ปลดล็อกความเครียด สาดมุกฮากระหน่ำ ชนิดไม่กลัวมุกแป้ก เอ๊ย มุกหมดตลาด!! พระเอกหนุ่ม มาริโอ้ เมาเร่อ ปล่อยของเต็มพิกัด สนุกเกินเบอร์ตามสไตล์ถนัด ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี “ขุนแผนฟ้าฟื้น” ค่ายเอ็ม พิคเจอร์ส ร่วมกับบีฮีมอธ แคปปิตอล โดยไม่หยิบความเป็น “พระเอกพันล้าน” มากดดัน แต่อยากให้คนดูหนังเปิดใจกับสิ่งใหม่ๆที่ตนลองทำ ความ “โอ้ลั้นลา” มีความสุขกับการสะสมรถโบราณ ซื้อจนโดน “แม่” ด่าเพราะอยากให้เก็บเงินเก็บทองมากกว่า ส่วนสถานการณ์เลิฟยังรักเหนียวแน่นกับสาวคนเดิม จันจิ-จันทร์จิรา จันทร์พิทักษ์ชัย เพิ่มเติมยังไงๆก็ไม่ใจอ่อนโพสต์รูปคู่ออกสื่อแน่นอน ใน “คนดังนั่งคุย”อะไรดลใจทำให้โอ้ตัดสินใจรับเล่นหนังเรื่องนี้“พอเราได้ฟังเรื่องย่อและสิ่งที่พี่โขม (ก้องเกียรติ โขมศิริ ผู้กำกับฯ) อยากทำ โอ้เลยมีความรู้สึกว่าน่าสนใจมาก มันท้าทายดี ในเรื่องคิวบู๊ต่างๆ ไม่เคยเล่นหนังที่เป็นซีจีเยอะๆแบบนี้เลย เป็นแนวแฟนตาซี มีการผจญภัยเหมือนแอดเวนเจอร์ มันเลยรู้สึกตื่นเต้น ตั้งแต่ได้ฟังเรื่อง” เรื่องนี้โอ้ชอบแนวไหนมากกว่ากัน “ผมชอบตอนที่บู๊เป็นแอดเวนเจอร์ คือตอนแฟนตาซีเราไม่เห็นตอนถ่ายก็จะยาก ต้องใช้เวลาแต่พอที่ชอบและรู้สึกแปลกใหม่คือขี่ม้า ขี่ทุกสถานการณ์ ขี่บนเนิน” เรื่องขี่ม้าโอ้ก็ถนัดอยู่แล้วรึเปล่า “ไม่ถนัดครับ แต่ต้องไปเรียน เค้าส่งเราไปเรียน กับฉากขี่ม้าเคยมีแต่ไม่เร็วแต่เรื่องนี้จัดเต็ม ม้ามีเท่าไหร่ใส่เต็ม จะเชี่ยวชาญกับม้ามากทั้งการขึ้นการลง การคอนโทรลม้า เดี๋ยวนี้ไม่กลัวม้าแล้ว แรกๆกลัวนะ วันแรกที่เข้าฉากโอ้ตกม้าเลยนะ เพราะว่าประสบการณ์เรายังไม่พอ ม้ามีเทคนิคในการนั่ง การใช้ขาแบบไหน พอม้าเบรกเราต้องมีแรงอยู่บนม้าด้วย โอ้วางขาผิดพอเบรกทีโอ้ตัวลอยเลย ม้าหยุดแต่เราไม่หยุด ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก แล้วลงไปที่พื้นคนก็ตกใจ มาริโอ้ตกม้า ไม่มีใครเค้าตก มีโอ้นี่แหละตกม้าอยู่คนเดียว ข้อมือซ้นนิดหน่อยและมีอันนึงที่เสียวมากๆ เราไม่คิดจะไปเจออะไรแบบนี้ ม้าวิ่งแล้วไม่หยุดแล้วมันจะชนต้นไม้เอาแล้ว โอ้ออกมาได้จากรถ โอ้ถูกผูกไว้ด้วยสลิงกับตัวรถม้า อันนี้อันตรายมาก เปิดเรื่องมาก็โหดเลย บู๊เลย การถ่ายทำเรียกว่าสาหัสมาก บางทีเสร็จ 6 โมงเช้า-8 โมงเช้า ฉากบู๊บางวันสู้กัน 3 วันติด ขี่ม้าอย่างเดียวเป็นวันๆแล้ว” กับคาแรกเตอร์ในเรื่องนี้ บทต้องพูดเหน่อด้วยสนุกเลยสิ“ในเรื่องชื่อแก้ว พูดเหน่อ เป็นคนสุพรรณ สูญเสียความทรงจำตั้งแต่เด็กๆ เลยจำอะไรไม่ได้ เราเป็นใครมาจากไหน พ่อก็ไม่อยู่ แค่พูดเหน่อก็ต้องมานั่งฝึกพูดทั้งวัน ก่อนเข้าฉากก็นั่งพูดอยู่คนเดียว ต้องหาจุดไม่เยอะเกิน พอเราพูดเหน่อ เราไม่มีครูประกบเราต้องฝึกเองพูดๆ พยายาม ก่อนเข้าต้องพูดเหน่อ ค่อยๆพูดจูนก่อนค่อยเข้าฉาก ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวหลุดเป็นสำเนียงใต้อะไรไป” พอถ่ายจบความเหน่อสุพรรณติดกลับบ้านไปด้วยมั้ย “ก็ไม่ได้ขนาดนั้น บอกให้เหน่อก็เหน่อได้แต่ให้เหน่อแล้วท่องมนต์ด้วยไม่ไหว (ยิ้ม) เรื่องนี้ได้ทำอะไรเยอะ สนุกสนานอลังการ เป็นประสบการณ์ใหม่ในชีวิตในการบู๊สุดๆในชีวิต โดยเฉพาะบนหลังม้า บนหลังรถม้า” กับเพื่อนร่วมงานล่ะเป็นยังไงบ้าง “มีฟิลลิปส์ เป็นคนน่ารัก เฟรนด์ลี อยู่กองก็บทหนัก เค้าต้องเป็นบทพูดเยอะ ต้องมีคิวบู๊เยอะมาก ฟิลลิปส์ทุ่มเทมาก เห็นบางทีคิวบู๊เค้าถีบฟิลลิปส์เข้ากำแพง แต่ฟิลลิปส์บอกว่าสบายครับ แต่ข้างหลังเป็นรูทะลุกำแพงไปเลยแต่เค้าทนและสู้มาก” ในแง่นักแสดงเรื่องนี้เราก็จะเป็นพี่ใหญ่ละ “โอ้ไม่ได้มองอย่างนั้นนะครับ มองว่าเราเล่นหลายเรื่อง เล่นเรื่องใหม่เราก็ยังใหม่อยู่ดี ไม่เคยคิดเหมือนเรื่องอื่น มันไม่เหมือน ผมไม่คิดอะไร ถ้าผมมีเทคนิคอะไรเล็กๆน้อยๆ จะช่วยแนะนำโจเซฟบ้าง เพราะโจเซฟจะเข้าฉากกับผมบ่อย และเคยเห็นกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว เล่นสเกตบอร์ดใกล้ๆกัน จะเจอเห็นหน้าค่าตากันอยู่แล้ว พอมาเจอเรื่องนี้ก็อ้าว เราเจอกันตั้งแต่เด็กแล้วก็แนะนำเท่าที่ทำได้ครับ” เท่าที่สังเกตงานโอ้จะถูกโฉลก หนัง-ละครแนวพีเรียดทั้งๆที่ตัวเราเป็นลูกครึ่ง“ใช่ครับ ค่อนข้างแนวพีเรียดเยอะ สงสัยชาติที่แล้วผมทำบุญด้วยชุดไทยมั้งครับ (หัวเราะ) ผมชอบเล่นอะไรที่มีกิมมิค มีเรื่องราวไม่เหมือนคนอื่น เป็นอารมณ์เดียวกันแต่มันไม่เหมือนกันนะ พี่มาก ทองเอก มาฟ้าฟื้น คนละแนวหมด แต่คนมอง เป็นแนวพีเรียดอีกแล้ว คอมเมดี้อีกแล้ว ซึ่งผมเป็นคนชอบคอมเมดี้อยู่แล้ว เป็นสิ่งที่ผมรู้สึกเล่นแล้วสนุก เวลาคนดูที่บ้านก็ไม่เครียดก็สนุกไปด้วย เราได้ปลดปล่อยด้วย คนดูก็ได้ผ่อนคลายด้วย ด้วยความเป็นพีเรียดผมก็ชอบเพราะด้วยการแต่งตัวที่มันหลุดโลกผมก็ชอบ ผมรู้สึกว่ามันไม่เหมือนเรื่องอื่นๆ แล้วชีวิตประจำวันเราไม่ได้ใส่อะไรแบบนี้ ดูเจ๋งดีที่เรามีโอกาสได้ทำอะไรแบบนี้ ผมเลยมองว่าทุกชิ้นผลงานของผมมันก็ไม่ได้เหมือนกัน มันแค่อาจจะมีกลิ่นที่คล้ายกันแต่ว่าด้วยเมนหลักของเรื่อง รายละเอียดไม่เหมือนกันเลย”ก่อนหน้าโอ้เคยสร้างปรากฏการณ์พระเอกพันล้าน พอเล่นเรื่องนี้กดดันมั้ย“โอ้ไม่กดดันนะ เราไม่ได้เอามาตรฐานตรงนั้นมาตั้งเพื่อเซตตัวเอง คงเป็นไปได้ยาก เล่นหนังแต่ละเรื่องก็คงลำบากแล้วล่ะ สำหรับโอ้ หนังหรือละคร บางทีเหมือนกับการเสี่ยงอย่างนึงว่าคนดูจะชอบมั้ย คนดูจะเข้าใจในสิ่งที่เราจะสื่อสารออกไปมั้ย โอ้จะไม่เอาตรงนั้นมากดดันตัวเองนะเพราะเรื่องนั้นมันก็จบไปแล้ว อันนี้เรื่องใหม่เอาใหม่ จะให้เรื่องอื่นพันอีกก็คงยาก แต่ถ้าได้ก็ดี” แต่ที่แน่ๆ คนดูคาดหวังในตัวโอ้กับหนังเรื่องนี้ เราอยากจะบอกอะไรกับคนที่ตัดสินใจจะดูหนังเรื่องนี้ “ผมว่าเปลี่ยนจากคาดหวังมาเปิดใจดีกว่าครับ ถ้าเราคาดหวังผมเองยังไม่คาดหวังเลย ผมเล่นเองก็คาดหวังมั้ย มี แต่ไม่ได้คาดหวังจะได้ร้อยล้าน อยากได้ร้อยล้าน ไม่เอาปวดหัว ผมอยากจะบอกแค่ว่าอยากให้ดู รักหนังเรื่องนี้ ชอบหนังเรื่องนี้ เค้าจะได้พาผมไปเล่นภาค 2 ต่อพี่ (ยิ้ม) แค่นั้นเอง ถ้าเค้าโดนผมจะได้มีงาน มีเงินต่อครับ แต่ที่ผมอยากให้ดูเป็นเพราะหนังไทยที่เป็นแนวแฟนตาซีแบบนี้มันไม่ค่อยมี ต้องปรบมือ ให้พี่ๆที่เค้าทำ เค้ากล้าเสี่ยงและรู้สึกว่าคุ้มค่าเสี่ยง มันจะทำให้เห็นหนังไทยในแบบใหม่ๆ จะทำให้วงการพัฒนาขึ้นเยอะ” ตอนนี้กำลังสนุกกับทำรายการทางยูทูบ เลยนะ“ชื่อรายการ โอ้ลั้นลา ครับ” ย้อนนิดนึงทำไมต้องเป็นลั้นลาด้วย “โอ้ตั้งชื่อรถว่าน้องลั้นลา มารวมกับโอ้ เลยเป็นโอ้ลั้นลา โอ้พาไปไหนก็ลั้นลาด้วย ลั้นลาทุกที่คล้ายๆผู้ชายลั้นลา แต่เป็นโอ้ลั้นลา กิมมิคก็คือ เอารถที่โอ้รักเป็นตัวแทนพาผู้จัดการ พาเพื่อนหรือใครก็ได้ ไปที่ไหนก็ได้ในวันหยุด สิ่งที่เราสนใจ สิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เราอยากเรียนรู้ สิ่งที่เราไม่เคยเห็น ไปได้หมด บางทีอาจจะเป็นแค่งานอดิเรก พาเพื่อนไปถ่ายรูป พาใบเฟิร์นไปถ่ายรูป ไปงานรถโฟล์ค ไปงานตลาดของเก่า ไปดูตลาดปลา ก็ไปเรื่อยๆก็สนุกดี จริงๆแล้วเมสเสจแรกที่เราอยากทำไม่ได้เกี่ยวกับจะทำช่องยูทูบ จริงๆอยากทำอะไรก็ได้ให้แฟนคลับได้เห็นเราบ้าง ตอนนี้ไม่มีเวลามานั่งคุยกัน ก็เลยทำรายการอันนี้เพื่อให้เค้าเห็นเราบ้าง บางทีเราไปถ่ายหนัง หายไป 2 เดือน อยากเห็นเราบ้างก็มีสักวันมีวิดีโอออกมาให้ดูแค่คิดถึง จริงๆมี 2 รายการ workwithmario ตามโอ้ไปทำงานในแต่ละวัน งานนี้รอดมั้ยหรือว่าดับ แล้วแต่งาน”แต่ละเทปหน้าสดตลอดไม่ห่วงหล่อเลยรึ“ไม่เลยครับ โอ้ลั้นลา จะเห็นโอ้หน้ามัน หน้าไม่แต่ง ปวดหัวกับเตรียมรถพอครับ ไม่ได้อยากปวดหัวแต่งหน้าอีก ล่าสุดสงสารไปนครนายก คันอื่นไม่มีปัญหามีแต่น้องลั้นลานี่แหละ มันดื้อ” รถดื้อเหมือนเจ้าของเปล่า “พอกันครับ ไปไหนก็ดื้อคือโอ้เป็นคนชอบรถเก่าอยู่แล้วและทำรายการก็ได้ใช้รถด้วย ได้ให้คนเห็นด้วย รถพวกนี้คนที่เห็นค่าก็จะเห็นค่า บางคนมองแค่เสียสตางค์ แต่สำหรับโอ้ มันเหมือนเรานั่งไทม์แมชชีนย้อนไปยุคแม่สาวๆเลย โอ้เลยรู้สึกว่าเงินที่เราซื้อลงทุนไปเหมือนเราซื้ออดีตกลับมา ซื้ออารมณ์ในอดีตกลับมาหมดเลย พาแม่นั่งรถก็เข้าใจเลย ตอนนั้นพ่อแม่ขับรถกันอย่างนี้ มีคุณค่าทางจิตใจ ได้เล่าเรื่อง ได้ใช้รถจริงๆที่โอ้ซื้อมา ต่อให้มันพังก็ไม่เป็นไรจะได้เรียนรู้เพราะว่าพังตรงนี้ซ่อมตรงนี้ หมดไปกับค่าซ่อมรถเยอะ” ชอบซื้อรถแบบนี้แม่ไม่ห้ามเหรอ “แม่ก็ด่านะพอบ้างลูก อย่าซื้อเยอะ เงินไม่ได้หาง่ายๆ ผมก็บอกแม่ถ้าไม่มีซื้อวันนี้ วันหน้ามันแพงกว่านี้นะเสียสตางค์เยอะกว่าเดิมนะแม่ แม่ก็เลยว่าโอ้พูดไปเรื่อย หลอกกู กูจะรู้มั้ยแพงหรือถูก?!! (หัวเราะ) โอ้บ้ารถมานานแล้ว ตั้งแต่เริ่มหาเงินได้ ตอนอายุ 18 ความฝันแรกต้องซื้อรถเต่าให้ได้ อยากเอามาขับกับพ่อ เลยเก็บสตางค์ซื้อจนได้แล้วเอามาขับกับพ่อ ดูเค้ามีความสุขจริงๆ เลยติดใจซื้อมาเรื่อย พอแม่มานั่งก็ชมว่าเธอดูแลรถดี ก็แฮปปี้ ดีใจนะ”สถานการณ์เลิฟกับจันจิเป็นอย่างไรบ้าง“ผมโอเคนะ ผมไม่ได้รีบสรุปอะไร เพื่อนๆรีบกัน ตอนนี้เพื่อนผมแต่งงานมีลูกกันหลายคนแล้ว ผมก็อายุ 30 แล้วแต่ผมว่าผมยังนะ เพราะผมต้องหาเงินไปซ่อมรถเยอะครับ ผมเลยยังไม่อยากรีบ” คบกันหลายปีแต่ไม่เปิดตัวด้วยกันเลย “ไม่ค่อยครับ ผมขี้อายครับ จริงๆไม่ได้เปิดแต่ก็ไม่ได้ปิดบัง ไปไหนมาไหนปกติ คนเห็นโอ้เดินไปปกติ อย่างโรงหนังนี่มาบ่อยเลย ผมรู้สึกผมทำงานตรงนี้ หมดงานตรงนี้ผมก็ไม่อยากไปไหนแล้วต้องมานั่งปิดหน้าปิดตา บ้านเราเมืองไทย คนไทยรู้กันอยู่แล้วคบกัน ไม่ต้องแอ๊บ ไม่ต้องอาย โตแล้ว ผมก็อายุ 30 แล้ว ไปไหนผมก็ไป ขับรถพาแฟนไปด้วยก็เปิดฟิล์มใส คนก็รู้ไม่ได้ว่าอะไร บอกว่านี่นะเปิดตัวก็ไม่ใช่” ป่านนี้ไอจีก็ยังไม่ยอมโพสต์รูปคู่กันอยู่ดี “เราคุยกันแล้ว ทั้งคู่ก็ไม่โพสต์รูปคู่กันนะ แต่ผมก็ให้เกียรติน้องเค้า บอกทุกคนเราคุยกันคบกันครับ” คบกันน้องถูกจับตามองไปด้วย “สงสารเค้าครับ เพราะเค้ามาคบกับโอ้กลายเป็นเค้าโดนด่าเยอะจนสงสาร เดี๋ยวนี้คนมือไว เร็วครับ เห็นอะไรนิดหน่อยไม่ชอบก็พิมพ์ ก็เข้าใจเค้ารักโอ้ แต่บางทีผมก็สงสาร บางคนเค้าไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยด่ายับ บางทีแรงไปหน่อย” อยากให้แฟนๆเข้าใจ รักคนที่เรารักด้วย “ไม่ต้องเข้าใจก็ได้แต่อย่าไปด่าเค้าเลย ตอนนี้หายไปแล้ว” ไม่ว่าเทศกาลอะไรก็ตามไม่โชว์หวานให้คนที่รอฟิน “เราไม่ได้อยากลงรูปคู่กันตลอดเวลา ถ้าเกิดวันนึงลงก็ต้องลงรูปต่อเนื่อง ถ้าไม่ลงก็กลายเป็นปัญหากัน ก็เลยไม่ลงตั้งแต่แรกแล้วกัน” เอาจริงๆรูปคู่มีถ่ายเล่นกันเอง “ก็มีแต่ไม่ได้โชว์ ก็ถ่ายปกติ” กลายเป็นรูปคู่โอ้จันจิหายากไปเลย “ผมคิดแล้วราคาต้องขึ้นมาแล้ว เหมือนรถโบราณ (หัวเราะ)” วัยขนาดนี้เริ่มคิดเรื่องการแต่งงาน การสร้างครอบครัว “ยังไม่คิดเลยครับ ผมมีโปรเจกต์เยอะ มีงานที่บ้านที่ผมจะต้องสานต่อก่อนก็เลยยังไม่ได้คิด อาจจะเป็นว่าที่บ้านพ่อกับแม่ผมเองมีลูกช้า ผมก็ไม่ชอบนะเพราะพ่อผมไปซะก่อน แต่ตอนนี้ผมก็ยังไม่พร้อมก็อย่าเพิ่งเลย” แม่เริ่มถามเรื่องแต่งงานกับโอ้บ้างหรือยัง “แม่ผมไม่รีบอยู่แล้ว แม่ผมวัยรุ่นมาก ผมก็ไม่รีบใหญ่เลย”.ทีมข่าวบันเทิงอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องจันจิ เสียใจถูกวิจารณ์ไม่สวยไม่คู่ควร มาริโอ้ โต้คั่วนายแบบพม่า (คลิป)