(ภาพ) คณะนาคตุลาการ ที่ร่วมใน โครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา 28 กรกฎาคม 2563 ถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก ก่อนเข้าพิธีอุปสมบท ที่หน้ามหาเจดีย์พุทธคยา.ณ กาลปัจจุบัน หลังย่างเข้าสู่ปีที่ 2563 ของการเกิดขึ้นแห่งพระ พุทธศาสนา ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงแห่งการเจริญงอกงามในทุกประเทศที่มีประชาชนเป็นพุทธศาสนิกชน และให้ความสำคัญกับวิถีพุทธการเข้าวัด ทำบุญ ตักบาตร ปฏิบัติธรรม การเข้าร่วมในทุกเทศกาลสำคัญของ พุทธศาสนา การปฏิบัติตัวที่สมกับเป็น พุทธศาสนิกชน มีอยู่ทุกหย่อมหญ้าในพื้นที่ที่นับถือศาสนาพุทธ พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทฺโธ) หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล และเจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา รัฐพิหาร อินเดีย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ใน โครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในมหามงคลสมัย เฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา 28 กรกฎาคม 2563 ของคณะตุลาการ บริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์ มหาเจดีย์พุทธคยา.การบรรพชา อุปสมบท ก็เช่นกันยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการบรรพชา อุปสมบทนั้นๆ บางครั้งบางคราจะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ นั่นเป็นเพราะทุกคนยังมีภาระทั้งต่อตัวเอง ต่อครอบครัว ต่อหน้าที่การงาน และต่อสังคมอยู่ใน ประเทศไทย ที่ประชาชนส่วนใหญ่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ นับถือศาสนาพุทธมาแต่ครั้งโบราณกาล ถึงวันนี้ก็ยังคงนับถือ ศาสนาพุทธ กันอย่างเหนียวแน่นไม่เสื่อมคลาย แม้จะมีหลุด มีผิดเพี้ยนไปบ้าง ทั้งจาก พระภิกษุสงฆ์ และจาก ฆราวาส ก็ตามตรงนี้ถือเป็นเรื่องปกติ เป็นธรรมชาติ เป็นสัจธรรมของทุกสรรพสิ่ง ดั่งที่ พระพุทธองค์ ทรงแสดงธรรมเอาไว้ มีดี ก็มีไม่ดี ปะปนกันไป มากบ้าง น้อยบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา หาใช่ทั้งหมดไม่ ในส่วนไม่ดีก็แก้ไขกันไปก็เท่านั้นรวมไปถึงการที่มีบางส่วนออกมาใช้คำว่า “เราถูกรุกราน” ซึ่งก็ ไม่ใช่อีกเช่นกัน เพราะ ทุกศาสนา ย่อมมีการออกเผยแผ่ศาสนาของตัวเอง เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรที่ต้องไปกังวล พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทฺโธ) ถ่ายภาพกับ นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีอุปสมบทตุลาการเฉลิมพระเกียรติฯ นางเมทินี ชโลธร รองประธานศาลฎีกา และ นายวิชัย เอื้ออังคณากุล ประธานศาลอุทธรณ์.หากต้องการให้เกิดความมั่นคงในศาสนา มีทางเดียวที่ดีที่สุดคือการ “แก้ที่ตัวเอง” อย่าไป “แก้ที่คนอื่น” เด็ดขาด เพราะมันไม่เกิดประโยชน์ใดๆ รังแต่จะทำให้เราหมกมุ่นอยู่กับการแก้ไขที่ผิดๆ จนกลายเป็นวิตกจริตไปที่ ประเทศอินเดีย–เนปาล ต้นทางแห่งการเกิดของ พระพุทธศาสนา มีประวัติศาสตร์ให้เราๆ ท่านๆ ได้ศึกษากันอย่างมากมาย หากไม่เข้าข้างตัวเองมากจนเกินไป โดยมองให้เห็นถึงความเป็นธรรมชาติจะเห็นได้ว่านี่คือต้นทางแห่ง “สัจธรรม” ที่เป็นไปตามกฎ “ไตรลักษณ์” อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อย่างชัดเจน พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทฺโธ) ใส่บาตรพระสงฆ์อุปสมบทใหม่ และ พระสุภชัย วีระภุชงค์ (สุภชยโพธิ) ที่ลานวัดไทยพุทธคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย.โดยเฉพาะ “บนแผ่นดินพุทธภูมิ” นั้น คณะพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย-เนปาล ซึ่งมี พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทฺโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา รัฐพิหาร อินเดีย เป็นหัวหน้าทีมนั้น ได้สร้างศรัทธาทุกด้านให้แก่ชาวพุทธทั้งของไทยและนานาชาติมาโดยตลอดจนบัดนี้ได้เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมที่สามารถสัมผัสได้แบบไม่มีข้อกังขา เราจึงได้เห็นการเดินหน้าไปแสวงบุญบนแผ่นดินพุทธภูมิของชาวพุทธเพิ่มมากขึ้นทุกปี การบรรพชา อุปสมบทของชาวพุทธ ก็เพิ่มมากขึ้นทุกปีเช่นกัน พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทฺโธ) เป็นพระอุปัชฌาย์ ร่วมกับพระอุปัชฌาย์อีก 4 รูป ในพิธีอุปสมบทคณะตุลาการในพิธีอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ มหาเจดีย์พุทธคยา.เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา บุคลากรที่มีบทบาทสำคัญทางพระพุทธศาสนาอย่าง นายสุภชัย วีระภุชงค์ รองประธานกรรมการบริษัทไทยนครพัฒนาจำกัด / เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ได้ไปอุปสมบทภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์อีกครั้งการอุปสมบทครั้งนี้ของ นายสุภชัย เกิดขึ้นหลังจากที่ได้จัด โครงการ “ธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง” ประสบความสำเร็จเป็นที่ยอมรับในหมู่มวลผู้นำสงฆ์ ผู้นำประเทศ และพุทธศาสนิกชนของทั้ง 5 ประเทศบนแผ่นดินลุ่มน้ำโขง ทั้งไทย สปป.ลาว เมียนมา กัมพูชา และเวียดนาม คณะสงฆ์ตุลาการ และพระสงฆ์อุปสมบท ณ วัดไทยพุทธคยา เจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล ภายในพระอุโบสถวัดไทยพุทธคยา มี พระสุภชัย วีระภุชงค์ (สุภชยโพธิ) ร่วมด้วย.นายสุภชัย ที่ได้รับฉายาในการอุปสมบทว่า “สุภชยโพธิ” เปิดใจว่า เป็นการบวชเพื่อทดแทนคุณของบิดา มารดา เป็นเบื้องต้น เพราะนอกจากจะเป็นผู้ให้กำเนิดแล้ว ยังเป็นผู้ให้การสนับสนุนโครงการธรรมยาตราแบบเต็มร้อยอีกด้วยนอกจากนี้ยังเป็นการบวชเพื่อถวายแด่พระอริยสงฆ์ พระอริยเจ้า ที่มีอยู่บนแผ่นดินลุ่มน้ำโขงมากว่า 2 พันปีจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงกัลยาณมิตรทุกคนที่รวมพลังกันทำให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนาบนแผ่นดินลุ่มน้ำโขงประสบความสำเร็จ พระครูอุดมโพธิวิเทศ และพระพี่เลี้ยง นำคณะนาคตุลาการ เดินเข้าสู่มหาเจดีย์พุทธคยา เพื่อเข้าพิธีบรรพชาและอุปสมบทใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์.ขณะเดียวกันยังเพื่อเป็นการแสดงถึงสัจจะที่ได้ให้ไว้แก่ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ก่อนละสังขารไปว่า ตนจะเข้าสู่การปฏิบัติธรรม ปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน เพื่อต่อยอดการเดินหน้าสร้างหลักธรรมให้มั่นคงบนแผ่นดินลุ่มแม่น้ำโขงล่าสุด เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ศาลฎีกา และ ศาลยุติธรรม นำโดย นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ได้จัด โครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา 28 กรกฎาคม 2563 ขึ้น นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา และ นางเมทินี ชโลธร รองประธานศาลฎีกา ซึ่งร่วมบวชเนกขัมมศีลจาริณีร่วมสวดมนต์ด้วย.ในการนี้ ประธานศาลฎีกา และ ผู้บริหารศาลยุติธรรม อาทิ นางเมทินี ชโลธร รองประธานศาลฎีกา นายวิชัย เอื้ออังคณากุล ประธานศาลอุทธรณ์ พร้อมผู้พิพากษาตัวแทนศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ชำนาญพิเศษ ศาลชั้นต้นทั่วประเทศนำ ผู้ช่วยผู้พิพากษาชาย–หญิง จากรุ่นเข้าบรรพชา อุปสมบท ทั้งเป็นพระภิกษุสงฆ์ และบวชเนกขัมมศีลจาริณี รวม 204 คน มี นายจรัญ เนาวพนานนท์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา เป็นผู้ครองผ้าไตรพระราชทาน พระพรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว อดีตรองประธานศาลฎีกา ที่อุปสมบทกับคณะตุลาการ ถ่ายภาพกับ พระเมธีวรญาณ (สายเพชร)โดยมี พระธรรมโพธิวงศ์ หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย-เนปาล เป็นพระอุปัชฌาย์ให้ที่ใต้ต้นพระศรีิมหาโพธิ์ สถานที่ตรัสรู้ ภายใน มหาเจดีย์พุทธคยา ก่อนทั้งหมดจะจาริกแสวงบุญต่อไปยังสังเวชนียสถานทั้ง 4 จนไปจบโครงการในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563กิจกรรมนี้เป็นการสนองในพระมหากรุณาธิคุณ และศาลยุติธรรมได้เป็นเสาหลักในการปฏิบัติสิ่งที่ดีงามนอกเหนือจากการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี ถือเป็นเรื่องน่ายินดีและอนุโมทนาด้วยเป็นอย่างยิ่งสาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ.เด่นชัย เด่นชัยประดิษฐ์