ควันไฟป่าปกคลุม จ.แม่ฮ่องสอน ค่าฝุ่นจิ๋วสูงมีผลกระทบต่อ สุขภาพ หลายจังหวัดเร่งทำแนวกันไฟป้องกันไฟป่าลุกลาม ส่วนปัญหาภัยแล้งที่ จ.ตราด แหล่งน้ำผลิตประปาเริ่มแห้ง ชาวบ้านต้องสลับวันเปิด-ปิดการใช้น้ำ ขณะที่เกษตรกรเลี้ยงปลาสลิด จ.ฉะเชิงเทรา น้ำทะเลหนุนสูงหวั่นปลาตาย เร่งจับปลาไปขายก่อนขาดทุนค่าฝุ่น PM 2.5 ยังฟุ้งอยู่ทางภาคเหนือ โดยเมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ จ.แม่ฮ่องสอน เกิดควันไฟป่าปกคลุมเพิ่มมากขึ้นกว่าทุกวัน ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานอยู่ที่ 66 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ล่าสุดนายธนกฤต ฉันทะจำรัสศิลป์ นายอำเภอแม่สะเรียง จัดกิจกรรมชิงเผาทำแนวกันไฟป้องกันปัญหาหมอกควันไฟที่บ้านห้วยสิงห์ หมู่ 4 ต.แม่ยวม ขณะที่เทศบาลตำบลแม่ยวม อ.แม่สะเรียง จัดกิจกรรมกำจัดเศษวัชพืช และเศษใบแห้งเป็นแหล่งเชื้อเพลิงตามหลักวิชาการขณะที่ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดแม่ฮ่องสอน สรุปสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ถึงวันที่ 9 ก.พ. พบจุดความร้อนในระบบ MODIS จำนวน 95 จุด สูงสุดที่ อ.ปาย จำนวน 36 จุด และจุดความร้อนในระบบ Viirs จำนวน 825 จุด สูงสุดที่ อ.ปาย 345 จุด ด้าน พล.ต.วีรยุทธ กวยะปาณิก เลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ร่วมกับเจ้าหน้าที่เหยี่ยวไฟป่า กรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่เสือไฟ กรมอุทยานแห่งชาติ ทหาร พระและจิตอาสา ร่วมกันทำแนวกันไฟ พื้นที่ป่าโดยรอบวัดสามัคคีบุญญาราม ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง เพื่อป้องกันไฟป่าลุกลามในพื้นที่นอกจากปัญหาฝุ่นจิ๋วแล้ว ปัญหาภัยแล้งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรหลายพื้นที่ ด้านนายสมเกียรติ บุญลอย ประธานสภา อบต.เกาะช้างใต้ อ.เกาะช้าง จ.ตราด เปิดเผยว่า ปัจจุบันเป็นช่วงฤดูแล้ง พบว่าปริมาณน้ำในฝายบ้านสลักเพชร แหล่งกักเก็บน้ำตามธรรมชาติ ชาวบ้านส่วนใหญ่ในพื้นที่หมู่ 2-5 ต.เกาะช้างใต้ รวมกว่า 300 ครัวเรือนใช้อุปโภคบริโภคในครัวเรือน ขณะที่แหล่งน้ำที่ใช้ผลิตระบบประปาหมู่บ้านน้ำเหลือน้อย หากปล่อยน้ำตามปกติจะไม่เพียงพอ ปัจจุบันทาง อบต.เกาะช้างใต้ ออกประกาศแจ้งเปิด-ปิดการใช้น้ำแบบสลับกันไป คือ หมู่ 2 บ้านสลักเพชร เปิดวันอังคาร-พฤหัสบดี-เสาร์-อาทิตย์ หมู่ 5 บ้านสลักเพชรเหนือ เปิดวันจันทร์-พุธ-ศุกร์ คาดว่าภายใน 1 เดือนหากไม่มีฝนตกลงมา ชาวบ้านในพื้นที่จะได้รับผลกระทบขาดแคลนน้ำอย่างแน่นอนว่าที่ ร.ต.จิรัสย์ ศิริวัลลภ นายอำเภอบาเจาะ จ.นราธิวาส กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่ามี 2 ตำบล ประกอบด้วย ต.กาเยาะมาตี และ ต.บาเจาะ รวม 5 หมู่บ้านประสบปัญหาภัยแล้ง จัดเตรียมสำรองรถดับเพลิง รถบรรทุกน้ำ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับบ้านเรือนประชาชนรวมถึงมัสยิด เพื่อมีน้ำไว้ใช้ในการประกอบศาสนกิจ นอกจากนี้ ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล และ อบต. ปรับปรุงขุดลอก คู คลอง และสระเก็บน้ำไม่ให้อยู่ในสภาพตื้นเขิน และสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้เต็มศักยภาพจ.ฉะเชิงเทรา จากสภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้น้ำเค็มทะลักเข้าแม่น้ำบางปะกงจนไม่มีน้ำเข้าสู่ระบบภายในคลองสาขาการเกษตร บ่อปลาต้องรีบแก้ปัญหา เกษตรกรเร่งวิดปลาสลิด ทำให้ปีนี้ปลาตายเยอะขาดทุน ด้านนางติ๋ม เขียวสะอาด อายุ 60 ปี เจ้าของบ่อปลาสลิด อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งส่งผลให้น้ำทะเลหนุนสูง ทะลักเข้าแม่น้ำบางปะกงไปถึง จ.ปราจีนบุรี ทำให้ประตูระบายน้ำในพื้นที่ อ.บางปะกง และภายในจังหวัดทั้งหมดไม่สามารถเปิดประตูระบายน้ำเพื่อรับน้ำเข้าสู่คลองสาขาได้ ส่งผลทำให้ไม่มีน้ำทำการเกษตร และเกษตรกรที่เลี้ยงปลา ต้องรีบจับปลาเบญจพรรณขาย กลัวจะไม่มีน้ำเติมเข้าบ่อปลา อีกทั้งน้ำในคลองนั้นถูกน้ำทะเลหนุน ไม่สามารถสูบน้ำเข้ามาใช้ได้และเริ่มเน่าเสีย ไม่สามารถที่จะยื้อเลี้ยงปลาต่อไปได้