เมื่อวันที่ 14 พ.ย.62 สำนักงานศึกษาธิการฮ่องกงประกาศให้ทุกโรงเรียนปิดการเรียนการสอนทั้งหมดตลอดสัปดาห์ เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งที่ประกาศงดการสอนไปจนถึงสิ้นปี จากสถานการณ์ประท้วงและความรุนแรงในฮ่องกงที่ยังเพิ่มขึ้นทุกขณะ ท่ามกลางกระแสข่าวว่ารัฐบาลฮ่องกงอาจตัดสินใช้มาตรการเคอร์ฟิว ห้ามออกนอกเคหสถานในยามวิกาล หลังมีรายงานว่านางแคร์รี แลม ผู้นำเกาะฮ่องกง เขตบริหารพิเศษของจีน ได้นัดประชุมด่วนกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงเมื่อคืน 13 พ.ย.ที่ผ่านมาขณะที่สำนักงานเดอะ โกลบอล ไทมส์ เครือข่ายของพีเพิล’ส เดลี่ สื่อกระบอกเสียงหลักของรัฐบาลจีน ได้รายงานผ่านทวิตเตอร์ อ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวไม่ระบุตัวตนว่า รัฐบาลฮ่องกงจะประกาศมาตรการเคอร์ฟิวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ต่อมาโกลบอล ไทมส์ ได้ลบข่าวนี้ทิ้ง โดยทางนายหู ซีจิน บรรณาธิการข่าว อธิบายว่า จากการเช็กข่าวเพิ่มเติมทำให้พบว่าข้อมูลยังไม่เพียงพอที่จะยืนยัน จึงตัดสินใจลบ ส่วนรัฐบาลฮ่องกงปฏิเสธการออกความเห็นต่อรายงานดังกล่าวของสื่อรัฐบาลจีน ส่วนบรรยากาศในเมืองฮ่องกงยังคงตึงเครียด หลังผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลยังปฏิบัติการชุมนุมประท้วงแบบดาวกระจายปิดกั้นการคมนาคม และห้างสรรพสินค้า นอกจากนี้ ผู้ประท้วงยังปักหลักใช้มหาวิทยาลัยหลายแห่งเป็นฐานที่มั่นในการรับมือกับเจ้าหน้าที่ผู้สื่อข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีการทำเครื่องดีดหิน เครื่องดีดระเบิดเพลิง ราดน้ำมันทำอาหารตามทางเข้าออก หวังไว้จุดไฟสกัดตำรวจที่จะบุกเข้ามา หรือการเร่งทำคันศรและธนูแจกจ่าย ซึ่งตำรวจเผยว่า ในช่วงเช้าวันเดียวกัน มีผู้ประท้วงยิงธนูออกมาจากรั้วมหาวิทยาลัยถือเป็นอาวุธที่อันตรายถึงชีวิตต่อมาสำนักงานตำรวจฮ่องกงรายงานสรุปสถานการณ์การปะทะในคืนวันที่ 13 พ.ย.ว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 64 คน ทั้งมีผู้เสียชีวิตด้วย 1 คน จากการตกจากที่สูง นับเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 2 ในสถานการณ์ฮ่องกง แต่ไม่เผยรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมระบุว่าจะนำเจ้าหน้าที่เรือนจำ 100 นาย มาเสริมกำลังตำรวจตามท้องถนน ส่วนรอยเตอร์ระบุว่าผู้ชุมนุมที่ถูกตำรวจยิงอาการยังทรงตัว แต่ชายที่ถูกราดน้ำมันจุดไฟเผาอาการยังสาหัสก่อนหน้านี้ กงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง เตือนว่าเนื่องด้วยการชุมนุมประท้วงในขณะนี้มีการใช้ความรุนแรงบ่อยครั้ง จึงขอย้ำคนไทยในฮ่องกงและนักท่องเที่ยวไทยในฮ่องกงหลีกเลี่ยงการเดินทาง หรือเข้าใกล้สถานที่มีการชุมนุมประท้วง ทั้งงดการถ่ายภาพในระยะใกล้ของเหตุการณ์ประท้วง ผู้ประท้วง และตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงการกระทำอื่นๆที่อาจเป็นการยั่วยุผู้ประท้วง.