มีอยู่ ทำงานตามที่ประชาชนต้องเคารพกฎหมาย ทุกคนย่อมรู้อยู่แล้วว่ามีกฎหมายอะไร เว้นเสียแต่ว่าทุกคนมุ่งจะฝ่าฝืนกฎหมายนั้น เพื่อให้เกิดความวุ่นวายบางอย่างหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ แล้วกฎหมายผิดอะไร เมื่อมีการกระทำความผิดต้องดำเนินคดีเท่านั้นเอง ฉะนั้นอย่าเอาไอ้ตรงนี้มาทำให้มีปัญหา ทั้งกฎหมายปกติและ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำผิดตรงไหนก็ว่าตรงนั้น ทุกคนรู้กฎหมายอยู่แล้ว จะบอกว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ฮึ่มอย่าละเมิดก้าวล่วงทำผิด ก.ม.นายกฯกล่าวว่า สำหรับการดำเนินคดีความมั่นคงจะมอบตัวหรือไม่มอบตัวทุกคนต้องรู้กฎหมายอยู่แล้วจะอ้างว่าไม่รู้หรือไม่ทราบไม่ได้ เพราะมีหมายเรียกออกมา แล้วไม่มาต้องออกหมายจับ มันมีระยะเวลาอยู่แล้ว เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม จะคดีเก่าหรือคดีใหม่หมายจับอะไรแล้วแต่ ต้องออกตามหมายเรียกทุกคดีต้องเป็นอย่างนี้ ขอให้ตำรวจ ทหาร ประชาชนทุกคน ทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น ช่วยดูแลบ้านเมืองให้สงบสุขต่อไป เป็นธรรมดา คน 67 ล้านมีความคิดเห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่อย่าไปละเมิด ก้าวล่วง อย่าทำผิดกฎหมาย ขอแค่นั้นเรื่องนักศึกษาขอให้เอาใจใส่ ตั้งมั่นการศึกษา อย่าไปเสียสมองเรื่องที่ไม่สำคัญกับตัวเองมอบนโยบายลงโทษตำรวจพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่าที่ประชุม ก.ตร.ได้หารือถึงการลงโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลายรายด้วยกันทั้งไล่ออก ปลดออกและให้ความเป็นธรรม ถ้าทำไม่ดีต้องถูกลงโทษ คนดีต้องสนับสนุนทำงานต่อไป และได้ชมเชย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.และที่ปรึกษาคณะผู้ช่วยต่างๆ รวมทั้งให้นโยบายไปว่าต้องสร้างการรับรู้เป็นระยะ การลงโทษทางวินัยอะไรแล้วแต่ถ้ามองย้อนกลับไปจะเห็นว่าลงโทษไปไม่น้อย บางทีเราไม่ค่อยให้ความสำคัญเรื่องนี้แล้วปัญหาใหม่ๆก็เข้ามา ความผิดใหม่ๆเข้ามา หลายคนไม่เข้าใจว่าเราดูแลกันอย่างไร ในฐานะกำกับดูแล สตช.จึงให้ความสำคัญเรื่องนี้ การเป็นผู้บังคับบัญชาคนมี 2 อย่าง คือให้คุณกับการให้โทษให้เหมาะสมเผยปลดตำรวจทำผิดไป 42 รายพล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า นายกฯฝากขอบคุณการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลได้หลายอย่าง ในการดำเนินคดีต่างๆได้อย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง ทั้งคดีความมั่นคง การฝ่าฝืน พ.ร.ก. นายกฯย้ำว่าการเป็นผู้บังคับบัญชาต้องให้ทั้งคุณและโทษอย่างเป็นธรรมกับลูกน้อง คนทำผิดต้องลงโทษจริงจัง มีตำรวจที่กระทำผิดไล่ออก ปลดออกไปถึง 42 คน “บิ๊กป้อม” ไม่รู้ “ฌอน” ปลื้มลุงถูกถล่มเละเมื่อเวลา 11.30 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายฌอน บูรณะหิรัญ พิธีกรและนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ หรือไลฟ์โค้ชชื่อดัง ชื่นชมว่าเป็นคนใจดีว่า เป็นเรื่องความคิดเห็นส่วนบุคคล และตอนที่ไปปลูกป่าร่วมกัน ไม่ได้พูดคุยเป็นการส่วนตัว เพราะภายในงานคนมีเป็นจำนวนมากและก็จำไม่ได้ เมื่อถามถึงกรณีที่นายฌอนถูกวิพากษ์วิจารณ์ จนยอดคนติดตามในโลกโซเชียลมีเดียหายไปกว่า 1 ล้านคน จากเดิมที่มีคนกดติดตามประมาณกว่า 4 ล้านคน พล.อ.ประวิตรอึ้งนิ่งไปชั่วครู่ก่อนกล่าวว่า ตนไม่ทราบ เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรเป็นผู้ใหญ่ใจดีจริงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า แล้วแต่คนจะมองปฏิเสธไม่จริงจะกลับมาคุม ตร.เมื่อถามถึงการปรับ ครม. มีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประวิตรจะกลับมากำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ประวิตร ส่ายหน้าก่อนกล่าวว่า “ไม่จริง” ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการตรวจยึดอาวุธสงครามได้จำนวนมากที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนอยู่ ยังไม่ทราบที่มาของอาวุธดังกล่าวว่ามาจากในประเทศหรือนอกประเทศ อยู่ระหว่างการสอบสวน เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านและกลุ่มนักศึกษามองว่าเป็นการจัดฉากหรือไม่ พล.อ.ประวิตรปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว “พิชัย” ซัด “สมคิด” เลิกหลอก ปชช.นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ส่งออกไทยเดือน พ.ค.ทรุดหนัก -22.5% หดตัวมากที่สุดในรอบ 11 ปี ธปท.ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยจาก -5.3% เป็น -8.1% หนักมากและยังมีโอกาสหนักกว่านี้จะทำให้มีธุรกิจล้มละลาย เศรษฐกิจไทยทรุดหนักมาตั้งแต่ก่อนโควิด การที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ แก้ตัวว่าอย่ามาโทษว่าทำเศรษฐกิจพังคงไม่น่าจะได้ จำเป็นต้องเร่งการปรับคณะ ครม.เศรษฐกิจ ยังไม่แน่ใจว่าทีมเศรษฐกิจใหม่จะเป็นใคร จะแก้ไขเศรษฐกิจได้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆทีมเศรษฐกิจปัจจุบันไม่สามารถแก้ไขได้โดยผลงาน 6 ปีที่ผ่านมา ไม่อยากให้นายสมคิดหลอกประชาชนเหมือนที่หลอก พล.อ.ประยุทธ์ มังกรบินมีแต่ในนิยาย 6 ปีเศรษฐกิจไทยไม่เคยมีแนวโน้มจะฟื้นเลย จะเป็นมังกรบินได้อย่างไรแซะ “ประยุทธ์” ไม่ไหวอย่าฝืน“แนวทางหนึ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทยคือการจัดสรรงบฯให้ประเทศพัฒนาเข้ากับอนาคตโลก ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ทำไม่ได้ ไม่มีความรู้เพียงพอควรจะเสียสละลาออก เพื่อให้คนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำแทน ภาวะเศรษฐกิจต่อไปนี้ต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถจริงๆ ไม่ใช่มือสมัครเล่นที่ยอมรับเองว่าไม่เก่ง จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจไทยเสียหายมากขึ้น”พท.ซัดเสพติดอำนาจต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี สมช.เสนอต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือน มองเป็นนัยทางการเมือง เป็นเพราะรัฐบาลเสพติดการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ นายจักรพล กล่าวว่า มองเช่นนั้นได้ เพราะการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินทำให้รัฐบาลบริหารประเทศและบริหารจัดการกันเอง ทำได้ง่ายโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบด้านอื่นๆ ทั้งที่ถูกประชาชน นักธุรกิจทั้งในและต่างชาติจับตา เพราะไม่มีการติดเชื้อในประเทศถึง 31 วันเป็น 2 เท่าของระยะเวลาฟักเชื้อแล้ว บวกกับความเชื่อมั่นของต่างชาติมองไทย และไทยมองไทยว่าระบบสาธารณสุขเราแข็งแรง ผลกระทบโควิดต่อระบบเศรษฐกิจทุกมิติ ถ้ามองประเด็นเหล่านี้ทุกคนเฝ้ารอว่ารัฐบาลจะไม่ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ทำให้กังวลและไม่สบายใจว่าผลงานต่อสู้โควิดที่ดีที่รับทราบมาตลอดเป็นเรื่องจริงหรือไม่ส่งนัยกดหัวพรรคร่วมฯ–สกัดม็อบ“มันย้อนแย้งว่ารัฐบาลโปร่งใสหรือไม่ อดคิดไม่ได้ว่าการต่อ พ.ร.ก.ครั้งนี้มีนัยทางการเมืองเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานของรัฐบาล ไม่ว่าป้องกันการเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือความกดดันทาง การเมืองในพรรคร่วมรัฐบาลเอง รัฐบาลต้องจริงใจอธิบายเหตุผลว่าประเทศไทยอยู่ในจุดที่ยังต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้เนื่องจากอะไร เพื่อใคร” นายจักรพลกล่าว “สมคิด” อัดผู้นำกุมอำนาจเบ็ดเสร็จนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการต่ออายุการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยกเลิกได้แล้ว เพื่อให้ประชาชน สามารถทำอะไรได้สะดวกยิ่งขึ้นไม่ต้องถูกควบคุมโดย พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก เนื่องจาก ศบค.ควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้ดี เรื่องโควิด-19 แทบไม่มีเหตุผลต้องต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก หรือรัฐบาลมีเหตุผลอื่น เช่น ต้องการควบคุมการเคลื่อนไหวของประชาชนที่ไม่พอใจการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ หรือต้องการกุมอำนาจเบ็ดเสร็จไว้ที่นายกฯคนเดียวเหมือนที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตหรือไม่ ถ้าเป็นไปได้อยากให้รัฐบาลพิจารณามุมต่างๆ เช่น เศรษฐกิจ การทำมาหากินของประชาชนและยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้แล้ว“ณัฐชา” เย้ยประคอง รบ.ไม่ใช่คุมโรคนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล กล่าวว่า เราเรียกร้องมาตลอดให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ดีขึ้น มาก ไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศมา 1 เดือนแล้ว เดือนที่แล้วต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินยังก้ำกึ่งพอคิดได้ว่าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น แต่วันนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ได้เป็นการควบคุมโรค แต่เป็นการควบคุมประชาชนและประคองสถานการณ์ที่ไม่มั่นคงของรัฐบาล ที่บริหารราชการไม่ตอบโจทย์และล้มเหลวจนประชาชนหลายกลุ่มกำลังลุกขึ้นมาส่งเสียงจนดังขึ้นทุกวัน ที่ผ่านมาการบริหารงานของรัฐบาลมองข้ามการช่วยเหลือคนบางกลุ่มจนเดือดร้อนหนัก เศรษฐกิจเสียหายเป็นวงกว้าง ช่วงนี้ยังมีข่าวการปรับ ครม. หากปรับมาแล้วไม่ถูกใจประชาชนอาจเกิดกระแสต่อต้าน ความมั่นคงของรัฐบาลจะยิ่งลดลงไปอีก ฟันธงได้เลยว่า การเสนอต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินครั้งนี้ ไม่ได้ทำเพื่อควบคุมโรคแน่นอน“บิ๊กตุ้ย” ติงกองทัพขวัญใจ ปชช.ไม่ใช่บางคนที่คลอง 4 จ.ปทุมธานี พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผบ.ทสส.เปิดบ้านให้ข้าราชการ พ่อค้าและคนสนิทเข้าอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 75 ปี โดย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. มอบหมายให้ พล.อ.สุนัย ประภูชะเนย์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ.เป็นผู้แทนกองทัพบก พล.ร.อ.เจริญพล คุ้มราษี รองเสนาธิการทหาร เป็นผู้แทนกองทัพไทยเข้าอวยพรวันเกิด และมีนายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย (พลท.) เข้าร่วมอย่างคึกคัก พล.อ.ชัยสิทธิ์ได้กล่าวว่า ติดตามสถานการณ์บ้านเมืองอยู่ ดีใจที่โควิด-19 คลี่คลายขึ้น แต่เป็นห่วงเศรษฐกิจยังแย่ ประชาชนเดือดร้อน อยากให้รัฐบาลเร่งสร้างงานให้มากๆ ฝากกองทัพให้ดูแลประชาชนให้ดี ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน กองทัพต้องเป็นขวัญใจของประชาชน ไม่ใช่ขวัญใจของใครบางคน นี่จากใจคนแก่ผู้เฒ่าฝาก “ตู่” ว่านักการเมืองไว้อย่าทำเองเรื่องการเมืองดูแล้วมันอึมครึม ปัจจุบันประเทศยังไม่เป็นประชาธิปไตยแท้ๆ ความรู้สึกของเราก็อึดอัดเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม จะมีการปรับ ครม.เพราะเศรษฐกิจไปไม่ไหวจริงๆที่เคยต่อว่านักการเมืองเป็นอย่างไร ในสมัยก่อน ตนเองอย่าทำแล้วกัน และให้เป็นตัวอย่างที่ดีหน่อย ยังมีเวลาปรับตัว” พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าว “พิธา” ชงขยายเวลา กมธ.งบฯโควิดเมื่อเวลา 09.45 น.ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาติดตาม ตรวจสอบ การใช้เงินตาม พ.ร.ก. 3 ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่าจะเสนอแนวทาง 3 ข้อ คือ 1.นอกจากงบฯจาก พ.ร.ก. 3 ฉบับแล้ว ต้องตรวจสอบงบกลางที่ได้รับการโอนจากงบฯปี 63 ด้วย 2.นอกจากตรวจสอบงบฯแล้วต้องติดตามตรวจสอบมาตรการด้วย เช่น การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และมาตรการหลายอย่างที่ยังไม่คลายล็อก และ 3.การทำงานของ กมธ.ควรมีอายุมากกว่า 120 วัน เนื่องจาก พ.ร.ก.กู้เงินให้อำนาจรัฐบาลกู้เงินถึงสิ้นเดือน ก.ย.64 ส่วนกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ได้เป็นประธาน กมธ. ไม่ว่าประธานจะเป็นใครทุกอย่างมีกติกามีข้อบังคับ ถ้าฝ่ายค้านเป็นประธานจะสง่างามกว่า แต่ตอนนี้ฝ่ายค้านต้องทำงานให้หนักมากขึ้นในการตรวจสอบ ต้องเชื่อมโยงกับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ด้วย“ณัฐวุฒิ” วอล์กเอาต์ประท้วง “ไพบูลย์”ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการประชุม กมธ.มีการถกเถียงกันเล็กน้อยระหว่างนายไพบูลย์ ที่ให้ กมธ.แต่ละคนแนะนำตัว โดยนายอดิศร เพียงเกษ กมธ.จากพรรคเพื่อไทยและนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ทักท้วงว่าเสียเวลา แต่นายไพบูลย์ให้แนะนำตัวต่อไป นายณัฐวุฒิไม่พอใจจึงเดินออกจากห้องประชุมทันที ขณะที่นายกนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ รองประธาน กมธ. เสนอกรอบการทำงานเรื่องสำคัญ 3 เรื่องคือ 1.ต้องพิจารณาเกณฑ์การอนุมัติใช้เงินใน พ.ร.ก.แต่ละฉบับ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน 2.ต้องประเมินผลชัดเจน เกิดประโยชน์จริงหรือตรงกลุ่มคนที่ควรจะได้รับหรือไม่ และ 3.การพิจารณาโครงการต่างๆ กมธ.ควรมีคำ แนะนำไม่ใช่แค่วิจารณ์อย่างเดียว 120 ส.ส.ฝ่ายค้านรอชำแหละงบฯ 64เมื่อเวลา 11.00 น.ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 64 ระหว่างวันที่ 1-3 ก.ค.ว่า มี ส.ส.ฝ่ายค้านแสดงเจตจำนงขออภิปรายแล้วกว่า 120 คน ส.ส.หลายคนยังติดใจการรับงบฯของศาลรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าจะมีสมาชิกหยิบยกประเด็นนี้มาอภิปราย การจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 64 ยังไม่มี ทิศทางชัดเจน ไม่สนองตอบประชาชน จัดงบฯที่ข้าราชการอยากทำ แต่ประชาชนไม่ได้อยากได้ข้องใจโปะเงินเพิ่มใช้เงิน 3 ก้อนซ้ำซ้อนประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ส.ส.ยังติดใจการจัดทำงบฯที่เพิ่มขึ้นจากเดิมโดยเฉพาะงบฯ 3 ก้อนที่ใช้ซ้ำซ้อนคือ งบตาม พ.ร.บ.โอนงบฯปี 63 งบตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ และร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 64 แม้จะเชิญสำนักงบประมาณ สำนักงานบริหารหนี้มาชี้แจงแล้วแต่ยังไม่กระจ่างชัด จากการหารือกับประธานวิปรัฐบาลเกี่ยวกับการตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 64 เบื้องต้น กมธ.จะมี 72 คน กรอบเวลาศึกษา 80-90 วัน จะเข้าสู่การพิจารณาวาระ 2-3 ช่วงประมาณเดือน ก.ย.ก้าวไกลยำยุทธศาสตร์ชาติผักรองจานเมื่อเวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณารับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินงานประจำปี ตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศประจำปี 2562 โดยนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล กล่าวว่า เป็นรายงานที่ค้านความรู้สึกคนไทย เช่น รายได้เฉลี่ยต่อคนเพิ่มขึ้น ความเหลื่อมล้ำลดลง บอกอย่างเท่ว่ากองทัพพร้อมรับมือกับภัยคุกคามทุกมิติ ความรุนแรงอยู่อันดับที่ 20 ของโลก ไม่ต่างอะไรกับผักรองจานเปลืองภาษีประชาชน ยัดเยียดบาปให้เเพะ 3 ตัว คือ 1.ปัจจัยภายนอก 2.ระบบราชการห่วยแตก 3.แพะชื่อประชาชน เหมือนว่าย่ำแย่เพราะประชาชนโง่โวยประเทศไทยไม่ใช่ของเล่นทหารนายจิรัฏฐ์กล่าวอีกว่า รายงานทั้ง 2 เล่ม มองไม่เห็นอำนาจประชาชนอยู่ในนั้น เห็นแต่ภาพพลทหารต้องเตรียมตัวให้พร้อมรับคำสั่งจากเจ้านาย บอกว่าประเทศต้องมีแผนแม่บทล่วงหน้า 20 ปีมีรายละเอียดมากมาย แผนยุทธศาสตร์ชาติทั้งหมดคือนวนิยายที่รวมเอาคำพูดสวยหรูมาเอาไว้มากที่สุดในโลก พวกเราพรรคก้าวไกลไม่รู้ว่าทำไมท่านถึงฉลาดแสนรู้ขนาดนั้นถึงมาคิดแทนคนไทย คิดว่าประเทศนี้เป็นของเล่นของนายทหารทำอะไรลวกๆได้หรือ ถ้ายังทำกับประชาชนเป็นพลทหารแบบนี้ ไม่นานเกินรอที่จะเห็นพลังของการเปลี่ยนแปลงแบบคูณสิบคูณร้อยและคูณพันเท่า ถ้าถึงวันนั้นคงขอเวลาอีกไม่นานแล้วแผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมาแน่นอน “เทพไท” เฉ่ง คสช.โกงกว่ายุคเลือกตั้งนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า แผนแม่บทเรื่องการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ต้องปลูกฝังค่านิยมให้คนมีทัศนคติไม่นับถือคนโกงตามคำพูดของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ บอกว่าอย่าไหว้คนโกงมีบารมีมากแค่ไหนก็มีไป เราต้องแสดงความขยะแขยง รังเกียจพวกโกงชาติบ้านเมือง อยากให้ไปดูสถิติดัชนีการทุจริตของไทยที่จัดโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ พบว่าในยุค คสช.ไม่มีนักการเมืองบริหาร แต่สถิติโกงกินมากกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเสียอีก ปี 2552-2554 ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ดัชนีความโปร่งใสอยู่ลำดับที่ 78 เท่านั้น แต่ตั้งแต่ปี 2557-2562 ลำดับเพิ่มขึ้นจากลำดับที่ 99 เป็น 101 แสดงว่าปัญหาการทุจริตแย่ลงเหน็บยืมใช้คงรูปพวกกันรอดคดีหมด“ในรายงานพูดถึงเป้าหมายการดำเนินคดีทุจริตที่มีความรวดเร็ว เป็นธรรม โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ ขณะนี้เห็นชัดว่ามีการดำเนินคดีไม่เที่ยงธรรม ถ้าเป็นพวกเดียวกันรอดพ้นหมด ปล่อยคดีหมดอายุความ มีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ แต่การวินิจฉัยทรัพย์สินยืมใช้คงรูปไม่ต้องแจ้ง การปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระไม่โปร่งใสตรงไปตรงมา จึงทำให้ขัดต่อเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ” นายเทพไทกล่าวกมธ.ป.ป.ช.ลุยคุณสมบัติ “ธรรมนัส”เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) สภาฯ แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ และ ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ จากกรณีที่เคยต้องคดีเกี่ยวกับยาเสพติดในประเทศออสเตรเลียว่า กมธ.ได้เชิญ 2 หน่วยงาน ได้แก่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่ทั้ง 2 หน่วยงานส่งเพียงเจ้าหน้าที่มาชี้แจงเท่านั้น โดย ป.ป.ส.ให้ข้อมูลค่อนข้างเป็นประโยชน์เกี่ยวกับคำพิพากษาจำคุกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในต่างประเทศว่าเมื่อปี 40 กระทรวงการต่างประเทศได้เคยประสานข้อมูลเรื่องนี้ไปยังออสเตรเลียพบว่า ข้อมูลต่างๆสอดคล้องกับคำพิพากษาในรัฐนิวเซาท์เวลส์ตามที่ตนได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัสก่อนหน้านี้ ป.ป.ส.มอบหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกอย่างให้ กมธ.ได้ตรวจสอบต่อกกต.ตอบไม่ชัดเรียกเลขาฯ มาแจงเองนายธีรัจชัยกล่าวต่อว่า ในส่วนของ กกต.ยังให้คำตอบที่ไม่ชัดเจนในการตรวจสอบคุณสมบัติ ดังนั้น กมธ.ได้มีมติให้เลขาธิการ กกต.มาให้ข้อมูลอีกครั้ง ยืนยันว่าการตรวจสอบอย่างละเอียด และให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ ตรงไปตรงมา เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ ไม่มีการตั้งธง แต่เพื่อต้องการวางบรรทัดฐานของการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองระดับสูงให้มีมาตรฐาน และรับผิดชอบต่อประชาชนฝากขัง 2 ผู้ต้องหาคลังแสงแม่สอดเมื่อเวลา 13.00 น. ที่ศาลอาญา พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ควบคุมตัวนายสดายุ วุฒิใจ อายุ 39 ปี ชาวแม่สอด จ.ตากและนายอภิชัย ศิริไทย อายุ 27 ปี ชาวบ้านหมอ จ.สระบุรี ผู้ต้องหาที่ 1-2 คดีครอบครองอาวุธสงครามลอตใหญ่ ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก 12 วัน ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์การขนย้ายอาวุธสงครามข้ามไปประเทศเพื่อนบ้านทางเรือรับจ้าง จากนั้นจะข้ามไปซื้อขายกันที่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ต้องหาทั้งสองรับว่าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนทั้งหมดเป็นของผู้ต้องหา และนำมาซุกซ่อนไว้เพื่อเตรียมจะนำไปจำหน่าย พนักงานสอบควบคุมตัวจะครบ 48 ชั่วโมงแล้ว แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก 15 ปาก รอผลการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร ผลการตรวจ พิสูจน์ของกลางจากการพิสูจน์หลักฐาน ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ ผลการตรวจสอบรายการเดินบัญชีธนาคาร จึงขออำนาจศาลฝากขัง 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย.-6 ก.ค.63 และขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง หากปล่อยตัวไปเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี และไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุร้ายประการอื่น ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้“บิ๊กแป๊ะ” ยันปมการเมืองเป็นหลักที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าการจับกุมอาวุธสงครามในพื้นที่ จ.ตาก ว่า เคยพูดไปแล้ว กรณีนี้อยู่ในวังวนเดิมๆ แต่ประเด็นต่างๆมีเรื่องการเมืองเป็นหลัก ส่วนกรณีที่พูดว่ามีการแลกเปลี่ยนเรื่องยาเสพติด เรื่องนั้นเป็นแนวคิดของผู้สื่อข่าว อย่างไรต้องนำไปพิสูจน์ทราบ ต้องขอขอบคุณที่แนะนำเรื่องยาเสพติดรบ.ปล่อยคลิปผลงาน 1 ปี “บิ๊กตู่ 2”วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊กศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี หรือ PMOC เผยแพร่คลิปวิดีโอสั้น ความยาว 2.47 นาทีสรุปผลงาน 1 ปี รัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ 2” อาทิ โครงการชิมช้อปใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยการอนุมัติงบฯ บัตรทองปี 63 รวม 1.91 แสนล้านบาท เพิ่มเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกว่า 6.5 พันล้านบาท การบรรจุข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขกว่า 45,000 ตำแหน่งและการรับมือการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่แก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี พร้อมการเยียวยา เป็นต้น “ปู”ปลื้ม “น้องไปก์” เรียนจบแล้ววันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่า นายศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือ “น้องไปก์” บุตรชาย เรียนจบปิดภาคเรียนที่โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์กรุงเทพฯ เป็นวันแห่งความภูมิใจที่ตนรอคอย งานของโรงเรียนปีนี้โชคดีที่รับชมการถ่ายทอดสด ได้ทางออนไลน์ มีโอกาสเห็นลูกรับรางวัลพิเศษ ซึ่งมีเพียง 2 รางวัลเท่านั้น คือ รางวัลความเป็นเลิศทางวิชาการ “ไปก์” ตั้งใจเรียนและเรียนดีตลอด13ปี “แม่ยินดีกับความสำเร็จของลูก เมื่อ 2ปีก่อน ลูกสัญญากับแม่ว่าลูกจะดูแลตัวเอง ตั้งใจเรียน เป็นเด็กดีไม่ให้แม่ต้องเป็นห่วง จะทำให้แม่ภูมิใจตอนนี้ลูกทำได้ตามที่พูดไว้กับแม่ภูมิใจในตัวลูกนะครับ” ต้องขอแสดงความยินดีกับนักเรียนฮาร์โรว์ทุกคนที่จบการศึกษา ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งที่จะก้าวไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวเพื่อเตรียมความพร้อมในรั้วมหาวิทยาลัย“ศรีฯ” ยื่น ยธ.ขอฟื้นคดีช่วย “วัฒนา”เมื่อเวลา 10.45 น. ที่กระทรวงยุติธรรม นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึง รมว.ยุติธรรมขอรื้อฟื้นคดีอาญาของนายวัฒนา อัศวเหม อ้างมีหลักฐานใหม่ที่เป็นเงื่อนไขที่ขอให้ศาลรื้อฟื้นคดี ทุจริตบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน โดยว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม เป็นผู้รับเรื่อง นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เป็นผู้รับมอบอำนาจจาก นายวัฒนา ขอรื้อฟื้นคดีนายวัฒนา ยืนยันมาตลอดว่ามีพยานหลักฐานใหม่ และถูกใส่ความ สามารถพิสูจน์ได้ว่าคำเบิกความของพยานในคดีเดิมเป็นเท็จ